
ศึกล้างตระกูลในฟิลิปปินส์ (1)
ย่างเข้าเดือนสุดท้ายของปีวัวบ้าก่อนจะก้าวสู่ปีเสือดุ ชาวตากาล็อกทั่วทั้งฟิลิปปินส์ถึงกับช็อกไปตามๆ กันในของปีใหม่ที่ไม่คาดคิด เมื่อได้เห็นเป็นประจักษ์พยานในปฏิบัติการอันแสนอุกอาจเย้ยฟ้าท้าดิน โดยไม่เห็นกฎหมายอยู่ในสายตา ทั้งๆ ที่อยู่ในยุคนี้ พ.ศ.นี้แท้ๆ
ปฏิบัติการอุกอาจอันแสนโหดเหี้ยมและเลือดเย็นนี้เท่ากับปลุกความทรงจำที่ฝังลึกอยู่ในใจของชาวตากาล็อกมานานว่าสักวันหนึ่งเหล่าผีร้ายที่สิงสถิตอยู่ภายในกลุ่มก๊วนนักการเมืองท้องถิ่นกว่า 200 ครอบครัวจะได้รับการปลุกชีพคืนวิญญาณพร้อมจะลุกขึ้นมาอาละวาดครั้งใหญ่จนป่วนไปทั่วทั้งประเทศอีกครั้ง
ในเมื่อทั้งตระกูลของ ดาโต๊ะอันดาล อัมปาตวน จูเนียร์ นายกเทศมนตรีเมืองดาตู อุนเซย์ และที่ปรึกษาของประธานาธิบดีกลอเรีย อาร์โรโยประจำภาคใต้ของประเทศ ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญว่าเป็นตัวการก่อเหตุสังหารหมู่ทางการเมืองถึง 57 ศพที่จังหวัดมากวินดาเนา บนเกาะมินดาเนา และตระกูลของนายเอสมาเอล "โตโต" มานกูดาดาตู รองนายกเทศมนตรีผู้ทรงอิทธิพลแห่งเมืองบูลวน ซึ่งสูญเสียทั้งภรรยาและญาติมิตรจากการสังหารหมู่ครั้งนี้ ระหว่างเดินทางไปยื่นใบสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะมีขึ้นในปีหน้าแทนนายมานกูดาดาตูที่ถูกขู่ฆ่าจนต้องกบดานเงียบ ต่างก็เป็น 2 ตระกูลใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลบนเกาะมินดาเนาและล้วนแต่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับประธานาธิบดีกลอเรีย อาร์โรโยมานาน
ทั้ง 2 ตระกูลดังแห่งภาคใต้ซึ่งถูกนางอาร์โรโยสยบมานานต่างเหมือนกับเสือที่หลุดจากกรงเตลิดเข้าป่าแสดงสัญชาตญาณดิบทันทีที่นางอาร์โรโยถูกการเมืองกดดันให้จำต้องวางมือจากตำแหน่งหลังครบวาระในปีหน้า โดยดาโต๊ะจูเนียร์ วาดหวังว่าจะได้รับเลือกเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมากวินดาเนาแทนนายอันดาล อัมปาตวน ผู้พ่อซึ่งรั้งตำแหน่งนี้ถึง 3 สมัยซ้อนโดยปราศจากการคู่แข่งใดๆ
แต่ในเมื่อเสือ 2 ตัวย่อมอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ ตระกูลอัมปาตวนย่อมทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้ตระกูลมานกูดาดาตูมากระตุกหนวดเสือถึงในถ้ำ ปฏิบัติการฆ่าล้างตระกูลจึงเกิดขึ้นในฉับพลันทันทีโดยไม่มีคำว่าเมตตาอยู่ในใจแม้แต่น้อย
"ที่เรารู้สึกช็อกและเจ็บปวดมากที่สุดก็คือการเพิ่งตระหนักว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้จากการปล่อยให้มีการรวบอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอยู่ในมือของคนกลุ่มหนึ่งมานาน" ตอนหนึ่งของบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์เดลี อินไคว์เรอร์ให้ความเห็น
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



