
ศึกนอกสงบรบกันเอง
โล่งอกไปเปลาะหนึ่งกับการประกาศเลื่อนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงโดยการนำของ ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคุก ออกไปโดยไม่มีกำหนด จากเดิมนัดชุมนุมวันที่ 28 พฤศจิกายน-2 ธันวาคมนี้
ส่งผลให้ดัชนีความสุขคนไทยพุ่งสูงขึ้น จากผลสำรวจของเอแบคโพลล์ พบว่า ประชาชนมีความสุขถึง 9.42 คะแนน จากเต็ม 10 คะแนน เมื่อรู้ข่าวการเลื่อนชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และความสุขของคนไทยยังพุ่ง 9.14 คะแนน จากเต็ม 10 คะแนน เมื่อเข้าใกล้ “วันพ่อ 5 ธันวามหาราช”
นี่เป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่า หากกลุ่มคนเสื้อแดงยังฝืนกระแสสังคมชุมนุมป่วนเมือง ก็ยิ่งถูกต่อต้านจากสังคม
จึงเป็นเหตุผลสำคัญให้กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศพักรบชั่วคราว เพราะนับตั้งแต่ "ทักษิณ" ประกาศไล่บี้โค่นรัฐบาลโดยการนำของพรรคประชาธิปัตย์ทุกรูปแบบ ทั้งผ่านยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศไทย และผ่านยุทธศาสตร์ป่าล้อมเมือง
แต่กลับยิ่งทำให้กระแสความนิยมของ "ทักษิณ" ลดลงอย่างต่อเนื่อง
"ทักษิณ" และกลุ่มคนเสื้อแดง จึงถือโอกาสนี้กลับไปตั้งหลักใหม่ และประเมินสถานการณ์อีกครั้ง
เดิมทีตั้งใจจะกลับมาอีกครั้งหลัง 15 ธันวาคมนี้ แต่เมื่อนับนิ้วดีดลูกคิดแล้วได้ไม่คุ้มเสีย เพราะอยู่ในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ ใครๆ ก็อยากกลับบ้าน จึงเป็นเรื่องยากในการระดมพล
ดังนั้นเป้าหมายของกลุ่มคนเสื้อแดงเตรียมกลับมาใหม่อีกครั้งในปลายเดือนมกราคมปีหน้า หรืออย่างช้าต้นเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อโค่นรัฐบาลให้ได้ตามเป้าหมายของ "นายใหญ่"
สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง จึงเตรียมถกหน่วยงานความมั่นคงประเมินสถานการณ์ ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ก่อนชงให้ ครม.พิจารณายกเลิก พ.ร.บ.ความมั่นคงทั่วกรุงเทพฯ หรือไม่ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้
โดย "สุเทพ" เห็นควรให้ยกเลิก พ.ร.บ.ความมั่นคง เนื่องจากสถานการณ์ของบ้านเมืองดีขึ้นแล้ว ไม่มีเรื่องน่ากังวลใจ
อย่างไรก็ดี แม้ว่ารัฐบาลจะคลายความกังวลใจ แต่ก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้ เนื่องจากอยู่ในช่วงรัฐบาลจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวาคม ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม ตั้งแต่ลานพระบรมรูปทรงม้า ถนนราชดำเนิน อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปจนถึงสนามหลวง
ขณะเดียวกันในรอบสัปดาห์นี้ ก็อยู่ในช่วงครบรอบ 1 ปี กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกสนามบินสุวรรณภูมิ และถูกดำเนินกว่า 32 คดี ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า
นี่จึงอาจจะเป็นเหตุผลให้มีกลุ่มการเมืองฉวยโอกาส "สร้างสถานการณ์" ได้ แม้ว่ารัฐบาลจะสามารถประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงได้ตลอดเวลาก็ตาม
แต่ถึงกระนั้น แม้ว่าการเมืองในรอบสัปดาห์นี้ "ศึกนอก" ดูจะลดอุณหภูมิลงไปบ้าง ประกอบกับอยู่ในช่วงของการปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร
การพักรบชั่วคราวของกลุ่มคนเสื้อแดงก็ดูเหมือนว่าจะทำให้รัฐบาลมีโอกาสตั้งตัวมากขึ้น เพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้แก่ประเทศ และประชาชน
แต่เอาเข้าจริงแล้วกลับไม่เป็นเช่นนั้น
เพราะเมื่อศึกนอกสงบ "ศึกภายในรัฐบาล" กลับเริ่มก่อตัวขึ้นอีกระลอก และมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น
นับตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อเหล่าบรรดาแกนนำพรรคตัวจริงเสียงจริงร่วมสุมหัวกันเพื่อทวงถามสัญญาใจจากพรรคประชาธิปัตย์ ปมเงื่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากที่เหล่าบรรดาแกนนำถูกตัดสิทธิ์ใกล้ถึงเวลาครบขวบปีแล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจน
โดยเฉพาะการออกมากระทุ้งจากพรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา หัวหอกสำคัญของพรรคร่วมรัฐบาล
ล่าสุดวิป 3 ฝ่ายได้สรุปประเด็นและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ประเด็น เสนอให้ ครม.เป็นผู้พิจารณาเพื่อออกแบบการทำประชามติต่อไปแล้ว
ดังนั้นจึงอยู่กับการตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะเดินหน้าหรือหาทางยื้อออกไปให้นานที่สุด เพราะหลังจากพรรคฝ่ายค้านอย่างเพื่อไทย ประกาศถอนตัวไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย แนวร่วมต่อต้านก็เริ่มมากขึ้น
จุดนี้แหละจะทำให้เกิดความบาดหมางใจภายในพรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้ง หลังจากที่ประชาธิปัตย์ไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญาใจที่เคยให้ไว้กับพรรคร่วม
นอกจากนี้ปมความบาดหมางใจกันเมื่อครั้งเก่าก่อน ในการแต่งตั้ง ผบ.ตร.แทน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ได้ปะทุขึ้นมาอีกระลอก
เมื่อมีการนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามค้นบ้าน บัณฑูร ภัครวานิช อดีต ผอ.สำนักงบประมาณ หลังจากมีกระแสข่าวว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เตรียมเสนอ บัณฑูร เป็น ก.ต.ช.แทน ปิยพันธุ์ นิมมานเหมินท์ ที่ลาออไป
สุดท้าย "หนุ่มมาร์ค" ก็ไหวตัวทัน ด้วยการตั้ง สุภา ปิยะจิตติ ผอ.สำนักงานคณะกรรมการนโยบาย รัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง ขึ้นมาเป็น ก.ต.ช.
แต่เกมนี้เหมือนความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก !!!
เรื่องราวกลับตาลปัตรเป็นการรื้อโครงการความไม่ชอบมาพากล การจัดซื้อรถจักรยานยนต์สายตรวจ 19,147 คัน โครงการเช่ารถยนต์ตู้ 1,447 คัน โครงการเช่ารถยนต์ตู้ของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) มูลค่าความเสียหายมากถึง 1.2 หมื่นล้านบาท
เพื่อขยายผลหา "บิ๊กสีกากี" ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการทั้งหมด
แน่นอนว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นหนึ่งในขบวนเตะสกัดขาในการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ หลังจากที่ "หนุ่มมาร์ค" ออกมาให้คำมั่นว่า จะได้ผู้นำสีกากีอย่างแน่นอนในต้นปีหน้า
จึงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่า การรื้อเรื่องนี้ขึ้นมาย่อมส่งผลสะเทือนต่อศึกชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สุดท้ายปมปัญหานี้ จะเป็นการตอกย้ำให้เห็นความความแตกหักระหว่างประชาธิปัตย์ กับภูมิใจไทย อีกครั้ง เมื่อ "หนุ่มมาร์ค" ยังยืนยันเสนอ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร.ขึ้นสู่ยอดเสา
ขณะที่ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก.ต.ช.ที่ผลักดัน พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. ขึ้นเป็น ผบ.ตร.
เกมนี้ไม่ใช่เพียงแค่ขุดขึ้นมาทำลายล้างกันในกลุ่มขั้วอำนาจในแวดวงสีกากีเท่านั้น
แต่เป้าหมายใหญ่เพื่อ "เก้าอี้ ผบ.ตร." ต้นปีหน้า !!!
บัญชา แข็งขัน



