ข่าว

"บรรณวิทย์”เชื่อ"ป๋าเปรม"ยังไหวแม้ถูกโจมตี

"บรรณวิทย์”เชื่อ"ป๋าเปรม"ยังไหวแม้ถูกโจมตี

28 พ.ย. 2552

"บรรณวิทย์”เชื่อป๋าเปรมยังไหวแม้ถูกด่ากราดถึงบุพการี ชี้“ทักษิณ”ตัวปัญหาทำบ้านเมืองวุ่นวาย บอกรัฐบาลทำอะไร“ทักษิณ” ไม่ได้แม้มีอำนาจอยู่เต็มมือ คนสนิท บอก“ป๋าเปรม” ให้อดทน อดกลั้น อย่าตอบโต้ เพราะมันจะไม่จบสิ้นและยิ่งเป็นการซ้ำเติมประเทศชาติ ชี้คนด่า “ป๋าเ

(28พ.ย.) พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมน ตรี และรัฐบุรุษ ถูกรุมโจมตีด้วยถ้อยคำที่รุนแรงถึงบุพการี ว่า ถือว่าวันนี้พล.อ.เปรม เป็นหลักของแผ่นดิน และเป็นสัญญาณแห่งความดี แห่งความซื่อสัตย์ ดังนั้นการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะต่อสู้ก็แน่นอนเป้าหมายอยู่ที่ พล.อ.เปรม หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ยังแค่ตัดแต่แขน หรือ ขา และปล่อยให้หัวยังอยู่ มันก็จะไม่สิ้นสุด ดังนั้นช่วงนี้ พล.อ.เปรม จะโดนหนักมาก แต่ตนเชื่อว่า พล.อ.เปรม ยังไหว และรับมือได้ เพราะท่านมีประสบการณ์สูง เป็นนายกรัฐมนตรีมาถึง 8 ปี และความเป็นจริงประชาชนก็ทราบดีว่าท่านเป็นคนอย่างไร ลูกท่านก็ไม่มี ความซื่อสัตย์ก็สุดยอด

 เมื่อถามว่า แสดงว่าควรจะยกย่องเสาหลักของกองทัพมากกว่าจะมาโจมตี พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า จะต้องเป็นอย่างนั้นแต่หากยังเป็นแบบนี้บ้านเมืองเราต่อไปก็จะไม่เหลือใครที่เราจะเคารพเพราะขณะนี้ก็มีการโจมตีไปถึงพระภิกษุกันแล้ว ตัวปัญหาที่เกิดขึ้นคือ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่วันนี้หลายคนบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ตายจากความเป็นคนแล้ว สำหรับประเทศไทยมาไม่ได้แล้ว แต่การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถเดินเกมได้อยู่ทุกวันนี้เป็นเพราะรัฐบาลมืออ่อนแม้ว่าอำนาจจะอยู่ในมือก็ตาม ถ้ารัฐบาลแข็ง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไม่สามารถทำอะไรให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายได้เหมือนอย่างที่เป็นอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่าอยากฝากอะไรไปถึงทหารที่จะเข้าพรรคเพื่อไทยหรือเตรียมที่จะเข้าให้คำนึงถึงการเคารพนายทหารชั้นผู้ใหญ่หรือไม่ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า ทหารผ่านการปฏิญาณตนมาแล้ว และผ่านการสวนสนามสาบานตนต่อธงชัยเฉลิมพล จะต้องมีจิตสำนึกอยู่แล้ว ฉะนั้นถ้าใครที่ไปทำโดยไม่มีจิตสำนึกถึคำปฏิญาณที่ให้ไว้ต่อธงชัยเฉลิมพล ตนคิดว่าจะต้องมีอันเป็นไป อันนี้เราไม่ต้องพึ่งใคร ตนเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง และวันสวนสนามก็จะมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังร่วมทำพิธีด้วย และพระยอดธงก็มีความศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นเมื่อได้สาบานตนไปแล้ว และผิดคำสาบานก็ขอให้ระวังตัว เพราะมันจะกลับมาลงโทษ

 “ผมอยากจะฝากไปถึงลูกป๋าทั้งหลาย ที่อยู่กับป๋ามานาน ไม่ใช่นิ่งอย่างเดียว ลูกป๋าทั้งหลายพึ่งใบบุญป๋ามานานให้ทำงานบ้าง ตอนนี้ป๋าโดนหนักมากต้องช่วยกันปกป้องในคุณงามความดีของป๋า ไม่ใช่ปล่อยให้ผมเล่นคนเดียวผมจะโดนกระทืบอยู่แล้ว ตอนสมัยก่อนป๋ามีบารมีก็ได้ในสิ่งที่ต้องการไปหมด ไม่ว่าจะเป็นยศ ตำแหน่ง ให้ออกมาหน่อย ส่วนผมไม่ได้อะไร แต่การที่ออกมาเพราะด้วยความชื่นชม และด้วยความยกย่องบูชาในงานที่ป๋าทำถึงยอมเจ็บตัว” พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าว
 

แหล่งข่าวคนสนิทของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกรณีที่ทหาร จปร. 9 กล่าว พล.อ.เปรม อยู่เบื้องหลัง ความวุ่นวายของบ้านเมืองว่า ใครจะพูดอะไรก็แล้วแต่ เพราะตราบใดความคิดของแต่ละคนยังแตกแยกกันอยู่ ฝ่ายตรงข้ามก็จะถูกด่า ถูกว่า หรือ ถูกตำหนิ โดยที่ยังไม่ได้แก้ตัว หรือชี้แจงเรื่องจริงให้ฟัง รวมถึงใครจะมีโอกาสได้พูดมากกว่ากันเท่านั้น ทั้งนี้ พล.อ.เปรม รับทราบปัญหาต่าง ๆ ดี รวมถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มทหารที่เดินทางเข้าพรรคเพื่อไทยตลอด และมีการกล่าวโจมตีด้วยถอยคำที่เสียหายตลอดเวลา แต่ตนชื่นชม พล.อ.เปรม เพราะท่านก็พยายามนิ่งเฉยไม่ตอบโต้ แม้ว่าคำด่าบางคำจะโจมตีไปถึงบุพการีก็ตาม พล.อ.เปรม ก็บอกว่าให้อดทน อดกลั้น อย่าได้โต้ตอบเพราะหากมัวแต่โต้ตอบกันไปบ้านเมืองก็จะไม่จบ อาจจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมให้กับบ้านเมืองวุ่นวายไปอีก

 แหล่งข่าวคนเดิม ยังบอกด้วยว่า การต่อสู้ก็เป็นแบบนี้ ดังนั้นต้องปล่อยกันไปตามสภาพ ทั้งนี้ที่ผ่านมาพล.อ.เปรม ก็ถูกด่าแบบนี้ตลอดทั้ง  ๆ ที่ท่านไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องอะไรเลย ท่านพยายามอดทนทุกสิ่งทุกอย่างไม่อยากให้เกิดปัญหา ทั้งนี้เรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นการบ่งบอกพฤติกรรมของตัวคนพูดว่ามีวุฒิภาวะขนาดนี้แล้วยังมาใช้คำพูดที่รุนแรงกับผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่ทำประโยชน์มาโดยตลอด คนแบบนี้ต้องไปคิดเองว่าใครต่ำทราม ส่วนที่หลายคนเป็นห่วงความรู้สึกของ พล.อ.เปรม นั้น ไม่ต้องห่วงเป็นห่วงเพราะท่านอดทน และยังแข็งแกร่งดีอยู่ ใครที่ทำงานใกล้ชิดกับ พล.อ.เปรม จะรู้ และยิ่งทำผู้ใหญ่ที่ทำงานให้กับบ้านเมืองควรจะได้รับการยกย่องดูแลอย่างไร สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นมันเพี้ยนไปหมดแล้ว

 “ ผมไม่อยากให้โต้กันไปโต้กันมา เพราะมันไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรเลย ส่วนทหารที่โจมตีป๋าเปรม วรจะคิดได้เองว่าควรทำหรือไม่ควรทำ หรืออะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม หรืออะไรคือบ้านเมืองหรือบุคคล อย่านำมาปะปนกัน มันไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร ตอนนี้ทุกคนมองแค่ตัวเอง และพูดจาอะไรก็คิดว่าถูกต้องทั้งหมดดังนั้นการพูดอะไรจะต้องคิดให้ดี แต่เมื่อต่างฝ่ายต่างมีอุดมการณ์เพื่อผลประโยชน์ของกลุ่ม หรือ ของพวกพ้องและอีกอุดมการณ์หนึ่งเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมืองของการรักษาบ้านเมืองจะต้องแยกแยะกัน เพราะไม่อย่างนั้นบ้านเมืองก็จะมีแต่ความเสียหาย "