
อินไซด์ยุติธรรมประจำวันที่30พ.ย.
** เรียบร้อยไปแล้วสำหรับ "พ.ต.อ.ดุษฎี อารยะวุฒิ" รองอธิบดีดีเอสไอ หลังเผชิญวิกฤติลูกน้องทำพิษจากการเข้าไปพัวพันกับคดีลอบสังหารแกนนำพันธมิตร ล่าสุดรองโด่งขยับขึ้นจากรองอธิบดีระดับ 9 ขึ้นเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรมระดับ 10 ถือเป็นคนที่ 2 ที่ถูกย้ายพ้น
** แม้ในทางการเมืองจะอ้างว่าเป็นการย้ายเพื่อปูนบำเหน็จความชอบจากงานปราบปรามยาเสพติดรายใหญ่ จึงเลื่อนให้เป็นซี 10 แต่ในทางปฏิบัติยากจะมองเป็นอย่างอื่น นอกจากเป็นแผนเกลี่ยแม่ทัพนายกองพลพรรคสีแดงออกจากเส้นทางอำนาจและเครื่องมือสอบสวนพิเศษ แต่อย่างหนึ่งที่จะลืมไม่ได้คือ หลังจากนี้หากการเมืองเปลี่ยนขั้ว ตำแหน่งผู้ตรวจฯ 10 สามารถสไลด์ไปเป็นอธิบดีดีเอสไอได้อย่างสบายๆ ไม่ใช่เรื่องยาก ถึงเวลานั้นก็เท่ากับเสือติดปีกกันเลย
** พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่คดีพิเศษโปรดระวัง ระยะหลังการสอบสวนนำไปสู่จับกุมคนร้ายคดีดัง มักจะมีผู้ใหญ่มาขอพ่วงท้ายแนบรายชื่อร่วมทีม ให้มีชื่ออยู่ในผลงานที่เข้าตากรรมการ พอเด็กๆ ขัดขืนเกรงจะไม่ชอบด้วยกฎระเบียบ และไม่ใช่เรื่องที่จะใส่ชื่อคนไม่ออกแรงมาแชร์คะแนนความชอบ ผู้ใหญ่ใจไม่ดีบางคนก็เล่นเกมใต้ดิน ร่อนบัตรสนเท่ห์ร้องเรียนว่าสอบสวนจับกุมโดยมิชอบ แกล้งกันหนักจนหมดอนาคต
** เริ่มต้นปีงบประมาณ 53 มาเกือบครบ 2 เดือน แวดวงกระทรวงตาชั่งยังสงสัยทิศทางการทำงานในปี 53 จะเดินไปทางไหน "กิตติพงษ์ กิตยารักษ์" ปลัดกระทรวง ก็มีราชการต่างประเทศถี่ยิบ ส่วนเจ้ากระทรวง "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" นับวันก็ยิ่งจะเป็นรัฐมนตรีว่าการสภาไปแล้ว คนในกระทรวงแทบไม่เห็นหน้า
** "ภิญโญ ทองชัย" เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นั่งไม่ติดหลังผลสำรวจเอแบคโพลล์ระบุ ประชาชนเห็นปัญหาทุจริตคอรัปชั่นของข้าราชการร้ายกาจยิ่งกว่ายาเสพติด ธุรกิจบางประเทศต้องเดือดร้อนจ่ายส่วยให้สีกากี ส่วนพ่อแม่ผู้ปกครองต้องจ่ายแป๊ะเจี๊ยะให้โรงเรียนดัง เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า อย่างนี้ ป.ป.ท.ต้องวิเคราะห์เจาะลึกว่า ธุรกิจลักษณะใดที่ถูกบีบให้จ่ายส่วยมากที่สุด เพื่อนำฐานข้อมูลมาทำแผนปฏิบัติการกวาดล้างกันทุกสัปดาห์ **



