ข่าว

"สแตนชาร์ตไทย"ชูความได้เปรียบรุกลูกค้าเอสเอ็มอี

"สแตนชาร์ตไทย"ชูความได้เปรียบรุกลูกค้าเอสเอ็มอี

30 พ.ย. 2552

สแตนชาร์ตในไทยรุกตลาดลูกค้าเอสเอ็มอีส่งออก ชูความได้เปรียบด้านเครือข่ายต่างประเทศ ขณะเดียวกันวางเป้าหมายชัดเจนเจาะกลุ่มลูกค้าบุคคลระดับกลาง-บน

 นายมาร์ค เดวาเดสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด หรือสแตนชาร์ตในไทย กล่าวถึงแผนแม่บททางการเงินฉบับที่ 2 ว่าเป็นก้าวสำคัญที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดกว้างมากขึ้น ช่วยให้ลูกค้ามีทางเลือกในการรับบริการทางการเงิน ขณะเดียวกันทำให้การแข่งขันในระบบธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

 สำหรับธนาคารมองว่าการขยายสาขาไม่ใช่กลยุทธ์หลักที่จะมุ่งเน้น เนื่องจากมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเลือกกลุ่มลูกค้าที่จะให้บริการ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของธนาคารชัดเจนแล้วว่าคือ ลูกค้าที่มีรายได้ระดับกลางถึงระดับบนขึ้นไปในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และลูกค้าที่ใช้สินเชื่อรายย่อยหรือเอสเอ็มอี ดังนั้นการขยายสาขาจะเลือกพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก

 นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการหาช่องทางใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ โดยจะเพิ่มสาขาธนาคารเคลื่อนที่ หรือโมบาย แบงกิ้ง อีก 1 คัน หรือเพิ่มเป็น 5 คัน วิ่งไปตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อรอให้บริการลูกค้าที่ใช้บัญชีเงินเดือนผ่านธนาคาร และลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคารด้วย

 นายเดวาดาสัน กล่าวด้วยว่า ธนาคารยังจะมุ่งเน้นลูกค้าเอสเอ็มอีที่ทำธุรกิจส่งออก ซึ่งปัจจุบันมีพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอีอยู่หลักหมื่นล้านบาท หรือมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 2% เมื่อเทียบกับระบบ  

 อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เกิดวิกฤติการณ์ทางการเงินทำให้ธนาคารในประเทศคู่ค้าหลักของไทยอย่างสหรัฐเสียหายไปแล้วหลายแห่ง และยังมีโอกาสที่จะล้มละลายอีกหลายแห่ง ถือเป็นความเสี่ยงของธุรกิจส่งออกในการรับหนังสือค้ำประกันการส่งออกจากธนาคารต่างประเทศ แม้จะผ่านธนาคารในประเทศก็ตาม ในส่วนของธนาคารมีจุดแข็งที่มีเครือข่ายในประเทศต่างๆ การทำธุรกรรมข้ามชาติจึงมีความได้เปรียบและเชื่อมั่นได้มากกว่า ทำให้เชื่อว่าลูกค้าจะใช้บริการธนาคารมากขึ้น