
ยิงกรอกปากหนุ่มใหญ่ตาบอดแค้นเรื่องที่ดิน
3 คนร้ายบุกรัวกระสุนกรอกปากหนุ่มใหญ่ตาบอดดับคาบ้านพักหลานชาย พฤติกรรมสุดเหี้ยมถือปืนคนละกระบอกรุมกระหน่ำยิงไม่ยั้ง ตั้งปมคู่กรณีขัดแย้งข้อพิพาทเรื่องแนวเขตที่ดิน เผย ผู้ตายเป็นบุคคลที่เคารพนับถือของคนที่ไร้โอกาส เหตุชอบช่วยเหลือเมื่อเห็นใครไม่ได้รับความเป
เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน ร.ต.อ.ยศ ชาวเรา ร้อยเวร สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต เหตุเกิดภายในบ้านเลขที่ 42/10 หมู่ 5 ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เบญจมันต์ จันทร์เกิด รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.บัญชา เดชมณี รอง ผกก.ป.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.ธาดา เพชรกาฬ รอง ผกก.วท.42 แพทย์เวรโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว ตั้งอยู่ริมแม่น้ำตาปี ทั้งนี้บนเตียงไม้บริเวณห้องโถง พบศพนายเยี่ยม ทองสุข อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 124/3 หมู่ 1 ต.ขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช สภาพนอนหงาย เท้าทั้งสองข้างห้อยลงกับพื้น สวมเสื้อยืดสีเหลือง กางเกงขาสั้นสีเขียว มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .357 และอาวุธปืนขนาด .38 กระสุนชนิดหัวระเบิด ลักษณะกรอกปาก 1 นัด ชายโครงซ้ายทะลุแผ่นหลัง 2 นัด และบริเวณต้นขาขวาติดกับอวัยวะเพศอีก 1 นัด ที่เกิดเหตุพบหัวกระสุน 2 หัว และเศษตะกั่วหัวกระสุนจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายเป็นผู้พิการตาบอดทั้งสองข้าง ก่อนเกิดเหตุเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางออกจากบ้านพักที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เพื่อจะไปเยี่ยมภรรยาซึ่งป่วยเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี โดยให้หลานชายซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังที่เกิดเหตุ ซึ่งมีอาชีพเป็นช่างซ่อมเรือประมง ไปรับจากท่ารถมาที่บ้านเพื่อรอเวลาไปเยี่ยมภรรยาที่โรงพยาบาลในช่วงบ่าย ปรากฏว่าเมื่อไปถึงบ้านพักนายเยี่ยมได้เข้าไปนั่งพักผ่อนอยู่ที่เตียงตามลำพัง ส่วนนายวิโชติ หลานชายไปซ่อมเรือที่ท่าเรือห่างจากบ้านประมาณ 20 เมตร ระหว่างนั้นมีคนร้ายเป็นชาย 3 คนอายุระหว่าง 25-30 ปี ใช้อาวุธปืนคนละกระบอก บุกเข้าไปในบ้าน และรุมกระหน่ำยิงนายเยี่ยม 4-5นัดติดต่อกัน โดยนายเยี่ยมไม่มีโอกาสที่จะหลบหนี
อย่างไรก็ตามหลังก่อเหตุคนร้ายทั้งสามเดินออกจากบ้านไปขึ้นรถยนต์ที่จอดรออยู่ที่ปากซอยห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 150 เมตร อย่างใจเย็น โดยไม่สนใจสายตาของชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ทั้งๆ ที่ไม่ได้ปิดบังอำพรางใบหน้าแต่อย่างใด และสามารถหลบหนีไปได้อย่างลอยนวล
ส่วนสาเหตุเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า มาจากเรื่องโกรธแค้นส่วนตัวกรณีขัดแย้งข้อพิพาทเรื่องแนวเขตที่ดิน เนื่องจากว่านายวิโชติ หลานชายมีปัญหากับเพื่อนบ้านใกล้เคียงเรื่องแนวเขตที่ดินบ้านพักที่เกิดเหตุอย่างรุนแรง ก่อนที่เพื่อนบ้านจะไปร้องเรียนกรมเจ้าท่าให้เข้ามาตรวจสอบเพื่อรื้อถอนบ้านของนายวิโชติ แต่ผู้ตายเข้ามาช่วยเหลือหลานชายในการดูแลคดีในการฟ้องร้องต่อศาล กระทั่งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ศาลมีคำสั่งให้นายวิโชติชนะคดี จึงสร้างความโกรธแค้นให้แก่คู่กรณีเป็นอย่างมาก
พ.ต.อ.เบญจมันต์ จันทร์เกิด รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติของผู้ตายทราบว่า เป็นที่เคารพนับถือของบุคคลทั่วไปโดยเฉพาะผู้ยากจนและไร้โอกาส ที่หากไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือถูกรังแกไม่ว่าจะในกรณีใดก็จะขอความช่วยเหลือจากผู้ตาย โดยเฉพาะหากมีปัญหาไม่ได้รับความเป็นธรรมจากภาครัฐก็จะได้รับการช่วยเหลือจากนายเยี่ยมเป็นอย่างดีในการติดต่อประสานงาน จนเป็นที่รู้จักของชาวสุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
ทั้งนี้ได้เร่งรัดให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบกรณีเรื่องร้องเรียนที่ผู้ตายเคยเข้าไปเกี่ยวข้องหรือให้การ ช่วยเหลือทั้งในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุคาดว่าจะเป็นคนนอกพื้นที่ และมีความชำนาญในการใช้อาวุธปืนเป็นอย่างดี และติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ตายและตามมาก่อเหตุดังกล่าว ขณะนี้ได้มอบหมายให้ชุดสืบสวนนำแฟ้มประวัติมือปืน มาตรวจสอบกับประจักษ์พยานที่เห็นรูปพรรณคนร้าย คาดว่าจะสามารถทราบเบาะแสเร็วๆ นี้



