ข่าว

ชวนชิม-"ริมรญา"อาหารไทยใบหน้าฝรั่ง

ชวนชิม-"ริมรญา"อาหารไทยใบหน้าฝรั่ง

29 พ.ย. 2552

คนไทยกับอาหารไทยคงไม่ต้องแนะนำกันมาก แต่ละรายการก็มักไม่ค่อยมีความแปลกใหม่ โดยเฉพาะหน้าตาและรสชาติ ทำให้หลายคนรู้สึกเฉยๆ เมื่อถึงเวลาเข้าร้านอาหารไทย ฉันเองก็คงหนึ่งล่ะที่รู้สึกไม่ต่าง แต่ก็ยังไม่สิ้นหวังเสียทีเดียว เพราะวันก่อนนะเพิ่งมีโอกาสแวะไปทำความร

 ที่สำคัญเห็นว่าแต่ละอย่างไม่ใช่แค่ดึงดูดให้น้ำย่อยทำงานเท่านั้น ยังแอบชนะการประกวดอาหารไทยได้เหรียญทอง รายการ "ฟุด โฮเตล ไทยแลนด์" อีกด้วย พอได้รางวัลการันตีมาปั๊บเขาก็เชิญชวนให้คนชื่นชอบตำรับไทยมาชิมที่ห้องอาหาร ที่ภายในตกแต่งสไตล์ยุโรปผสมผสานด้วยไม้สักเข้ากับอาหารไทย พร้อมมีภาพเขียนและประติมากรรมแบบไทยให้นั่งมองเพลินๆ ระหว่างรอจานอร่อยมาขึ้นโต๊ะ

 แต่ละจานที่ได้รับรางวัลจะเด็ดสมราคาหรือเปล่า มีโอกาสพูดคุยกับพ่อครัวที่คิดออกแบบอาหารไทยอารมณ์ใหม่ เชฟพงศ์เทพ คงประโยชน์ ประจำห้องอาหาร ได้ความว่าแต่ละจานยังคงยึดเอกลักษณ์ตำรับไทย คือมีความเข้มข้นครบเครื่อง เพียงแต่เพิ่มการตกแต่งให้มีหน้าตาแปลกไป เพื่ออรรถรสในการรับประทาน อย่างจานแรกเรียกน้ำย่อย พล่าหอยเชลล์ย่าง แหม...เห็นหน้าตาแล้วนึกว่าอาหารฝรั่งจัดแต่งมาอย่างสวยงามบนเปลือกหอยเชลล์ ความนุ่มของเนื้อหอยเชลล์ที่ย่างมาสุกกำลังดีเข้ากับน้ำยำที่ปรุงมาพิเศษออกเปรี้ยวนำหวานแซมเผ็ดนิดๆ อร่อยเชียวล่ะ

 รสชาติที่เราคุ้นเคยกันดี พอมาเปลี่ยนหน้าตาก็ช่วยเจริญอาหารได้เหมือนกัน อย่าง ปลาทอดเบญจรงค์ ที่รสชาติทั้งหวานและเปรี้ยวในเนื้อเดียวกันเชฟเติมสีสันด้วยพริกหวานสีเขียว เหลือง และแดง จัดวางได้อย่างน่ารักน่ากิน เช่นเดียวกับ ต้มจืดไก่สอดไส้หมูและกุ้ง ลืมแกงจืดอารมณ์เดิมๆ ไปเลย เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่การทำให้น้ำชุบใสด้วยการเติมเกลือนิดหน่อย ส่วนรสชาติก็หวานธรรมชาติจากน้ำต้มกระดูก และมีกลิ่นหอมของเครื่องเทศอีกด้วย  

  และที่ต้องยกให้เป็นพระเอกของที่นี่ ก็ต้องเป็น แกงเขียวหวานเนื้อแกะม้วน แค่หน้าตาก็ต้องตื่นตะลึง ช่วงที่เขายกมาเสิร์ฟเกือบบอกไปว่านี่ไม่ใช่ไม่ได้สั่ง พอได้รับคำยืนยันจากเชฟจึงถึงบางอ้อ ว่าจานนี้ไม่ธรรมดา เพราะนอกจากหน้าตาที่ดูดีแล้วเห็นว่าเขาทั้งโขลกเครื่องแกงเขียวหวาน และคั้นน้ำกะทิเอง เพื่อรสชาติและสีสันชวนรับประทานของน้ำแกงเขียวหวาน ส่วนหน้าตาที่เหมือนฝรั่งนั้นก็เพราะเชฟปิ๊งไอเดียนำเนื้อแกะสับมาม้วนใส่ก้านอบเชย เลยทำให้เขียวหวานอย่างไทยจานนี้ดูแปลกตากว่าที่เคยเห็นทั่วไปนั่นเอง

 ให้ชิมทุกจานที่ได้รางวัลเห็นทีจะแย่ ถามหาของหวานเชฟแนะนำ เผือกทองคำ หน้าตาสวยงามให้ลองชิม เผือกไทยๆ กวนจนได้ที่แล้วนำไปอบควันเทียนจนหอม จากนั้นปั้นเป็นก้อนแล้วคลุกด้วยเมล็ดแตงโมแล้วทอดจนมีสีเหลืองทองหอมกรุ่น รับประทานคู่กับซอสมะม่วงเข้มข้น รสชาติเปรี้ยวหวานจากซอสมะม่วงช่วยให้เผือกทอดจานนี้อร่อยยิ่งขึ้น แหม...เข้าใจคิดจริงๆ ยังมีของกินเล่นเพลินๆ อย่างข้าวกรอบสมุนไพร ที่ปรุงจากข้าวแดงตากแห้งและกุ้งสดที่นำมาคลุกเคล้าพร้อมสมุนไพรไทย เสิร์ฟมาพร้อมใบชะพลู พริกแห้ง และมะม่วงหิมพานต์ แค่นี้ก็ละลานตาไปหมด

 เรียกว่าทุกจานที่ยกมาเสิร์ฟเป็นต้องตื่นตาและตื่นลิ้นจนลืมวางช้อนเลยล่ะ


เรื่อง ศิริรัตน์ จำรูญหิน /ภาพ ทองฉัตร ฉัตรทอง