
มีแต่เสื่อมกับทรุด
คนหนีคุกจากไทยไปอยู่ดูไบยังอยู่ในสภาพขาลงต่อเนื่อง นับจากเปลี่ยนชื่อว่าเป็น มิสเตอร์ตากขี้ แล้ว อะไรๆ มันเลวร้ายต่อเนื่อง เป็นผีซ้ำด้ำพลอยไม่หยุด
เอาเพียงเถียงว่าตัวเองไม่เปลี่ยนชื่อ ก็สร้างเรื่องแล้ว ทั้งๆ ที่กระทรวงการต่างประเทศย้ำ ยืนยันหลายครั้งว่าคนหนีคุกมีชื่อใหม่ในหนังสือเดินทางต่างชาติ หมดสิทธิ์อ้างเป็นคนไทย บัตรประชาชนใช้เมืองนอกไม่ได้ด้วย
เหลืออย่างเดียวพูดไทยได้บ้าง หน้าตาก็ไม่ใช่คนทายโร้ยโปเซ็งอยู่แล้ว!
สภาพปัจจุบันจึงน่าอนาถ วันก่อนยังสร้างภาพ นั่งบนเสื่อพลาสติกบนพื้นทรายให้คนถ่ายภาพ ลงชื่อ เอามาขายให้สาวกหน้ามืดตามัวใบละพันบาท
ท่านั่งสมาธิเห็นได้ชัดว่าจิตตก ไม่นิ่ง มุมปากตกห้อยทั้ง 2 ข้าง บ่งชี้ถึงอาการคนอมทุกข์สาหัส มีเงินเป็นแสนล้านบาทก็ซื้อความสุขใส่ตัวไม่ได้
ที่เป็นทุกข์อยู่ปัจจุบันเพราะเป็นความโลภด้านทรัพย์สิน เงินทอง และอำนาจนั่นเอง ต่อให้นั่งได้ต้นพระศรีมหาโพธิ์จนรากงอกออกจากก้น หรือวิญญาณออกจากร่างก็ไร้สมาธิ ตราบใดที่ยังคงความอาฆาตแค้นแผ่นดินเกิด จากนี้ไป นอกจากทรัพย์สินการลงทุนในดูไบจะหดหายเพราะปัญหาหนี้เน่าแล้ว แผ่นดินอยู่อาศัยลี้ภัยก็จะลดน้อยลงด้วย โดยเฉพาะในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งห้ามคนหนีคุกใช้เป็นฐานปลุกระดมมวลชนพ่นพิษใส่บ้านเกิด
มองดูง่ายๆ คนคิดร้ายต่อแผ่นดินที่พ่อแม่ปู่ย่าตายาย รวมทั้งลูก อดีตเมีย เครือญาติพี่น้อง เป็นที่อยู่อาศัย นับประสาอะไรจะห่วงเรื่องแผ่นดินคนอื่น ดูไบกำลังไร้อำนาจต่อรองเมื่อมีปัญหาหนี้เน่า ฟองสบู่แตก คนหนีคุกจะอยู่หรือจะไปก็ไร้ความหมาย เพราะดูไบกลายเป็นแดนแห่งความหายนะ ตึกอาคารเป็นพันๆ หมื่นๆ ห้องจะอยู่ในสภาพรกร้าง ความคึกคักไม่มีเหลือ
ความเป็นศูนย์กลางด้านการเงินหมดสภาพ เพราะไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด นี่เป็นเพียงหายนะขั้นต้น อีก 1-2 ปีจะต้องใช้หนี้มากกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แล้วจะเอาเงินจากไหนมาใช้ เพราะดูไบมีน้ำมันไม่มาก คนหนีคุก หรือมิสเตอร์ตากขี้ คงคิดหัวแทบแตกว่า จะหาทางออกอย่างไร การเสแสร้งนั่งทำสมาธิ อ้างความจงรักภักดี เป็นเพียงละครน้ำเน่าลวงโลก ทั้งๆ ที่มีความพยายามโดยตลอดที่คิดล้มล้างสถาบันและราชอาณาจักร ยุคนี้เป็นกรรมออนไลน์ ตามทันพวกที่หลงผิดคิดร้ายต่อบ้านเมือง รับใช้คนอหังการ จ้องทำลายแผ่นดินเกิด ผู้เฒ่าจิ๋วส่อแววว่าสังขารมีปัญหา รอผลการตรวจตัวอย่างชิ้นเนื้อเจาะจากลำไส้ ว่ามีปัญหาน่าสะพรึงกลัวหรือไม่
“สิงห์เหลิม” ที่เคยซ่าในสภา ตะเบ็งเสียงแอ็กอาร์ต โหวกเหวกโวยวาย คือการทำลายตัวสังขารเอง อาการหูดับเป็นเพียงชั่วคราว แต่สภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายบางส่วนคือการเตือนถึงอันตรายอย่างมหันต์ ต้องพักฟื้นยาวนาน
คิดกลับตัว กลับใจ ก็ยังไม่สายเกินไป แต่จะกล้าทำหรือไม่! แกนนำขบวนการเสื้อแดงคงรออีกไม่นานเพื่อรอวันกรรมตามทันคิดบัญชีนิ! อิอิอิ!!!



