
กึ่งศตวรรษซีเกมส์ ...ครั้งแรกของลาว
ปี พ.ศ.2502 หรือเมื่อ 50 ปีที่แล้ว 6 ชาติ ได้แก่ ไทย พม่า มาเลเซีย ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ได้ร่วมก่อตั้งมหกรรมกีฬาของประเทศอาเซียน
โดยใช้ชื่อว่า “เซียพเกมส์” หรือกีฬาแหลมทองขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมนักกีฬาก่อนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์ พร้อมทั้งจะช่วยสนับสนุนความร่วมมือ ความเข้าใจ และความสัมพันธ์ในบรรดาประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้งจัดตั้งคณะกรรมการสหพันธ์กีฬาแหลมทองขึ้น (SEAP Games Federation Committee)
กีฬาเซียพเกมส์ (SEAP Games) หรือกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 1 จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจาก เป็นแนวความคิดของหลวงสุขุมนัยประดิษฐ ผู้ก่อตั้งองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งต่อมาก็คือการกีฬาแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน และดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย โดยจัดขึ้นวันที่ 12-17 ธันวาคม พ.ศ. 2502 (ค.ศ.1959) โดยมีเจ้าหน้าที่และนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 527 คน จากไทย พม่า มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และลาว จัดกีฬาชิงชัยทั้งหมด 12 ชนิด ประเทศไทยเจ้าภาพ คว้าเจ้าเหรียญทอง ทำได้ 35 เหรียญทอง 26 เหรียญเงิน 15 เหรียญทองแดง
กีฬาแหลมทองจัดแข่งขันทุกๆ 2 ปี มาจนถึงครั้งที่ 8 เมื่อ พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) สมาพันธ์กีฬาแหลมทองมีมติให้รับประเทศอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์เข้าร่วมเป็นสมาชิก และได้บรรจุเข้าเป็นประเทศสมาชิกแข่งขันอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2520 (ค.ศ. 1977) และในปีเดียวกันนั้นสมาพันธ์ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นสหพันธ์กีฬาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Games Federation หรือ SEAGF) และเรียกการแข่งขันว่า ซีเกมส์ (Southeast Asian Games)
ประเทศบรูไนนั้นได้เข้าร่วมแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 10 ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในปี พ.ศ.2522 ซึ่งอิเหนาเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ครั้งแรก และติมอร์ตะวันออกเป็นประเทศล่าสุดที่เข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์ โดยเข้าแข่งขันครั้งแรกในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 22 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ในปี 2546 ซึ่งเป็นซีเกมส์ครั้งแรกของเวียดนามเช่นกัน ทำให้ชาติสมาชิกอาเซียนในซีเกมส์มีจำนวนทั้งสิ้น 11 ชาติจนถึงปัจจุบัน
การผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ ในระยะแรกมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไม่กี่ชาติ ได้แก่ ไทย พม่า มาเลเซีย จนกระทั่งสิงคโปร์เริ่มเป็นเจ้าภาพครั้งแรกในครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2516 ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพครั้งแรกในครั้งที่ 11 ปี พ.ศ.2524 มาจนถึงบรูไน จัดครั้งแรกในครั้งที่ 20 ปี พ.ศ.2542 และเวียดนามครั้งที่ 22 ปี 2546 นอกเหนือจากการเรียงตามลำดับอักษรของประเทศแล้ว หากประเทศใดที่ยังไม่เคยเป็นเจ้าภาพมาก่อน แสดงความจำนง ต้องการเป็นเจ้าภาพ ก็สามารถเสนอตัวเพื่อรับสิทธิ์นั้นได้ทันที
ประเทศที่เป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์มากที่สุดได้แก่ ไทย เป็นเจ้าภาพทั้งหมด 6 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ.2502 ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ.2510 ครั้งที่ 8 ปี พ.ศ.2518 ครั้งที่ 13 ปี พ.ศ.2528 ครั้งที่ 18 ปี พ.ศ.2538 และครั้งที่ 24 ปี 2550 และเป็นชาติแรกที่จัดกีฬาซีเกมส์นอกเมืองหลวงใน 2 ครั้งหลังสุดที่ จ.เชียงใหม่ และจ.นครราชสีมา ตามลำดับ
ไทยครองตำแหน่งเจ้าเหรียญทองมากที่สุดถึง 10 สมัย รองลงไปคือ อินโดนีเซีย ครองตำแหน่งเจ้าเหรียญทอง 9 สมัย โดยในสถานการณ์ปัจจุบันประเทศที่เป็นเจ้าภาพมักจะครองตำแหน่งเจ้าเหรียญทอง ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย ครั้งที่ 21 เวียดนาม ครั้งที่ 22 ฟิลิปปินส์ ครั้งที่ 23 โดยมีไทยเป็นรองเจ้าเหรียญทองมาตลอด
ในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างในอาเซียน เรื่องของกีฬาได้สะท้อนความเป็นไปได้เป็นอย่างดี กีฬาซีเกมส์ถูกเปรียบเปรยหลายครั้งถึงการเอารัดเอาเปรียบคู่แข่งขัน โดยเฉพาะชาติเจ้าภาพ พยายามบรรจุกีฬาที่ตนถนัดเพื่อโอกาสในการกวาดเหรียญทองมากๆ แม้ว่ากีฬาเหล่านั้นจะมีชาติที่แข่งขันเพียงไม่กี่ชาติ และแน่นอนว่าไม่ได้บรรจุในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ หรือเอเชี่ยนเกมส์ ไม่ว่าจะเป็น ปันจักสีลัต จนมาถึงว่ายน้ำตีนกบ หรือเตะลูกขนไก่ข้ามตาข่าย ฯลฯ
มาตรฐานการตัดสินชนิดที่ค้านสายตา นักกีฬาไทย หรือชาติอื่นๆ ผลัดกันตกเป็น “เหยื่อ” ของความบ้าคลั่งเหรียญทองอย่างไม่จบสิ้น จนกระทั่งมีการกระทบกระเทียบว่ากีฬาซีเกมส์นั้นคือ “ซีโกง” หรือไม่ก็ “ซีเซอร์คัส” (กีฬาสวนสัตว์)
มีบางครั้งที่ผู้นำของบางประเทศ วิพากษ์วิจารณ์กีฬาซีเกมส์ ต่อว่าเจ้าภาพ หรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในประเทศ จนลุกลามกลายเป็นปัญหาระดับชาติ !!!
เมื่อกาลเวลาผ่านไปจนถึงกึ่งศตวรรษ กีฬาซีเกมส์ครบรอบ 50 ปี ในการแข่งขันครั้งที่ 25 ที่ลาวเปิดประวัติศาสตร์จัดมหกรรมกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเป็นครั้งแรก ภาพลักษณ์ของกีฬาซีเกมส์ ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม การบรรจุกีฬาชนิดต่างๆ เข้าแข่งขัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความคำนึงในเรื่องการสร้างนักกีฬาไปสู่ระดับสากล เพราะเพียง 25 กีฬาที่ลาวบรรจุแข่งขันชิงชัย 383 เหรียญทอง นั้น ก็ยังมีกีฬาอย่าง ว่ายน้ำตีนกบ หรือเตะลูกขนไก่ข้ามตาข่าย ชิงชัยเหรียญทองจำนวนมาก
ในขณะที่กีฬาสากลอย่าง บาสเกตบอล ยิมนาสติก ไม่มีแข่งขัน !!!
ด้วยข้อจำกัดมากมายของลาว ที่จัดการแข่งขันได้เพียง 25 กีฬา ทุกฝ่ายก็ต้องพยายามผลักดันให้กีฬาซีเกมส์ครั้งประวัติศาสตร์นี้ผ่านพ้นไปให้ดีที่สุด
เพียงแต่ 50 ปี ไม่ใช่เวลาน้อยๆ แต่นานเพียงพอที่จะทบทวนว่า ชาวอาเซียนได้สร้างกีฬาซีเกมส์ให้มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร
หรือต้องย้อนกลับไปนึกถึงวัตถุประสงค์ในการเริ่มก่อตั้งกีฬากีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 1 เมื่อ 50 ปีที่แล้ว
1.กีฬาแหลมทอง ต้องการให้นักกีฬาอาเซียนได้มีเวทีประลองแข่งขันกีฬาเพื่อเตรียมนักกีฬาไปสู่การแข่งขันระดับที่สูงกว่าอย่างเอเชี่ยนเกมส์ โอลิมปิกเกมส์
2.สนับสนุนความร่วมมือ ความเข้าใจ และความสัมพันธ์ในบรรดาประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ผ่านมาแล้ว 50 ปีเต็ม กีฬาซีเกมส์ในวันนี้เป็นอย่างไร ชาวอาเซียนสามารถหาคำตอบได้ด้วยตัวเอง



