ข่าว

"กษิต"ฉะนักวิชาการกล่าวหาไม่ผูกมิตรเพื่อนบ้าน

"กษิต"ฉะนักวิชาการกล่าวหาไม่ผูกมิตรเพื่อนบ้าน

30 พ.ย. 2552

"กษิต"ฉะนักการเมือง-นักวิชาการ บิดเบือนความจริง กล่าวหา กต.ไม่สร้างความสัมพันธ์เพื่อนบ้าน

(30พ.ย.) นายกษิต  ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานเปิดเวบไซต์ thaiafrica.net <http://thaiafrica.net/> ที่วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ โดยนายกษิต ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการช่วยเหลือนายศิวรักษ์ ชุติพงศ์ วิศวกรไทยที่ถูกควบคุมตัวในกัมพูชา ว่า ทุกอย่างเราทำไปตามกระบวนการเพราะเรามีทนายความแล้วซึ่งนายศิวรักษ์ก็ให้ปากคำกับทนายความชาวกัมพูชาที่เราได้แต่งตั้งขึ้น นอกเหนือจากที่ได้ให้ปากคำกับทางการของกัมพูชา ซึ่งก็เป็นไปตามกระบวนการของศาลกัมพูชา ขณะเดียวกันก็มีทนายความจากสภาทนายความไทย เป็นผู้ช่วยเหลือทนายความชาวกัมพูชาดังกล่าว

 ต่อข้อถามที่ว่ามีอะไรน่าเป็นห่วงหรือไม่นายกษิต กล่าวว่า เราก็เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ ซึ่งนายศิวรักษ์ ก็พูดหลายครั้งว่า เขาบริสุทธิ์ ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดครรลอง

 เมื่อถามถึงกรณีเศรษฐกิจในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ นายกษิต กล่าวว่า นายกรณ์ จาติกวนิชย์ รมว.คลัง ได้ให้สัมภาษณ์ตั้งหลายครั้งว่าพวกเราไม่ได้ไปลงทุนอะไรกันมากมายเหมือนอย่างกรณีที่เราไม่ได้ไปเสียเงินมากมายกรณีที่นครนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปีที่แล้ว เพราะธนาคารไทยเรามีวินัยดี และการกำกับรายการควบคุมโดยธนาคารแห่งชาติ จากประสบการณ์เมื่อปีฟองสบู่แตก ก็ดีขึ้นเป็นลำดับ

 ผู้สื่อข่าวถามว่าภาคธุรกิจมีการร้องขอให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยเหลืออะไรหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่ายังไม่มี

 ส่วนความคืบหน้าการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายกษิต กล่าวว่า ก็เป็นหน้าที่ซึ่งทำอยู่ตลอดเวลา ทั้งโดยตัวเราเองกับมิตรประเทศทั้งหลาย นอกจากนั้นยังใช้ช่องทางผ่านทางตำรวจสากล และนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งได้รับมอบหมาย ก็ได้ให้ข่าวความคืบหน้าแก่สื่อมวลชนและสาธารณชนเป็นระยะๆ

 ต่อข้อถามที่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่สามารถจับตัวเขาได้ นายกษิต กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไรครับ เขาก็เป็นมนุษย์ล่องหน ไม่ได้เป็นประเด็น แต่อย่าลืมว่า คุณทักษิณ เป็นอดีตนายกฯ เป็นนักเรียนทุน เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นนายตำรวจ รู้ประเด็นกฎหมายและได้ทำผิดเองและได้ต่อสู้ทางศาล ก็แพ้คดีและหนีคดี

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันกลับกัมพูชาอีกครั้ง นายกษิต กล่าวว่าเป็นเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ และสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็ทราบความรู้สึกรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทยดี

 ถามว่าเกรงจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า มันก็กระทบไปแล้ว ส่วนหากพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาครั้งที่ 2 นายกษิต กล่าวว่า อันนี้ก็ต้องว่าไปตามครรลองเพราะเราได้ยืนกรานกับกัมพูชาหลายครั้งแล้วว่า การแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษานั้น เป็นสิ่งที่สังคมไทยรับไม่ได้

 ถามว่ามีโอกาสหารือกับสมเด็จฮุนเซนหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า ก็ได้มีการติดต่อกันผ่านทางช่องทางทางการทูต และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ได้พูดจากับสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตนเองก็พบกับรมว.ต่างประเทศกัมพูชา ตามที่ประชุมต่างๆ เหล่านี้

 ถามว่าฝ่ายกัมพูชาให้เหตุผลอย่างไร นายกษิต กล่าวว่า เขาก็ให้เหตุผลอย่างที่พวกเราก็ทราบกันว่า สมเด็จฮุน เซน บอกว่านี่เป็นเรื่องส่วนตัว ส่วนเราก็บอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้ เพราะคุณทักษิณ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวสำหรับสังคมไทย ส่วนขั้นตอนต่อไปที่กระทรวงการต่างประเทศต้องดำเนินการ นายกษิต กล่าวว่า ไม่มีอะไร ก็รอทางฝ่ายกัมพูชาอยู่เพราะประเด็นเริ่มที่กัมพูชา ก็ต้องจบที่กัมพูชา

 ส่วนกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ชื่อใหม่ นายกษิต กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร ก็ไม่ได้เกี่ยว จะเปลี่ยนอะไรก็ไม่เป็นไร ก็ยังเป็นคุณทักษิณอยู่ ไปห่วงอะไรละครับ ส่วนกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี นายกษิต กล่าวว่า ไม่มีครับไม่ทราบ อย่ามาถามเรื่องพันอย่างนี้ ข่าวลือข่าวลอยไม่ครับ รัฐบาลยังมีเสถียรภาพทำงานเต็มที่ stimulus package2 ต้องลงสู่พื้นดินเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ และเราก็ยังมีโครงสร้างพื้นฐานมีการพัฒนามีการจ้างงานที่นายกฯ พูดไว้ ถ้าเกิดโครงการได้ ก็จะจ้างงานได้ตั้งล้านกว่าคน

 ผู้สื่อข่าวถามว่าปีหน้าจะมีการปรับครม.หรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า ไม่ทราบครับ ผมไม่ใช่นายกรัฐมนตรีและไม่ใช่หัวหน้าพรรคไม่ต้องห่วง

 ส่วนปัญหาเรื่องเขตแดน นายกษิต กล่าวว่า ไม่มีปัญหาเพราะมีเอ็มโอยูอยู่ มีการเจรจาอยู่ในระดับเจ้าหน้าที่และในบันทึกการประชุม 3 ฉบับ ก็ได้เสนอต่อสภาและได้มีการเลื่อนพิจารณาไปจนกระทั่งสภาเปิดใหม่ในอีก 2 เดือน

 นายกษิต กล่าวว่า ตนขอชี้แจงจากที่ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์โดยอดีตนักการเมือง นักการเมือง หรือแวดวงวิชาการ ว่าเราไม่ได้ดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน คุณอย่าลืมว่า 10 เดือนที่ผ่านมา เราได้พบมิตรประเทศและประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศเป็น สิบๆ ครั้ง ได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมก็หลายครั้ง และไม่ใช่เพียงเรื่องทวิภาคี แต่ในกรอบอาเซียนก็เป็นสิบๆ ครั้ง และความร่วมมือช่วยเหลือที่เราให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านก็เป็นไปอย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องของมนุษยธรรม ทุนการศึกษาแม้กระทั่งกฐินพระราชทานก็ไปทอดในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่ควรจะเป็นผู้รู้อยู่ในแวดวงวิชาการ หรือนักการเมืองต่าง ๆ แล้วบอกว่าไม่มีความสัมพันธ์เลย นี่เป็นการให้ข้อมูลที่ผิดพลาดและไม่ถูกต้องเป็นอย่างยิ่งเป็นการบิดเบือนสภาพความเป็นจริง อันนี้ไม่จริงครับ และเราได้ให้สัมภาษณ์ตลอดเวลาว่ากระทรวงการต่างประเทศ ได้ทำอะไรกับประเทศเพื่อนบ้านบ้าง ซึ่งการสร้างข้อมูลที่เหลวไหลอันนี้ไม่ถูกต้อง