ข่าว

วิกฤติน้ำเมืองปากน้ำเศรษฐกิจเสียหาย3ล้านล้าน

วิกฤติน้ำเมืองปากน้ำเศรษฐกิจเสียหาย3ล้านล้าน

29 พ.ย. 2552

แม้พยากรณ์อากาศประจำวันของกรมอุตุนิยมวิทยาจะยืนยันว่า พื้นที่ภาคกลางเข้าสู่ห้วงฤดูหนาวแล้ว แต่ชาวสมุทรปราการที่อาศัยอยู่ในตลาดปากน้ำ หรือทำงานในสถานที่ราชการใกล้เคียง ยังคงเผชิญกับน้ำท่วมซ้ำซาก ไม่ถึง 2 สัปดาห์ต้องหอบข้าวของหนีน้ำหลายครั้ง

 ที่สาหัสคือวันที่ 4-5 พฤศจิกายน มีน้ำท่วมสูงกว่า 30 เซนติเมตร ถนนบางช่วงน้ำท่วมถึงเอวผู้ใหญ่ โดยเฉพาะสามแยกหอนาฬิกาทำจราจรติดขัดยาวเหยียดกว่า 1 กิโลเมตร หลังจากนั้นน้ำก็ท่วมต่อเนื่องทุกวัน โดยเฉพาะช่วงประมาณ 8-10 โมงเช้า ก่อนจะแห้งในช่วงเย็นและท่วมอีกในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น...

 ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยการส่วนอุทกวิทยา กรมชลประทาน ให้ข้อมูลว่า ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในจังหวัดที่มีคำขึ้นต้นด้วย "สมุทร" ทั้ง 3 แห่ง คือ สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม กำลังรับชะตากรรมน้ำท่วมแทนคนกรุงเทพฯ เนื่องจากทุกครั้งที่เมืองกรุงเริ่มได้รับสัญญาณเตือนภัยว่าน้ำกำลังจะท่วม...ฝ่ายระบายน้ำทุกแห่งจะโหมกำลังหมุนน้ำที่เอ่อล้นไปยังพื้นที่ 3 สมุทรทันที โดยเฉพาะปีนี้สมุทรปราการจะเกิดน้ำท่วมรุนแรงหลายครั้ง

 สาเหตุเพราะปี 2552 ในเขตกรุงเทพฯ สามารถวัดปริมาณน้ำฝนได้มากที่สุดในรอบ 30 ปี ถ้าดูกราฟจากสำนักระบายน้ำจะพบว่า ในกรุงเทพฯ มีปริมาณเฉลี่ยน้ำฝนสะสมสูงมากจนเห็นได้ชัด ขณะที่ค่าเฉลี่ยสถิติน้ำฝนทั่วประเทศไทยในปีนี้ยังคงปกติ ไม่ได้สูงกว่าเป็นพิเศษ หากวิเคราะห์จากปัจจัยที่ทำให้เกิดน้ำท่วมจะมีอยู่ 3 ข้อ คือ น้ำเหนือที่ไหลลงมาจากเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา กับน้ำฝนที่ตกลงในพื้นที่ และน้ำทะเลหนุนสูงแล้ว แค่สามปัจจัยนี้ก็ทำให้สมุทรปราการเจอภาวะน้ำท่วมเป็นประจำอยู่แล้ว เมื่อรวมกับนโยบายที่กำหนดให้เป็นสถานที่รองรับการระบายน้ำท่วมจากพื้นที่เศรษฐกิจชั้นในของกรุงเทพฯ ด้วยแล้ว ชาวสมุทรปราการจึงไม่มีทางเลือกมากนัก

 เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา สำนักงานความร่วมมือทางวิชาการของเยอรมัน (GTZ) ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) จัดสัมมนาเเรื่อง "แผนรองรับการปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้านการจัดการทรัพยากรน้ำและการป้องกันน้ำท่วม" โดยมีการทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ เพื่อประเมินความเสี่ยงพื้นที่ถูกน้ำท่วมทั่วประเทศไทย

 ดร.สุทัศน์ วีสกุล ผู้เชี่ยวชาญจากภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำและการจัดการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย วิเคราะห์จากแบบจำลองว่า ในอีก 50 ปีข้างหน้าภาวะโลกร้อนอาจทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจากปัจจุบัน 1 เมตร ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจเฉลี่ยเป็นมูลค่าถึง 3 ล้านล้านบาท หากน้ำทะเลยังสูงขึ้นไม่หยุดยั้งไปจนถึงระดับ 5 เมตรจากปัจจุบัน มูลค่าความเสียหายจะพุ่งสูงถึง 2.7 หมื่นล้านล้านบาท

 ส่วนพื้นที่ที่คาดการณ์ว่าจะมีน้ำท่วมรุนแรง คือ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ฉะเชิงเทรา รวมถึงอุทยานหาดเจ้าไหม เกาะลิบง จ.ตรัง, แหลมสน จ.กระบี่, หมู่เกาะอ่างทอง อ่าวพังงา พรุควนขี้เสียน จ.พัทลุง, พรุโต๊ะแดง จ.นราธิวาส, เขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์

 "ทุกวันนี้กรุงเทพฯ มีความสูงจากน้ำทะเลแค่ 1.20 เมตรเท่านั้น พื้นที่จังหวัดรอบอ่าวไทยก็มีปัญหาเรื่องแผ่นดินทรุดลงปีละ 20 มิลลิเมตร รวมกับภาวะโลกร้อนที่ทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นอีกปีละ 3 มิลลิเมตร จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ชาวสมุทรปราการจะเดือดร้อนจากน้ำท่วมเป็นระยะ จากแบบจำลองวิเคาะห์ว่าในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ จะเกิดน้ำท่วมสูงที่สมุทรปราการอีกครั้ง พื้นที่บริเวณนี้มีการสูบน้ำบาดาลวันละ 1.5-1.7 ล้านลูกบาศก์เมตร แม้จะหยุดสูบแล้วก็ไม่ทำให้แผ่นดินที่ทรุดตัวไปสูงขึ้นแต่อย่างใด ส่วนการแก้ปัญหาต้องทำคันกั้นน้ำและยกถนนให้สูงขึ้น แต่สมุทรปราการมีคนอาศัยอยู่หนาแน่น การแก้ปัญหาทำได้ยาก ต้องให้ชุมชน หน่วยงานรัฐ และกรมโยธาธิการ เจรจากันว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร" ดร.สุทัศน์ กล่าว

 ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคำเตือนจากกลุ่มนักวิชาการว่า อีกไม่กี่ปีข้างหน้าเมืองหลวงของประเทศไทยจะกลายเป็นเมืองบาดาล หรือจมหายไปในทะเล เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ก็ออกมาชี้ว่า อีกไม่นานจะเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลยกตัวสูง ทำให้พื้นที่ใกล้แม่น้ำจะจมต่ำลงไปในน้ำลึก 50 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร พร้อมกันนั้นได้ชี้ไปที่สมุทรปราการแล้วย้ำว่า จะเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงมากที่สุด เพราะอาจเจอระดับน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร

 "น้าแมว" เจ้าของแผงลอยขายข้าวขาหมู ตรงข้ามจวนผู้ว่าราชการสมุทรปราการ เล่าว่า พื้นที่น้ำท่วมมากที่สุดในจังหวัดนี้คือส่วนที่ตั้งของหน่วยราชการ ทั้งหน้าสถานีตำรวจ ศาลากลางจังหวัด ศาล ฯลฯ เธอรู้สึกแปลกใจมากที่ไม่มีใครมาแก้ปัญหา พอถามถึงก็บอกว่าน้ำทะเลหนุน แต่ตัวเองอยู่ใกล้ฝั่งทะเลแถวนี้มาตั้งแต่เกิดรู้ดีว่าน้ำท่วมเพิ่มขึ้นทุกปี

 "ลูกสาวชอบเปิดอินเทอร์เน็ตให้ดูว่า อีกไม่กี่ปีน้ำจะท่วมสมุทรปราการแล้ว น่ากลัวมาก เพราะจังหวัดนี้กำลังจะจมทะเล เราก็ดูหนังบ้าง อ่านพยากรณ์จากโหรชื่อดัง หรือฟังพวกนักวิชาการต่างๆ ก็พอจะรู้เรื่อง ไปนั่งคุยกับครอบครัวอื่นก็กังวลใจ คนมีเงินก็ซื้อที่ดินสูงๆ ไว้เตรียมย้ายหนี แต่เราไม่มีเงินก็ไม่รู้จะย้ายหนีไปไหน ถามว่ากลัวหรือเปล่า ก็กลัวนะ แต่ไม่อยากซีเรียสมากนัก เพราะถ้าจะจมทะเลก็จมด้วยกันหมด" เธอกล่าวอย่างอารมณ์ดี