
ยูเออีอัดฉีดสภาพคล่องบรรเทาวิกฤติดูไบ เวิลด์
สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์อัดฉีดสภาพคล่องบรรเทาผลกระทบจากดูไบ เวิลด์
(30พ.ย.) ธนาคารกลางของสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ออกแถลงการณ์เมื่อวานว่าพร้อมจัดสรรเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่ออัดฉีดสภาพคล่องให้กับธนาคารทั้งในประเทศและธนาคารต่างประเทศที่มีสาขาอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์หรือยูเออี สำหรับไว้เตรียมรับมือกับความแตกตื่นของผู้ฝากที่อาจจะแห่มาถอนเงิน และเพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนทั่วโลกว่ารัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อจำกัดผลกระทบจากปัญหาวิกฤติหนี้สินในดูไบ ที่เป็น 1 ใน 7 รัฐของยูเออี หลังจากบริษัทดูไบ เวิลด์ ได้ประกาศขอพักชำระหนี้ 6 เดือน
นอกจากนี้รัฐอาบูดาบี ซึ่งเป็นอีก 1 ใน 7 รัฐของยูเออี ประกาศพร้อมให้ความช่วยเหลือแก่บริษัทต่างๆในดูไบเป็นกรณีๆไป
ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF แสดงท่าทีขานรับกับมาตรการของยูเออีที่จะช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับระบบธนาคาร พร้อมกับแสดงความมั่นใจว่าเศรษฐกิจของยูเออีมีความแข็งแกร่ง นอกจากนี้ธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ของอังกฤษ ที่มีสาขาจำนวนมากในตะวันออกกลางก็แสดงความชื่นชมกับการตัดสินใจที่เด็ดขาดและเหมาะสมของยูเออี
แต่นักวิเคราะห์บางคน บอกว่า มาตรการช่วยเหลือดังกล่าวยังน้อยเกินไป ควรจะมีการประกาศมาตรการทางนโยบายสำหรับแก้ไขวิกฤติให้มากกว่านี้เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนก่อนการเปิดตลาดหุ้นวันนี้เพราะมีกระแสข่าวลือสะพัดมากมายเกี่ยวกับต้นตอและขอบเขตของวิกฤติครั้งนี้
กลุ่มบริษัท"ดูไบ เวิลด์" ของทางการรัฐดูไบมีภาระหนี้สินรวมกว่า 59,000 ล้านดอลลาร์ และประกาศเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนขอพักชำระหนี้นาน 6 เดือน ข่าวดังกล่าวทำให้หุ้นทั่วโลกร่วงดิ่งลงกันถ้วนหน้าด้วยความวิตกว่าจะทำให้เกิดความผันผวนทางการเงินจนกระทบต่อการฟื้นตัวอย่างเปราะบางของเศรษฐกิจโลกจากภาวะถดถอย แต่ตลาดหุ้นตะวันออกกลางไม่ได้รับผลกระทบเพราะมีวันหยุดยาวช่วงเทศกาลอีดิ้ล อัล-อัฎฮา
ส่วนตลาดหุ้นในเกือบทุกประเทศทั่วเอเชียต่างปรับตัวสูงขึ้นวันนี้ หลังดิ่งลงอย่างหนักเมื่อวันศุกร์โดยดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงดีดตัวสูงขึ้นกว่า 3%ในช่วงเช้า และดัชนีคอสปีของเกาหลีใต้ปรับขึ้น 2.7% หลังดัชนีทั้งสองร่วงไปเกือบ 5% เมื่อวันศุกร์ ส่วนดัชนีนิคเคอิของญี่ปุ่นปรับขึ้น 2.4%



