
"หงส์แดง"บุกถล่ม"ทอฟฟี่สีน้ำเงิน"2-0
อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ"ปืนโต" อาร์เซนอล โวยผู้ตัดสินไม่ทันเกมทำให้ลูกทีมพ่าย"สิงโตน้ำเงินคราม"เชลซี 0-3 ขณะที่ ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ "หงส์แดง" ได้ทีโวลูกทีมสุดยอด สมควรแล้วที่บุกชนะ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน 2-0
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด "ซูเปอร์ซันเดย์" คืนวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีศึกแห่งศักดิ์ศรีทีมร่วมเมืองถึง 2 คู่ ปรากฏว่าในคู่ "ลอนดอน ดาร์บี้" เชลซี ทีมจ่าฝูงจากฝั่งตะวันตก บุกชนะ อาร์เซนอล คู่ต่อสู้ร่วมกลุ่ม "บิ๊กโฟร์" จากฝั่งเหนือ 3-0 ถึงถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม จาก ดิดิเยร์ ดร็อกบา คนเดียว 2 ประตู นาที 41 กับ 86 โดย 2 ประตูของ "ดร็อก" ทำให้เขายิงรวม 11 ประตู ขึ้นนำเป็นดาวยิงสูงสุดร่วมกับ เจอร์เมน เดโฟ ของ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ทีมอันดับ 3 และอีกประตูมาจากการทำเข้าประตูตัวเองของ โธมัส เวอร์เมเลน นาที 45
ส่งผลให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" แข่ง 14 นัด มี 36 แต้ม ยังนำเป็นจ่าฝูงต่อไป ทิ้งห่าง แมนฯ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าและรองจ่าฝูง 5 แต้มเท่าเดิม ขณะที่ "ปืนโต" พ่ายเกมศูนย์ 2 นัดติดต่อกัน และแข่ง 13 นัด มี 25 แต้ม อยู่อันดับ 4 พื้นที่โควตาสโมสรยุโรป ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทีมสุดท้าย
หลังเกม อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล ไม่พอใจ อังเดร มาร์ริเนอร์ ผู้ตัดสิน ที่ปฏิเสธประตูของ อังเดร อาร์ชาวิน ทำให้กลายเป็นจุดพลิกผันของเกมในที่สุด เนื่องจาก มาร์ริเนอร์ เห็นว่าจังหวะก่อนหน้าที่ อาร์ชาวิน จะได้ยิง เอดูอาร์โด เล่นบอลจังหวะอันตรายใส่ ปีเตอร์ เช็ก นายทวาร "สิงห์บลู" เพราะหากได้ประตูดังกล่าวจะทำให้ทั้งสองทีมกลับมาเสมอกัน 1-1
"คุณเห็นอะไรในจังหวะนั้น แต่มันสำคัญกับเรา เป็นความผิดพลาดมหันต์อีกครั้งของผู้ตัดสินในเกมฟุตบอล ผมไม่รู้จะพูดอะไรอีกแล้วสำหรับการตัดสินของกรรมการในฤดูกาลนี้ และหากเขาจะขอโทษภายหลัง แต่เราก็แพ้ไปแล้ว เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้เพราะมันไม่ได้อยู่ในเกมอีกแล้ว ดังนั้นจาก 1-1 มาเป็น 2-0 คุณเห็นความแตกต่างหรือเปล่า"
ขณะที่ คาร์โล อันเชล็อตติ ผู้จัดการทีมเชลซี กล่าวว่า "เป็นมาตรฐานการเล่นที่ยอดเยี่ยมของเราอีกครั้งในเกมใหญ่ มันคงตลกแน่ถ้าคุณจะบอกว่า คุณไปชนะ อาร์เซนอล 3-0 แล้วยังไม่พอใจ แต่ผมขอชมเชยกองหลังของเรา เพราะการเล่นที่ยอดเยี่ยมของพวกเขา มันทำให้บอลถูกตีกลับไปยังคู่ต่อสู้ได้เร็ว และกองกลางของพวกเราก็หยุดพวกเขาได้ก่อนที่จะเข้ากรอบเขตโทษ เราจึงสมควรเป็นผู้ชนะ"
ส่วน "เมอร์ซีย์ ไซด์ ดาร์บี้" ลิเวอร์พูล รองแชมป์เก่า บุกชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 ถึงถิ่นกูดิสัน ปาร์ค จากการทำเข้าประตูตัวเองของ โจเซฟ โยโบ นาที 12 และ เดียร์ก เคาท์ นาที 80
ส่งผลให้ "หงส์แดง" ชนะในลีกเป็นเกมแรกในรอบ 4 นัด และแข่ง 14 นัด มี 23 แต้ม อยู่อันดับ 5 พื้นที่โควตาถ้วยยูโรปา ลีก แม้จะมีแต้มเท่ากับ แอสตัน วิลล่า ทีมอันดับ 6 ทว่าผลต่างประตูได้เสียดีกว่า 3 ประตู ขณะที่ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" แพ้ 3 นัดติดต่อกัน และแข่ง 14 นัด มี 15 แต้ม อยู่อันดับ 16 ห่างจาก โบลตัน วันเดอเรอร์ส ทีมอันดับ 18 พื้นที่ตกชั้นทีมสุดท้าย 3 แต้ม
หลังเกม ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล กล่าวว่า "เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ ทุกคนเล่นได้อย่างประทับใจ เราทำการบ้านกันหนักก่อนเกมนี้ และมันก็เป็นเครื่องพิสูจน์ เราชนะเกมศูนย์ ถือเป็นงานที่ยอดเยี่ยมของกองหลังและผู้รักษาประตู ขณะที่ทั้ง 2 ประตูของเราก็มาจากเกมโต้กลับเร็วที่เราถนัด"
ส่วน เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตัน กล่าวว่า "เราไม่มีโชคอย่างมากในเกมนี้ เราพลาดจังหวะที่จะกลับเข้าสู่เกมซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
ขณะที่ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ บุกชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-0 ถึงถิ่นโมลินิวซ์ จาก ลี โบวเยอร์ นาที 3
สำหรับศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี คืนเดียวกัน ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ทีมจ่าฝูง ชนะ สตุ๊ตการ์ท 4-0 ในถิ่นไบ อารีนา ของตัวเอง จาก "แฮตทริก" ของ สเตฟาน คีสลิง นาที 22, 59 กับ 87 และ เอเรน แดร์ดิย็อก นาที 39 ส่งผลให้ "ห้างยา" เป็นทีมเดียวในลีกขณะนี้ที่ยังทำสถิติไร้พ่ายนับตั้งแต่เปิดซีซั่นล่าสุด และแข่ง 14 นัด มี 30 แต้ม ทิ้ง แวร์เดอร์ เบรเมน รองจ่าฝูง เพิ่มเป็น 3 แต้ม ขณะที่ "ม้าขาว" ไม่ชนะทีมใดมาแล้ว 7 นัดติดต่อกัน และแข่ง 14 นัด มี 11 แต้ม หล่นสู่อันดับ 17 รองสุดท้ายในพื้นที่ตกชั้น โดยห่างจาก เนิร์นแบร์ก ทีมอันดับ 15 ก่อนพื้นที่ตกชั้น แต้มเดียว
ส่วนอีกคู่ บาเยิร์น มิวนิค รองแชมป์เก่า บุกชนะ ฮันโนเวอร์ 3-0 ถึงถิ่นอาเวเด อารีนา จาก โธมัส มุลเลอร์ นาที 19, อิวิกา โอลิช นาที 47 และ มาริโอ โกเมส นาที 90 ส่งผลให้ บาเยิร์น ชนะเป็นเกมแรกหลังเสมอมา 3 เกมรวด และแข่ง 14 นัด มี 24 แต้ม เขยิบขึ้นสู่อันดับ 4 พื้นที่ถ้วยยูโรปา ลีก ทีมแรก โดยห่างจาก ชาลเก้ ทีมอันดับ 3 พื้นที่ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทีมสุดท้าย แต้มเดียว



