
เดี๋ยวก็ชินไปเอง
ยุคตุลาการภิวัตน์ อะไรๆ ในศาลรัฐธรรมนูญก็ดูเหมือนจะลับไปเสียทั้งหมด
อย่าว่าแต่เจ้าหน้าที่เลย แม้แต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ยุคก่อนๆ เคยพูดคุยหยอกล้อให้ความรู้แก่น้องๆ นักข่าวมาถึงวันนี้ต่างปิดปากเงียบ บางท่านทำท่ารูดซิปปาก บางท่านถึงกับโกยอ้าวเอาดื้อๆ
เมื่อตุลาการไม่พูด เผือกร้อนจึงถูกปัดมาที่ "เชาวนะ ไตรมาศ" เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำหน้าที่เป็น "โฆษก"
แต่ขนาดเจ้านายยังปิดปาก เลขาธิการเองจะไปกล้าพูดอะไรมากมาย นานวันเข้าจึงเหินห่าง อึดอัด และประดักประเดิด
เมื่อน้องๆ พยายามโทรสอบถามถึงความคืบหน้าของคดี เสียงที่คุ้นหูที่สุดคือเสียง "ตู๊ด...ตู๊ด..."
หรือแม้แต่ยามแถลงข่าว "ท่านเชาวนะ" ก็พยายามตอบเฉพาะเรื่องที่ได้รับมอบหมายไม่มีนอกประเด็นที่เตรียมมาอย่างเด็ดขาด
และในการแถลงข่าวล่าสุดด้วยความกลัวหลุดประเด็น แต่ก็กลัวจะตอบคำถามไม่ได้ "ท่านเชาวนะ" ถึงกับลงทุนมานั่งหลบมุมเงียบๆ ในห้องแถลงตระเตรียมประเด็นอยู่นานสองนานมิให้พลาดท่าเสียที "น่า...ใหม่ๆ ก็งี้แหละ อีกสักพักก็คงชินขึ้น"
แอบห่วง
ตั้งแต่ข้อพิพาทระหว่างไทย--กัมพูชา ดูเหมือนว่าผู้นำประเทศไทย "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี จะดูเป็นห่วงเป็นใย "สมเด็จฮุน เซน" นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเป็นพิเศษ
เอ...หรือเป็นเพราะว่าต้องจับจ้องติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดหรือเปล่า
เพราะนับแต่ "สมเด็จฮุน เซน" แย่งซีนไปหลายงาน ทำเอา "หนุ่มมาร์ค" แทบตกขอบไปเลย
จนทำให้ทั้ง "สื่อไทย-เทศ" ต่างจับจ้องทุกจังหวะก้าวของผู้นำทั้งสองประเทศ
แม้กระทั่ง "สมเด็จฮุน เซน" หลบเข้าห้องน้ำ "หนุ่มมาร์ค" ยังเป็นห่วงเป็นใยแอบส่งคนไปสอดแนม เพราะระยะหลังผู้นำทั้งคู่ต่างบินออกงานต่างประเทศร่วมกันบ่อยครั้ง
มีอยู่ครั้งหนึ่งระหว่างที่บินไปเกาะเชจู เกาหลีใต้ "สมเด็จฮุน เซน" ไม่รู้ว่าแพ้อาหารเกาหลี หรือ กิมจิ กันแน่
ระหว่างที่ "หนุ่มมาร์ค" ในฐานะประธานอาเซียนกล่าวเชิญ "สมเด็จฮุน เซน" ในฐานะหัวหน้าคณะอาเซียน-เกาหลีใต้ เพื่อกล่าวต้อนรับบรรดาเหล่าสมาชิก
ทันใดนั้น "สมเด็จฮุน เซน" แอบแวบเข้าไปห้องน้ำทันที ทำเอา "หนุ่มมาร์ค" เกิดความสงสัยเกรงว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อผู้นำเขมร จึงรีบส่งสปายเข้าไปแอบสืบหาข้อเท็จจริงในทันที
ระหว่างที่สปายแอบเกาะหนึบติดประตูห้องน้ำ ปรากฏว่าได้ยินเสียง "โอ๊ก อ๊าก" ดังออกมาจากห้อง
เมื่อประตูเปิดออกมากลับพบว่า "สมเด็จฮุน เซน" มีอาการหน้าซีดเผือด เหงื่อแตกพลั่ก ทำท่าจะลมจับ เพราะดันไปแพ้อาหารเกาหลี
ที่แท้ "สมเด็จฮุน เซน" แอบแวบเพราะแพ้อาหารนี้เอง แต่ทีมงานของ "หนุ่มมาร์ค" ก็ไม่แปลกใจ เพราะไม่ว่าเดินทางไปที่ไหน "ฮุน เซน" ก็แพ้อาหารในประเทศนั้นประจำ ฮา...
แต่คงต้องยกเว้นอาหารจานเด็ดที่ "คนไกล" จากดูไบนำมาให้ เพราะกินทีไรไม่เคยแพ้ซะกะที...ฮา ฮา ฮ่า
เค็มได้อีก
พูดถึงความเค็มของ ส.ส.ค่ายสะตอ ก่อนหน้านี้มักจะนึกถึง "ศิริโชค โสภา" ส.ส.สงขลา ที่ได้ดิบได้ดี กลายเป็นวอลล์เปเปอร์กิตติมาศักดิ์ ประจำตัวนายกฯ มาร์ค
มาวันนี้ได้เสียตำแหน่งน้ำทะเลเรียกพี่ให้ "หนุ่มตี๋" สาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง ไปเสียแล้ว
เหตุเพราะ "เสี่ยตี๋" ไปไหนมาไหนไม่ชอบพกตังค์ หรือเป็นเพราะว่า "ศรีภรรยา" กำหนดลิมิตให้ใช้ตังค์แต่ละวันไม่เกิน 100 บาท
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่าในวันสุดท้ายของการปิดสมัยประชุมที่ตั้งใจว่าจะปิดประชุมเร็ว แต่เหล่าส.ส.ดันอภิปรายลากยาวเสียเกือบค่ำ
ทำเอา "เสี่ยตี๋" ออกอาการง่วงเหงาหาวนอน ไอ้ครั้นจะกินกาแฟชงของสภาก็เกรงว่าจะไม่คุ้นลิ้น เพราะไม่หอมกรุ่น กลิ่นไม่เตะจมูกเหมือนกาแฟสด โดยเฉพาะร้านกาแฟประจำสภาที่ขึ้นชื่อว่า อร่อยที่สุดในย่านนั้น "เสี่ยตี๋" อยากลิ้มลองรสกาแฟบ้าง
ลงทุนควงกระจอกข่าวสาวให้ไปเป็นเพื่อน แต่พอควักกระเป๋าออกมา ปรากฏว่ามีเงินติดกระเป๋าแค่ 40 บาท ทำเอากระจอกข่าวสาวต้องควักเลี้ยง
ดีนะที่กาแฟสดแก้วละ 30 บาท เหลือทอนอีกตั้ง 10 บาท เอาไว้ให้ "เสี่ยตี๋" ไปหยอดกระปุก
แหมๆๆ แบบนี้คงต้องยกให้เป็น "สามีดีเด่น" ในฐานะใช้เงินตามเป้าเป๊ะถูกใจ "ศรีภริยา" จริงๆๆ อิอิๆๆๆ



