
มาตรการล้อมวัด...ขังพระพุทธรูป
พระพุทธรูปปางมารวิชัยวัดดงหวาย ต.ท่าช้าง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา 6 องค์ ถูกคนร้ายลักลอบเข้าไปตัดเศียร เช่นเดียวกับพระประธานในอุโบสถ ภาพองค์พระที่ปราศจากเศียรสร้างความหดหู่ใจแก่พุทธศาสนิกชน ห่างออกไปราว 2 กิโลเมตร เสียงสาปแช่งของชาวบ้านดังเซ็งแซ่ เมื่
ดูเหมือนคนร้ายจะย่ามใจและไร้ความเกรงกลัวตำรวจ เมื่อถัดมาอีกไม่กี่วันก็บุกเข้าไปตัดประตูโบสถ์วัดธรรมสินธุ์โสภา ต.หนองน้ำใส อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา โจรกรรมพระพุทธรูปไป 6 องค์
สรุปแล้วในปี 2552 มีเหตุโจรกรรมและตัดเศียรพระพุทธรูปใน จ.สมุทรปราการ 2 ครั้ง จ.นนทบุรี 3 ครั้ง จ.พระนครศรีอยุธยา 3 ครั้ง จ.ลพบุรี 2 ครั้ง และ จ.สระบุรี 3 ครั้ง รวมพื้นที่ภาคกลางมีคดีเกิดขึ้นทั้งสิ้น 13 ครั้ง มูลค่าความเสียหายประเมินค่าไม่ได้ ส่วนใหญ่เป็นศิลปะสมัยอู่ทอง รองลงมาเป็นสุโขทัย และลพบุรี มีเอกลักษณ์เฉพาะและหายาก
กลุ่มคนร้ายที่ตำรวจกำลังเฝ้าจับตาอยู่และมีชื่อในบัญชี ได้แก่ กลุ่ม จ.พิจิตร ชัยนาท อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และชลบุรี !?!
"การลักทรัพย์พระพุทธรูป หรือวัตถุโบราณทางศาสนา มีโทษหนักจำคุก 15 ปี ตำรวจจะดำเนินการปราบปรามอย่างเฉียบขาด ใช้กฎหมายทุกมาตรา ไม่เฉพาะความผิดฐานลักทรัพย์เท่านั้น แต่มีความผิดฐานบุกรุกด้วย ส่วนร้านค้าที่รับซื้อเศียรพระต้องดูให้ดีก่อน ถ้ารับซื้อทั้งที่รู้ว่าเป็นของขโมยมาก็มีความผิดฐานรับซื้อของโจร มีโทษจำคุก 15 ปีเช่นกัน" พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร.กล่าวขึงขัง
"คม ชัด ลึก" ลงสำรวจตลาดค้าวัตถุโบราณ เซียนพระรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า พฤติกรรมการโจรกรรมพระปัจจุบันเปลี่ยนไป ทำตามใบสั่งน้อยลง เพราะของดีของแท้เริ่มหมดไป ส่วนใหญ่เป็นฝีมือโจรลักพระสมัครเล่น ไม่มีความรู้ ดูพระไม่เป็น โจรกรรมสะเปะสะปะ หยิบฉวยข้าวของติดมือไปสารพัด
"ยุคแรกๆ คนร้ายที่ตัดเศียรพระตามโบราณสถานจะมุ่งสกัดเอาทองคำ เพราะในสมัยโบราณเวลาหล่อพระจะเอาส่วนเศียรลงล่าง ทองคำที่มีน้ำหนักมากกว่าโลหะชนิดอื่นๆ จะไหลลงส่วนเศียรมากที่สุด หัวขโมยจะมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการสร้างพระเป็นอย่างดี จึงรู้ว่าควรสกัดทองจากส่วนไหน ปัจจุบันพระพุทธรูปโบราณถูกโจรกรรมไปจนเหลือน้อยแล้ว" เซียนพระรายหนึ่งให้ความเห็น
อย่างไรก็ดี สิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ วิธีการโจรกรรม ก่อนจะลงมือจะไปตระเวนดูตามวัดต่างๆ ว่ามีพระพุทธรูปเก่าแก่สำคัญๆ หรือไม่ สังเกตจากวัดที่ป้องกันพระพุทธรูปเป็นพิเศษ ภาษาเซียนเรียกว่า "ขังพระ" ทำทีเป็นนักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูปนำมาเสนอราคาให้กลุ่มพ่อค้า แล้วศึกษาวิธีป้องกันของวัด เพื่อหาช่องทางโจรกรรม เมื่อได้มาแล้วก็จะนำไปแช่น้ำหรือฝังดิน รอให้เรื่องเงียบคดีซาตำรวจเลิกสนใจแล้วจึงนำออกมาขาย นักเลงพระเรียกวิธีนี้ว่า "การจมพระ" สำหรับพระหรือเศียรพระที่เก่าแก่มักจะถูกส่งตรงไปยังลูกค้าเลย จะไม่นำมาวางขายทั่วไปตามตลาดค้าโบราณวัตถุ
"ลำพังโจรขโมยพระระดับเซียนก็แย่พออยู่แล้ว เพิ่มโจรใจชั่วมือใหม่หัดบาปเข้ามาอีก ยิ่งแย่ใหญ่ ถ้าล่ามโซ่พระได้เผลอๆ พวกนี้ก็ขโมยโซ่ไปขายด้วย" เซียนพระรายเดิมพูดปลงๆ
วิธีการป้องกันในชั้นนี้ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) ได้ประชุมหามาตรการป้องกัน ร่วมกับพระเทพวรเวที เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยเจ้าอาวาสวัดต่างๆ กว่า 200 รูป หัวหน้าสถานีตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัคร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอทุกอำเภอ และไวยาวัจกร เบื้องต้นมีความเห็นให้วัดไปสำรวจดูว่า วัดไหนบ้างที่มีพระพุทธรูปสำคัญควรติดตั้งกล้องวิดีโอวงจรปิด ในส่วนของตำรวจจะเพิ่มมาตรการตรวจตราและตั้งด่านตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในยามวิกาลให้มากขึ้น
นอกจากนี้ยังรื้อโครงการตู้เหลืองของ บก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ที่เคยดำเนินการแล้วได้ผลดี ด้วยการกำหนดจุดตรวจแก่วัด 500 แห่งทั่ว จ.พระนครศรีอยุธยา วัดละ 2 ตู้ นำไปติดตั้งใกล้กับโบราณวัตถุหรือพระพุทธรูปล้ำค่า พร้อมจัดสายตรวจเข้าตรวจตรา โดยเฉพาะตั้งแต่เที่ยงคืนถึงตีห้า และเพิ่มรอบการตรวจจากเดิม และกำหนดจุดตรวจในเส้นทางผ่าวัดและเชื่อมต่อวัดแต่ละแห่ง
"ปัญหาเกิดจากหลายปัจจัย หนึ่งในนั้นคือ การขาดการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ประชาชน และวัด มาตรการดูแลยังไม่รัดกุมและพบจุดอ่อนหลายจุด มาตรการเบื้องต้นคือ การเพิ่มกำลังสายตรวจเข้าไปตรวจตราในช่วงเวลาที่คาดว่าคนร้ายจะก่อเหตุให้ถี่มากขึ้น" พ.ต.อ.กรเอก เพชรไชยเวส รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา กล่าว



