
ศักยภาพทักษิณ
เมื่อดูไบ รัฐเล็กในอ่าวเปอร์เซียประสบปัญหาฟองสบู่แตกเพราะการลงทุนเกินตัว ประเมินทิศทางของสภาวะเศรษฐกิจผิดพลาด ย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่มากก็น้อย และดูไบเป็นท่าเรือส่งน้ำมันสู่ประเทศไทย
รวมทั้งเป็นตลาดสำหรับสินค้าส่งออกและบริการ แม้จะไม่ติดอันดับประเทศคู่ค้าสำคัญก็ตาม เมื่อดูไบไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ก็ได้สร้างความตื่นตระหนกต่อกลุ่มสถาบันการเงินตะวันตก ซึ่งยังไม่ฟื้นตัวหลังจากพิษของเศรษฐกิจสหรัฐ จะมีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับกลุ่มประเทศอาหรับว่าจะยื่นมือเข้าไปช่วยอุ้มดูไบหรือไม่
ขณะเดียวกัน ดูไบก็เป็นฐานสำคัญสำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นถิ่นที่อยู่สำหรับการลี้ภัย หนีโทษจำคุกจากประเทศไทย โดยอาศัยหนังสือเดินทางของนิการากัว และมอนเตเนโกร โดยที่ทางการดูไบไม่ใส่ใจต่อคำร้องของรัฐบาลไทยให้จัดการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ และห้ามใช้ดูไบเป็นแหล่งสำหรับก่อการไม่สงบในประเทศไทย หรือซ่องสุมผู้คนในการวางแผน มีกลุ่มคนเสื้อแดง ส.ส. พรรคไทยรักไทย และกลุ่มนายทหารนอกราชการมีประวัติมัวหมองไปพบปะเพื่อทำงานแลกกับค่าจ้างพิเศษหลังการเกษียณอายุ
เมื่อเศรษฐกิจดูไบมีปัญหารุนแรง การลงทุนในธุรกิจต่างๆ อยู่ในสภาพถดถอย ซบเซา โครงการต่างๆ ถูกระงับ แรงงาน ผู้บริหารต่างชาติเดินทางกลับประเทศ ทำให้การซื้อขายที่อยู่อาศัย รถยนต์ต้องหยุดชะงัก เป็นหนี้เสีย ส่งผลกระทบต่อเนื่อง ทำให้บรรยากาศการลงทุนโดยรวมเสียหายอย่างมาก นั่นย่อมหมายถึงมูลค่าการลงทุนและทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย เพียงแต่ไม่ปรากฏตัวเลขแน่ชัดสำหรับคนภายนอก เพราะการใช้ระบบตัวแทนนั่นเอง
การยกเลิกการชุมนุมใหญ่วันสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเท่ากับว่าศักยภาพของ พ.ต.ท.ทักษิณ ลดน้อยลง นอกจากเงินทองร่อยหรอแล้ว ปัญหาสำคัญคือดูไบคงไม่เป็นแหล่งให้ความคุ้มครองอีกต่อไป หากการชุมนุมนำไปสู่การแตกหักโดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นหัวหน้าคนเสื้อแดงและตัวการใหญ่ สร้างความเสียหายให้ประเทศไทย ทำให้ดูไบเลี่ยงการรับผิดชอบไม่ได้ ดังนั้นจำเป็นที่คนหนีโทษจำคุกต้องหาถิ่นที่อยู่ใหม่ต่อไป ซึ่งน่าจะรวมอาบูดาบี ซึ่งเป็นเมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีดูไบเป็นหนึ่งในเจ็ดรัฐนั่นเอง
เมื่อการลงทุนประสบปัญหา ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณต้องหวงแหนทรัพย์สิน 7.6 หมื่นล้านบาทที่ถูกอายัด และอาจถูกยึดไว้เป็นส่วนใหญ่โดยรัฐบาลไทย เมื่อศักยภาพลดถอย คงต้องเพิ่มแรงกดดันและหาทางเจรจา โดยยอมเสียบางส่วนเพื่อแลกกับการถูกสกัดในการเคลื่อนไหว แต่น่าจะเป็นการยาก ถ้าหากต้องการไม่รับโทษทั้งมวล กลายเป็นบุคคลอภิสิทธิ์อยู่เหนือกฎหมาย ทำผิดไม่ต้องรับโทษ
รัฐบาลต้องระวังว่าหลังจากวันมหามงคล 5 ธันวาคมแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ จะหาช่องทางอย่างไรเมื่อเงื่อนไขเวลารัดตัว เนื่องจากศาลฎีกาใกล้นัดวันตัดสิน การดำเนินงานบนดินและใต้ดินน่าจะมีความเข้มข้นกว่าเดิม เพราะความอยากได้ทรัพย์สินคืนย่อมทำให้คนสิ้นคิดทำทุกอย่างแม้จะสร้างความวิบัติให้แผ่นดินเกิดก็ตาม ประชาชนชาวไทยทุกคนต้องพร้อมใจกันต่อต้านทุกรูปแบบของขบวนการต่างๆ ซึ่งสร้างความปั่นป่วนเพื่อรักษาความมั่นคงของสถาบันและชาติบ้านเมืองต่อไป



