ข่าว

ปิดฉากหอการค้ากร่อยเหตุอภิสิทธิ์ไม่ได้ร่วมปาฐก

ปิดฉากหอการค้ากร่อยเหตุอภิสิทธิ์ไม่ได้ร่วมปาฐก

29 พ.ย. 2552

ปิดฉากประชุมหอการค้าทั่วประเทศ บรรยากาศเงียบเหงาหลัง"มาร์ค"ยกเลิกปาฐกถาพิเศษ ประธานกรรมการหอไทย ยืนยันไม่มีผู้ร่วมประชุมยกเลิก ยังมาครบ 1.5 พันคน ยอมรับปัญหาความขัดแย้งยังอยู่ เรียกร้องสังคมไทยช่วยกันขจัดปัญหาให้หมดไป

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 พ.ย.ที่โรงแรมเลอ เมอริเดียน จ.เชียงใหม่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดพิธีปิดการประชุมหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 27 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 - 29 พ.ย.โดยมีนายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่ นายณรงค์ คองประเสริฐ ประธานหอการค้าจ.เชียงใหม่ รวมทั้งประธาน คณะกรรมการหอการค้าจากจังหวัดต่างๆเข้าร่วมในพิธีฯ

 ทั้งนี้บรรยากาศในพิธีปิดฯมีผู้เข้าร่วมงานค่อนข้างบางตา เนื่องจากผู้ร่วมประชุมและผู้ติดตามหลายจังหวัดได้ทยอยเดินทางกลับตั้งแต่ช่วงเช้าเพราะมีการยกเลิกกำหนดการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาปาฐกถาพิเศษ รวมทั้งรับมอบผลการประชุมจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

 นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การจัดประชุมตลอด 2 วันที่ผ่านมา เป็นประโยชน์กับหอการค้าและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก  ไม่มีผู้ร่วมประชุมยกเลิกแผนการเดินทางแม้ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ต้องขอขอบคุณประธานและคณะกรรมการหอการค้าจากทั่วประเทศที่เดินทางมาร่วมประชุม ทำให้เห็นถึงความมั่งคง ความตั้งใจของทุกท่าน ผู้ร่วมประชุมมีมากถึง 1,5000 คน ตามจำนวนที่ลงทะเบียนไว้

 หอการค้าไทยขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับความตั้งใจจริงในการมีส่วนร่วมช่วยเหลือปและขับเคลื่นให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจ.เชียงใหม่เติบโต  ตลอด 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาหอการค้าไทย ผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่ และประธานหอการค้าจ.เชียงใหม่ ทำงานกันอย่างใกล้ชิด ทำให้เห็นถึงความใส่ใจความรับผิดชอบที่มีสูงเป็นตัวอย่างที่ดีในการทำงาน  หากทุกจังหวัดรวมกันทำงานเป็นทีมจะเกิดความเข้มแข็ง

 นายดุสิต กล่าวอีกว่า การประชุมครั้งนี้ได้จุดประกายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ - เอกชน โดยเฉพาะสภาพัฒน์ฯที่พร้อมจะทำงานร่วมกับหอการค้าไทย โดยจะเริ่มต้นนำร่องใน 3-4 จังหวัดก่อนจากนั้นจะขยายไปยังจังหวัดต่างๆต่อไป ซึ่งผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่ ได้เสนอตัวเป็นจังหวัดนำร่องแล้ว

 ทั้งนี้แม้การประชุมฯจะไม่มีภาคการเมืองเข้าร่วม แต่ข้าราชการประจำ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาก็เข้ามามีส่วนร่วมผลักดันทำให้การประชุมครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการทำงานเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง คือปัญหาความขัดแย้งที่ยังอยู่และบันทอนความรู้สึก สังคมจึงต้องร่วมมือกันขจัดปัญหาให้หมดไป

 "การเมืองถือเป็นปัญหาสำคัญ แต่การประชุมวันนี้ชี้ให้เห็นว่าไม่มีภาคการเมืองก็สามารถขับเคลื่อนไปได้ โดยมีภาครัฐ - เอกชน และสถาบันการศึกษาเข้าร่วม แต่ถ้าภาคการเมืองได้มาเข้าร่วมจะเป็นเรื่องที่ดีมาก"นายดุสิตกล่าว