
ประกาศ"พ.ร.บ.มั่นคง"4อำเภอสงขลาการเมืองนำทหาร...สมการที่รอวันพิสูจน์!
หลังจากรัฐบาลประกาศทุ่มงบประมาณมหาศาลพัฒนาเศรษฐกิจใน 5 จังหวัดชายแดนใต้เพื่อมุ่งหวังแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยชูยุทธศาสตร์ "การเมืองนำการทหาร" เป็นหลัก
อีกด้านหนึ่ง ก็มีความพยายามปรับโทนในการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงในพื้นที่ให้มีโทนที่อ่อนลง จากที่เคยใช้ "กฎอัยการศึก" ก็มีแนวคิดที่จะเปลี่ยนมาใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 แทน
ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ให้ความเห็นชอบตามที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เสนอให้ประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
โดยให้นำ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 มาบังคับใช้ในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ได้แก่ จะนะ นาทวี เทพา และ สะบ้าย้อย ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2552-30 พฤศจิกายน 2553
พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการกองกำลังผสมพลเรือนตำรวจทหาร (ผบ.พตท.) ในฐานะผู้รับผิดชอบความมั่นคงทั้งใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา มองว่า การเปลี่ยนแนวทางการใช้กฎหมายด้านความมั่นคงคงต้องรอดูผลการบังคับใช้กันต่อไป
ทั้งนี้ เขาไม่ได้วางน้ำหนักในการสนับสนุน หรือคัดค้านแนวทางดังกล่าว แต่การปรับเปลี่ยนแนวการบังคับใช้กฎหมายก็ต้องมีการประเมินผลเป็นระยะว่า เมื่อมีการบังคับใช้จริงแล้วจะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่
พล.ท.กสิกร อธิบายขั้นตอนการบังคับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ว่า ขั้นแรก จะต้องมีการประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเสียก่อน
จากนั้นถึงจะมีการมอบอำนาจให้เจ้าพนักงาน หรือหน่วยงานต่างๆ เข้าไปใช้อำนาจนั้น โดยจะมีการกำหนดข้อห้ามต่างๆ ในพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย โดยมี ฉก.สงขลา เป็นผู้รับผิดชอบหลัก
ส่วนข้อแตกต่างประการสำคัญระหว่างกฎหมาย พ.ร.บ.ความมั่นคง กับ กฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่หน่วยงานความมั่นคงบังคับใช้กันมาโดยตลอด คือ พ.ร.บ.ความมั่นคง จะยึด ป.วิอาญา และเปิดให้กระบวนการยุติธรรมเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น การควบคุมตัวที่ตามกฎอัยการศึกสามารถควบคุมตัวไว้เพื่อสอบสวนได้ 7 วัน แต่ถ้ายึดตาม ป.วิอาญา ก็จะสามารถควบคุมตัวได้เพียง 48 ชั่วโมง เป็นต้น
พล.ท.กสิกร เชื่อว่า การเลือกใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ก็เพื่อปรับโทนความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายลงเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเลือกใช้ในพื้นที่ที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบน้อย คือ ในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ก่อน
เมื่อถามว่า การใช้ 4 อำเภอของ จ.สงขลา เป็นโมเดล ทั้งที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบน้อยมากจะสามารถนำมาเทียบเคียงกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้หรือ พล.ท.กสิกร ตอบว่า เมื่อบังคับใช้กฎหมายไปได้สักระยะหนึ่ง คงจะเห็นข้อดี-ข้อเสียได้ชัดเจนขึ้นกว่านี้
สรุปว่า ผบ.พตท. อยากให้ติดตามผลการบังคับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ไปก่อนว่าจะมีประสิทธิภาพ เอื้อต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ และดีพอที่จะขยายผลไปใช้ครอบคลุมทั่วทั้ง 3 จังหวัดชายแดนใต้ในอนาคตหรือไม่
ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ในขณะนี้ ผบ.พตท. ประเมินว่า เหตุการณ์ความไม่สงบลดน้อยลงมาก และเชื่อว่าในปี 2553 เหตุการณ์ความไม่สงบจะลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งรูปแบบการก่อเหตุก็จะลดระดับความรุนแรงลงด้วย เพราะประชาชนให้ความร่วมมือมากขึ้น
โดยยกตัวอย่างเหตุวิสามัญฆาตกรรมคนร้าย 6 ศพที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนก็มักจะมีมวลชนออกมาต่อต้าน และโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างรุนแรง แต่คราวนี้กลับไม่มีความเคลื่อนไหวเลย
"ประชาชนเขารู้สึกเบื่อหน่ายต่อเหตุการณ์ความไม่สงบมาก จึงหันมาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น และถ้าโครงการพัมนาต่างๆ ลงไปถึงมือประชาชนจริงๆ ก็เชื่อว่าสถานการณ์คงจะดีขึ้นกว่านี้มาก" ผบ.พตท. กล่าวด้วยความเชื่อมั่น
ขณะที่เหตุระเบิดในเขตเมืองนั้น ผบ.พตท. ยอมรับว่า ในช่วงที่ผ่านมายอมรับว่ามีช่องโหว่อยู่บ้าง แต่ได้ทำการอุดช่องโหว่แล้วด้วยการฝึกอบรมการใช้เครื่องตรวจระเบิดจีที-200 อย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการใช้งานขึ้นมาอีก
นอกจากนี้ ยังแจ้งให้หน่วยเหนือทราบว่า ขณะนี้คนร้ายได้หันมาใช้ "วิทยุสื่อสาร" ในการจุดระเบิดมากขึ้น เพราะมีคลื่นความถี่เยอะ และบล็อกได้ยากกว่ารีโมท และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการจัดหาเครื่องมือตัดสัญญาณวิทยุสื่อสารให้เพิ่มเติมแล้ว
ทีมข่าวความมั่นคง



