ข่าว

แม้จะเป็นแรงงานหญิงต่างด้าว "ไทย" ก็ไม่ทอดทิ้ง

แม้จะเป็นแรงงานหญิงต่างด้าว "ไทย" ก็ไม่ทอดทิ้ง

06 มี.ค. 2552

สังคมทุกวันนี้ปัญหาของแรงงานหญิงและเด็กต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย มักถูกแสวงหาผลประโยชน์และถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง

  โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้ามาทำงานรับใช้ในบ้าน ซึ่งทำให้บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าถึงการให้ความช่วยเหลือ มูลนิธิผู้หญิงตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงจัดเสวนาเรื่อง "ใครจะช่วยแรงงานหญิงและเด็กต่างชาติทำงานบ้าน" เพื่อเป็นเวทีร่วมแลกเปลี่ยนความคิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในภาครัฐและเอกชน ทั้งยังเป็นการแสวงหาแนวทางการให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองที่มีประสิทธิภาพ และเป็นโอกาสรณรงค์ต่อสาธารณชน ให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่เมื่อพบเห็นการใช้ความรุนแรงต่อแรงงานหญิงและเด็กต่างด้าวที่เข้ามาทำงานบ้าน

  ดาราราย รักษาสิริพงศ์ เจ้าหน้าที่โครงการให้ความช่วยเหลือหญิงและเด็กต่างชาติ มูลนิธิผู้หญิง กล่าวว่า จากการทำโครงการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้หญิงและเด็กต่างชาติพบว่า ปี 2551 มีแรงงานหญิงและเด็กต่างชาติได้รับความช่วยเหลือ 348 คน จำนวนผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในส่วนของแรงงานบ้านทั้งสิ้น 37 คน โดย 32 คนเป็นคนลาวแถบลาวใต้ แถวจำปาสัก สะหวันนะเขต ซึ่งได้รับการชักชวนจากนายหน้าเข้ามาทางช่องเม็ก และเขมราฐ จ.อุบลราชธานี  อีก 5 คนเป็นชาวพม่าในรัฐกะเหรี่ยงและรัฐมอญ ที่ลักลอบเข้ามาทาง อ.แม่สอด จ.ตาก ส่วนใหญ่มาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ แถบฝั่งธน และ จ.นนทบุรี

 "จากทั้งหมด 37 คนนี้ มี 4 คนที่ถูกนายจ้างล่วงละเมิดทางเพศ 14 คน ถูกนายจ้างทำร้ายร่างกาย 21 คนไม่ได้รับค่าจ้าง 28 คนถูกนายจ้างกักขังไม่ให้ติดต่อกับครอบครัวและไม่อนุญาตให้ออกจากบ้าน ทุกคนจึงเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือ จนท้ายที่สุดต้องหลบหนีออกมาด้วยตัวเอง บางคนได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจถึงขั้นป่วยทางจิต" เจ้าหน้าที่โครงการให้ข้อมูล

 ด้าน ศิริชัย จันทรสิงห์ นักวิชาการแรงงานชำนาญการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า เรามีมาตรการในการคุ้มครองแรงงานในด้านต่างๆ อาทิ กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งจะให้ความเสมอภาคทั้งคนไทยและคนต่างด้าว และยังให้ความคุ้มครอง ด้วยการตรวจแรงงานหากมีการร้องขอ โดยเฉพาะในเขต จ.สมุทรสาคร และ จ.ปทุมธานี ซึ่งจะมีแรงงานต่างด้าวอยู่จำนวนมาก และหากพบว่าแรงงานต่างด้าวถูกเอาเปรียบจากนายจ้าง ก็จะดำเนินคดีเรียกร้องค่าจ้างให้ ซึ่งที่ผ่านมาก็สำเร็จทุกราย ในส่วนของโรงงานก็ได้จัดทำแผ่นพับเป็นภาษาลาว กัมพูชา และพม่า เพื่อเป็นการให้ความรู้และให้เข้าถึงแรงงานต่างด้าวเหล่านั้น นอกจากนั้นยังมีการสร้างเครือข่ายในการแจ้งเบาะแสในกรณีที่แรงงานต่างด้าวถูกทำร้ายและถูกเอาเปรียบจากนายจ้างในทุกรูปแบบด้วย

 ปิดท้ายที่ พล.ต.ท.ชัชวาล สุขสมจิตร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า แรงงานหญิงและเด็กต่างด้าวมีกฎหมายคุ้มครองหลายฉบับ เช่น กฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว กฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ กฎหมายคุ้มครองเด็ก กฎหมายการทำงานคนต่างด้าว กฎหมายคนเข้าเมือง ซึ่งเบื้องต้นหากถูกทำร้ายร่างกายก็มีกฎหมายอาญาลงโทษอยู่แล้ว หรือหากมีลักษณะเอาคนลงเป็นทาสก็เข้าข่ายค้ามนุษย์ด้วย

 “การใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ขณะนี้แวดวงอัยการมองว่าแรงงานในบ้านไม่ถือเป็นคนในครอบครัว คงใช้เพียงกฎหมายอาญาหรือกฎหมายค้ามนุษย์ กฎหมายคุ้มครองเด็ก เป็นต้น ดำเนินการได้ อย่างไรก็ตามไม่ว่าผู้พบเห็นคนในบ้านไหนถูกทำร้ายแม้ไม่ทราบเป็นลูกจ้างหรือคนในครอบครัวสามารถแจ้งตำรวจได้ กฎหมายคุ้มครองผู้แจ้งเหตุด้วยความสุจริตใจ เป็นหน้าที่ตำรวจใช้ดุลพินิจจะเอากฎหมายใดมาดำเนินการ” พล.ต.ท.ชัชวาล กล่าว