ข่าว

เดิมพันคนหนีคุก

เดิมพันคนหนีคุก

01 ธ.ค. 2552

วิกฤติการเงิน ฟองสบู่แตกของดูไบทำให้คนไทยสนใจมาก เพราะคนหนีคุกมีส่วนได้ส่วนเสียอยู่กับอนาคตของประเทศขนาดเล็ก แต่ลงทุนเกินตัวด้วยเงินจากการขายน้ำมัน และการกู้ เป็นตัวอย่างของการใช้เงินเกินตัว

 ใครอยู่ในสภาพเช่นนี้ มีแต่เจ๊ง ช้าหรือเร็วเท่านั้น! เว้นแต่ว่าดวงจะเฮงสุดๆ ราคาทรัพย์สิน มีแต่ขึ้น ถึงเวลาแล้วออกตัวก่อน แต่กรณีดูไบ คนมีสายตายาวไกลย่อมรู้ว่าการแข่งกันก่อสร้างอาคารมากมาย โดยไม่รู้ว่าใครจะมาอยู่ แล้วปั่นราคาขึ้นไปอย่างไม่บันยะบันยังนั้น ต้องถึงจุดอิ่มตัวจนได้

 การที่บอกว่าหนี้สินรัฐดูไบมีเพียง 8 หมื่นล้านดอลลาร์นั้น ยังไม่นับการลงทุนโดยภาคเอกชน ทั้งในรูปส่วนตัวและนิติบุคคล เป็นจำนวนเท่าไหร่ ยังไม่มีใครประเมิน ทั้งในตราสาร หุ้น การก่อสร้าง การลงทุนด้านพาณิชย์

 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งราคาตกไปกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ และผู้อยู่ในวงการนี้คาดการณ์อีกว่ามูลค่าจะลดลงอีก 10-20 เปอร์เซ็นต์

 ถ้าถึงจุดนั้น การขายคงยากที่จะมีใครยอมรับการขาดทุนมูลค่าต่ำกว่าครึ่ง เว้นแต่จะถูกยึดโดยเจ้าหนี้จำนอง หรือสายป่านสั้นจำเป็นต้องขายชำระหนี้ หากเก็บไว้ต้องรออีกหลายปี เพราะความต้องการน้อยกว่าจำนวนสินค้า

 คนหนีคุกจากเมืองไทย หรือมิสเตอร์ตากขี้ จะเจ๊งวินาศสันตะโรไปเท่าไหร่เจ้าตัวไม่ยอมบอก แต่ต้องรักษาฟอร์มว่าไม่มีขาดทุน ซึ่งคงมีคนเชื่อได้ยาก เพราะอย่างน้อยราคาคฤหาสน์ ก็คงตกไปตามราคาตลาดเช่นกัน

 เมื่อเป็นเช่นนี้ การเงินคงไม่คล่องมือเหมือนแต่ก่อน การลงทุนจะได้คืนหรือถูกตัดเป็นหนี้สูญ ขึ้นอยู่กับกลุ่มดูไบเวิลด์จะรอดหรือไม่ มีใครกอบกู้ รับซื้อสินค้า อัดฉีดเงินเข้าไปอุ้ม เพื่อไม่ให้ดูไบเสียชื่อในฐานะเป็นศูนย์กลางการเงิน

 ทรัพย์สินในดูไบ คืออาคารกลางทะเลทรายร้อนระอุ คงไม่ขายได้ง่ายๆ เหมือนในประเทศอื่นๆ ยิ่งมีสินค้าเหลือล้นตลาด การกดราคาต้องสุดโหด

 เมื่อเป็นเช่นนี้ ความหวังของนักลงทุนว่าดูไบจะดึงนักท่องเที่ยวมามากมาย จนต้องขยายสนามบิน สิ่งอำนวยความสะดวกสารพัด แปรสภาพทะเลทรายให้เป็นสวรรค์บนดิน คงต้องตื่นจากฝันหวานให้เผชิญความจริง

 จากนี้ไป สวรรค์ที่ว่าคงเป็นดินแดนแห่งเกาะทรายร้าง อาคารว่างเปล่า ท่ามกลางความเวิ้งว้าง รอบล้อมด้วยน้ำทะเล ฟ้าและผืนทรายกว้าง

 เป็นสภาพของฟองสบู่แตกกลางทะเลทรายอันแห้งแล้ง !

มีข่าวว่ามิสเตอร์ตากขี้บินไปยุโรป แต่ไม่บอกว่าไปไหน ถ้าจะให้เดา อาจไปมอนเตเนโกร ซึ่งตัวเองมีหนังสือเดินทาง และอาจไปเบิกเงินที่ฝากไว้ในรัฐโมนาโก หรือรัฐอื่นๆ ซึ่งยังไม่เข้ากฎเกณฑ์เรื่องการฟอกเงิน

เมื่อเป็นเช่นนี้ เงิน 7.6 หมื่นล้านที่โดนอายัดไว้ย่อมกลายเป็นเดิมพันมีค่ามากกว่าเดิม จำเป็นที่คนหนีคุกต้องเสนอแบ่งให้ผู้มีอำนาจให้ช่วยเหลือ ได้คืนบ้างก็ยังดีกว่าต้องตกเป็นของแผ่นดินทั้งหมด เราต้องจ้องดูให้ดีนิ! อิอิอิ!!!