ข่าว

 กทมทดลองจ่ายค่ารถไฟฟ้าบีทีเอสผ่านมือถือ

กทมทดลองจ่ายค่ารถไฟฟ้าบีทีเอสผ่านมือถือ

29 พ.ย. 2552

กทม.ทำเก๋ เปิดให้ทดลองจ่ายค่ารถไฟฟ้าบีทีเอสผ่านมือถือ โดยเป็นการทดลองเอาเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือและบัตรเติมเงินมาประยุกต์ใช้ร่วมกัน เปิดทดลองจนถึงวันที่ 9 ธันวาคมนี้

 ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวหลังเยี่ยมชมการทดลองจ่ายเงินค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ผ่านโทรศัพท์มือถือ ณ สถานีรถไฟฟ้าสยาม ว่ากรุงเทพมหานคร ร่วมกับกระทรวงความสัมพันธ์ภายในประเทศและการสื่อสารของประเทศญี่ปุ่น (Ministry of Internal affairs and Communications of Japan หรือ MIC) ในการทดลองการใช้บริการเงินสดอิเล็กทรอนิกส์บนมือถือกับระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ โดยเป็นการนำเทคโนโลยีด้าน contactless IC Chip มาประยุกต์ให้เข้ากับวิถีการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนในกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้จะมีการศึกษาหาข้อจำกัดและพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไป

 ส่วนรูปแบบที่จะนำมาทดลองใช้ในครั้งนี้แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ รูปแบบแรก เป็นการเดินทางขึ้นรถไฟฟ้าและการจับจ่ายซื้อสินค้าด้วยเงินสดอิเล็กทรอนิกส์บนมือถือ หรือที่เรียกกันว่ากระเป๋าเงินสดบนมือถือ (Mobile wallet) โดยในการทดลองนี้จะเป็นการนำเครื่องโทรศัพท์มือถือของประเทศญี่ปุ่น ที่มี contactless IC Chip ฝังอยู่ในเครื่อง ไปสัมผัสกับเครื่องอ่านข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกว่า Reader/Writer ที่ประตูทางเข้าของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เมื่อจะเดินทางขึ้นรถไฟฟ้า และที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เมื่อจะซื้อสินค้า

 โดยจะเปิดทดลองตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน-9 ธันวาคม แบ่งเป็น 2 รอบในหนึ่งวัน และแต่ละรอบจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

 รูปแบบที่ 2 เป็นการทดลองบริการเสริมที่เรียกว่า “โทรุคะ” ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางด้าน contactless IC Chip เช่นกัน โดยบริการนี้จะช่วยให้ง่ายต่อการสื่อสารข้อมูลในแบบการสื่อสารทางเดียว (one way communication) เมื่อต้องการจะให้ข่าวสารความรู้ต่างๆ

 การทดลองระบบในครั้งนี้ เป็นการนำเทคโนโลยีด้านโทรศัพท์มือถือและบัตรเงินสดมาประยุกต์ร่วมกันผ่านการใช้งาน IC Chip เป็นการแสดงให้เห็นว่าในอนาคตมือถือไม่ได้ใช้เพื่อการสื่อสารเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ซื้อสินค้า และจ่ายค่าโดยสารได้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายตั๋วร่วมรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที และ Monorail ของกรุงเทพมหานคร ที่จะดำเนินการในอนาคต ซึ่งหากสามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายของแอร์พอร์ต ลิงก์ ได้ก็จะยิ่งเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนได้เป็นอย่างดี รวมทั้งหน่วยงานของรัฐยังสามารถใช้โทรศัพท์มือถือเป็นช่องทางหนึ่งในการสื่อสารกับประชาชนได้อีกด้วย