
ศึกล้างตระกูลในฟิลิปปินส์ (2)
แต่ไหนแต่ไรมา การเมืองในฟิลิปปินส์มักจะเต็มไปด้วยการนองเลือด โดยเฉพาะในช่วงเลือกตั้ง จนชาวตากาล็อกเริ่มชาชิน อย่างไรก็ดี ปฏิบัติการโหดเหี้ยมไร้ความปรานีใดๆ ครั้งล่าสุดนี้ ทำให้ผู้คนไม่ใช่น้อยเริ่มตาสว่างมากขึ้นว่า ได้ปล่อยให้การเมืองอยู่ในมือของตระกูลผู้
ถ้าจะว่าไปแล้ว การเมืองในแดนตากาล็อกก็แทบไม่ผิดเพี้ยนไปจากการเมืองในไทยแลนด์แดนแค่นยิ้มสักเท่าใดนัก เนื่องจากมักจะผูกขาดอยู่ในวงศาคณาญาติของคนเพียงไม่กี่กลุ่ม วนๆ เวียนๆ ไปมาระหว่างสามี ภรรยา ลูกๆ ทั้งหญิงและชาย พี่น้องและญาติๆ ถึงขั้นเคยมีการเรียกเชิงประชดประชันว่า "สภาผัว-เมีย" หรือ "สภาแม่-ลูก" หรือ "สภาพี่-น้อง"
ตระกูลเหล่านี้มักจะยึดกุมอำนาจ ไม่ว่าจะผ่านระบบเลือกตั้งหรือจากการแต่งตั้ง ขณะที่นักการเมืองระดับชาติและพรรคการเมืองใหญ่น้อยก็มักจะจับมือเป็นพันธมิตรกับกลุ่มก๊วนนักการเมืองท้องถิ่นผู้ทรงอิทธิพล เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนในพื้นที่นั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเลือกตั้ง ซึ่งนักการเมืองท้องถิ่นจะมีนิ้วเพชรดุจเดียวกับนนทุก ผู้ได้รับพรจากพระอิศวรให้มีนิ้วเพชรสามารถชี้เป็นชี้ตายใครก็ได้
จากรายงานของศูนย์ตรวจสอบความโปร่งใสของฟิลิปปินส์ระบุว่า ขณะนี้ทั่วทั้งประเทศมีตระกูลใหญ่ที่ทำตัวเป็นเจ้าอาณาจักรการเมืองท้องถิ่นมากถึง 250 ตระกูล เกือบทุกตระกูลล้วนแต่มีกองทัพของตัวเองหรือได้รับการสนับสนุนทั้งอย่างเปิดเผยและอย่างลับๆ จากกองทัพและตำรวจที่จะช่วยกันรักษาผลประโยชน์มหาศาลของวงศ์ตระกูล ที่ห้ามใครมาแหย่เสือหลับเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นจะต้องได้รับประกาศิตตายสถานเดียวเท่านั้น
บางตระกูลยิ่งใหญ่ ถึงขั้นควบคุมเศรษฐกิจในประเทศไว้ในมือ บางตระกูลก็เข้าไปเล่นการเมืองระดับชาติหรือหนุนหลังนักการเมืองระดับชาติ จากนั้นก็สมคบคิดกันกุมอำนาจเศรษฐกิจไว้ในมือ อย่างเช่นตระกูล "โคฮวางโก" หรือ "แซ่โค้ว" สายตระกูลฝ่ายพ่อของอดีตประธานาธิบดีคอรี อาคีโน ผู้ล่วงลับ ก็ได้ชื่อว่าเป็นตระกูลผู้ทรงอิทธิพลและผูกขาดธุรกิจหลายอย่าง อาทิ น้ำตาล ก่อนจะวางมือโยกย้ายนิวาสถานไปยังสหรัฐ เป็นต้น
บ่อยครั้งที่ตระกูลต่างๆ พร้อมจะปกป้องและรักษาฐานอำนาจการเมืองและเศรษฐกิจด้วยชีวิต ไม่ต้องพูดไกลไปถึงการพร้อมจะกำจัดศัตรูการเมืองหรือศัตรูทางเศรษฐกิจที่คิดจะเผยอเข้ามาท้าทายอาณาจักรและอิทธิพลของตัวเองถึงถิ่น โดยไม่ดูเงาหัวของตัวเองให้ดีเสียก่อน
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



