ข่าว

แม่วิศวกรกลับแล้วเยี่ยมใหม่7ธ.ค.

แม่วิศวกรกลับแล้วเยี่ยมใหม่7ธ.ค.

28 พ.ย. 2552

แม่วิศวกร เดินทางกลับจากเยี่ยมลูกชายเรือนจำไปรซอ แล้วด้วยสีหน้ายิ้มแย้มหลังพบหน้าลูกชาย เผยกัมพูชา อำนวยความสะดวกต้อนรับอย่างดี เตรียมลัดฟ้าไปฟังคำพิพากษาอีกครั้ง 7 ธ.ค.

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 22.45 น.วันที่ 27 พ.ย.นางสิมารักษ์ ณ นครพนม แม่ของนายศิวรักษ์  ชุติพงษ์  วิศวกรผู้ถูกควบคุมตัวในเรือนจำไปรซอ ของกัมพูชา ได้เดินทางกลับหลังจากเยี่ยมลูกชายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มสดใส ทันที่เห็นสื่อมวลชนก็รีบบอกขอบคุณ และให้สัมภาษณ์ว่า เบื้องต้นตนได้ประสานกับก.ต่างประเทศที่จะดินทางไปฟังศาลตัดสินคดีของลูกชายในวันที่ 8 ธ.ค. แต่ตนต้องเดินทางไปตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.เนื่องจากศาลกัมพูชานัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 8 ธ.ค.เวลา 07.00น.

เธอกล่าวอีกว่า หลังจากที่ตนเดินทางไปเยี่ยมลูกชายในวันนี้ก็พบว่าลูกชายมีสุขภาพแข็งแรงดี สบายดี ตนรู้สึกสบายใจขึ้นมาก เพราะได้เจอหน้าลูกชายจริง ๆ และได้พูดคุยสอบถามความเป็นอยู่ โดยทางรัฐบาลกัมพูชาได้อำนวยความสะดวกให้อย่างดี ดูแลต้อนรับตนกับญาติที่เดินทางไปด้วยดีมาก และหากตนจะเดินทางไปฟังคำพิพากษาครั้งหน้าจะเตรียมของกินไปหลายอย่าง โดยเฉพาะข้าวหมูแดงที่ลูกชายชื่นชอบ ซึ่งจะเตรียมไปให้3-4 กล่องเพื่อฝากเพื่อนที่อยู่ร่วมห้องขังด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถึงแม้นางสิมารักษ์ จะเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทาง แต่ก็มีสีหน้าที่แจ่มใส ร่าเริง เนื่องจากได้ไปเจอหน้าลูกชายและพูดคุยสอบถามความเป็นอยู่มาแล้ว ก่อนให้สัมภาษณ์เพียงสั้น ๆ ก่อนขอตัวกลับบ้านพัก เพื่อเตรียมตัวเดินทางไปฟังคำติดสินอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้  ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นางสิมารักษ์ ณ นครพนม นายพงษ์สุรีย์ ชุติพงษ์ มารดา และน้องชาย นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรชาวไทยที่ถูกจับกุมที่กัมพูชา พร้อมด้วย น.ส.มธุรพจนา อินทะรงค์ รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ออกเดินทางด้วยเที่ยวบิน ทีจี 580 เวลา 07.45 น. ไปยังกัมพูชา เพื่อเยี่ยมนายศิวรักษ์ ที่เรือนจำไปรซอ

 ก่อนออกเดินทางนางสิมารักษ์ กล่าวว่า เมื่อเจอหน้าบุตรชายคงจะแสดงความห่วงใย ดีใจ และให้กำลังใจว่ารออีกสักระยะจะได้รับอิสรภาพ โดยการเดินทางครั้งนี้ได้เตรียมเครื่องใช้ส่วนตัว เช่น แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ยารักษาโรคประจำตัวให้ด้วย นอกจากนี้ยังมีดินหน้าบ้าน เพราะเชื่อว่าจะช่วยทำให้แคล้วคลาดจากอันตราย และเดินทางกลับบ้านโดยปลอดภัย อย่างไรก็ตามทราบว่าทางกัมพูชาได้ดูแลนายศิวรักษ์เป็นอย่างดี จึงอย่างขอบคุณรัฐบาลกัมพูชาที่เปิดโอกาสให้ได้พบบุตรชาย

 เมื่อถามว่า หากเสร็จสิ้นคดียังคงให้นายศิวรักษ์ ทำงานต่อที่ประเทศกัมพูชาหรือไม่ นางสิมารักษ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมานายศิวรักษ์อยู่กัมพูชาก็มีความสุข หากไม่มีปัญหากับบริษัท เพื่อนร่วมงานหรือรัฐบาลกัมพูชา ก็อยากให้ทำงานต่อ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายศิวรักษ์เองว่าจะกลับหรืออยู่ต่อ

 ด้านรองอธิบดีกรมการกงสุล กล่าวว่า หลังจากถึงที่กัมพูชาเวลาประมาณ 09.00 น. คณะคงพักที่สถานทูตก่อนออกเดินทางไปเยี่ยมนายศิวรักษ์ เวลา 14.00 น. คาดว่าจะได้ใช้เวลาเยี่ยมประมาณ 30 นาที หรืออาจนานกว่านั้น ส่วนเรื่องคดีความขณะนี้ได้มอบให้ทนายชาวกัมพูชาดูแล โดยประสานกับเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศและนายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ ช่วยดูแล ซึ่งขณะนี้ต้องรอกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา ทั้งนี้คณะที่เดินทางไปจะเดินทางกลับวันนี้ (27 พ.ย.) โดยออกจากกัมพูชา เวลา 21.10 น. เที่ยวบิน ทีจี 585   

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสิมารักษ์และคณะได้เข้าเยี่ยมลูกชายห้องรับรองพิเศษของเรือนจำและได้คุย กันเป็นเวลาชั่วโมงครึ่ง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ต้อนรับเป็นอย่างดี

หลังจากนั้นนางสิมารักษ์เปิดแถลงข่าวว่า ลูกชายอยากออกจากเรือนจำให้เร็วที่สุด ใจจดจ่อรอฟังคำตัดสินที่จะมีขึ้นในวันที่ 8ธ.ค.นี้ พร้อมทั้งยืนยันว่าลูกชายไม่ใช่เหยื่อ แต่เกิดจากความผิดพลาดบางอย่าง ทำให้ต้องตกเป็นผู้ต้องการ ถือว่าโชคร้ายมากกว่า

 นางสิมารักษ์ ยังบอกอีกว่า ลูกชายดูซูบผอมลงบ้าง แต่ไม่มีอาการเจ็บป่วยอะไร ถือว่าทางกัมพูชาดูแลได้ดี พร้อมกันนี้ขอขอบคุณรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาที่เปิดโอกาสให้แม่และลูกพบ กัน

แม่วิศวกรกลับถึงไทย22.00น.คืนนี้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางศิมารักษ์  จะเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยหลังจากเยี่ยมลูกชาย โดยเที่ยวบิน TG 585 ออกจากพนมเปญ เวลา 21.00 น. จะมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 22.00 น. จะออกมาทางช่องผู้โดยสารขาเข้าประเทศไทยเส้นทางปกติ

แม่วิศวกรขอบคุณสื่อหลังได้ไปพบกับลูกชาย

 เมื่อเวลา 22.45น.วันที่ 27 พ.ย.นางสิมารักษ์ พร้อมคณะได้เดินทางถึงประเทศไทยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มสดใส ทันที่เห็นสื่อมวลชนก็รีบบอกขอบคุณ และให้สัมภาษณ์ว่า เบื้องต้นตนได้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศที่จะดินทางไปฟังศาลตัดสินคดี ของลูกชายในวันที่ 8 ธ.ค. แต่ตนต้องเดินทางไปตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.เนื่องจากศาลกัมพูชานัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 8 ธ.ค.เวลา 07.00น.

 นางสิมารักษ์กล่าวอีกว่า หลังจากได้พบลูกชายและรู้ว่ามีสุขภาพแข็งแรงดี สบายดี ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก เพราะได้เจอหน้าลูกชายจริง ๆ และได้พูดคุยสอบถามความเป็นอยู่ โดยทางรัฐบาลกัมพูชาได้อำนวยความสะดวกให้อย่างดี ดูแลต้อนรับตนกับญาติที่เดินทางไปด้วยดีมาก และหากตนจะเดินทางไปฟังคำพิพากษาครั้งหน้าจะเตรียมของกินไปหลายอย่าง โดยเฉพาะข้าวหมูแดงที่ลูกชายชื่นชอบ ซึ่งจะเตรียมไปให้3-4 กล่องเพื่อฝากเพื่อนที่อยู่ร่วมห้องขังด้วย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถึงแม้นางสิมารักษ์จะเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทาง แต่ก็มีสีหน้าที่แจ่มใส ร่าเริง เนื่องจากได้ไปเจอหน้าลูกชายและพูดคุยสอบถามความเป็นอยู่มาแล้ว ก่อนให้สัมภาษณ์เพียงสั้น ๆ ก่อนขอตัวกลับบ้านพัก เพื่อเตรียมตัวเดินทางไปฟังคำติดสินอีกครั้ง

พร้อมเข้าร่วมฟังศาลเขมรไตร่สวนอีกครั้ง8ธ.ค.นี้

 เมื่อเวลา 16.30 น. นายชวนนท์  อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรมว.ต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังจากที่นางสิมารักษ์เข้าเยี่ยมลูกชายว่า ขณะนี้ได้เข้าเยี่ยมนายศิวรักษ์เสร็จสิ้นแล้ว โดยตนได้มีโอกาสพูดคุยทางโทรศัพท์กับนางสิมารักษ์ และน.ส.มธุรพจนา อิทธะวงศ์ รองอธิบดีกรมการกงสุล แล้วทราบว่าทุกคนพอใจกับการที่เข้าเยี่ยมครั้งนี้ โดยได้ใช้เวลาเข้าเยี่ยมถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง จากปกติที่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้เพียงครึ่งชั่วโมง

 นอกจากนี้ยังเข้าเยี่ยมโดยไม่มีการจำกัดจำนวนผู้เยี่ยม ซึ่งปกติให้เข้าเยี่ยมได้เพียง 4 คน ส่วนสถานที่ไม่ใช่ห้องพบผู้ต้องหาแบบปกติ แต่ได้จัดห้องประชุมชั้นบนของเรือนจำเพื่อพูดคุยกัน ทั้งนี้บรรยากาศก็เป็นไปด้วยดี มีรอยยิ้ม ยืนยันว่ามีความเป็นอยู่ดี มีอาหารพร้อม แม่ก็ได้มอบยารักษาโรคและยาพ่นให้ เพราะตอนแรกที่ยังไม่ได้พบก็ยังเป็นห่วง พอพบแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร

  นายชวนนท์ กล่าวว่า ทราบว่านายศิวรักษ์ ได้พักในห้องพักเรือนจำชั้นดี อยู่กันเพียง 5 คน จากที่ปกติต้องอยู่รวมกันถึง 30 คน โดยนักโทษอีก 4 คน เป็นนักโทษชั้นดี ที่มีโทษสถานเบา ไม่ใช่คดีรุนแรงโหดเหี้ยม ทั้งนี้นายศิวรักษ์ไม่ได้แสดงความกังวล สบายใจ ส่วนการรวบรวมหลักฐานพร้อมที่จะขึ้นศาลในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ คาดว่านางสิมารักษ์ มารดาจะได้เข้าไปที่ศาลด้วย โดยคาดว่าจะเดินทางตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.นี้ เนื่องจากจะมีการเริ่มพิจารณาตั้งแต่เวลา 07.30 น.ของวันที่ 8 ธ.ค.ทั้งนี้นายศิวรักษ์ยืนยันอีกครั้งว่า ไม่ได้ทำการใด ๆ ผิดกฎหมายและข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นความลับ และไม่ได้ใช้วิธีพิสดารในการเข้าถึงข้อมูล

 นายชวนนท์ กล่าวด้วยว่า แม่ของนายศิวรักษ์ ก็มีกำลังใจดีขึ้น หลังจากทราบว่าลูกชายมีสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่ได้แย่ ไม่ได้ร้ายแรงอะไร พร้อมกันนี้แม่ก็พูดคุยให้อดทน เข้มแข็ง และวันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าดีใจที่ พล.อ.เตียห์บัน รองนายกฯและรมว.กลาโหม ยืนยันเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง

ด้านนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์ในการให้ความช่วยเหลือด้านคดีความให้กับนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทย บริษัท CATS ที่ถูกประเทศกัมพูชาควบคุมตัว และจะนำขึ้นศาลชั้นต้นพิจารณาไต่สวนวันที่ 8 ธันวาคมนี้ ว่า ทางการต่างประเทศได้พยายามให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในทางคดี  ซึ่งในตอนนี้ยังมีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศกัมพูชา เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องศักดิ์ศรีของคนไทย

 เมื่อถามว่า ในเรื่องความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา รัฐบาลจะแก้ไขอย่างไร นายกษิต กล่าวว่า ตราบใดที่กัมพูชายังตั้งแต่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นที่ปรึกษา ปัญหาระหว่างกันก็ยังคงมีอยู่ เนื่องจากต้นเหตุอยู่ที่พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อถามว่า ส่วนที่จะให้กระทรวงต่างประเทศยื่นเจรจากับรัฐบาลกับพูชาเพื่อให้ถอดตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของพ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่นั้น นายกษิต กล่าวว่า ไม่ยื่น เพราะว่าสิ่งที่เราควรทำได้ทำไปหมดแล้ว เราไม่เคยปิดปัง เราเจรจากันอย่างโปร่งใส

 เมื่อถามว่า ข้อเสนอของนายสุรเกียรติ เสถียรไทย อดีตรมว.ต่างประเทศ ที่เสนอให้นายกฯขอเจรจาโดยตรงกับสมเด็จฮุนเซน นั้น นายกษิต กว่าว่า เป็นเพียงแค่ข้อเสนอของคนไทยคนหนึ่ง อยากจะพูดอะไรก็พูดไป ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมที่จะรับฟัง เมื่อถามต่อว่า หากรัฐบาลไทยจะไปข้อเจรจากับทางรัฐบาลกัมพูชาก่อน จะถือว่าเป็นเรื่องที่เสียหน้าหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า ไม่เสียหน้า เรื่องนี้ขึ้นกับศักดิ์ศรีของประเทศ นอกจากนี้ตนยืนยันว่ารัฐบาลไทยไม่เคยยื่นหนังสือเพื่อให้รัฐบาลกัมพูชาถอด ถอนพ.ต.ท.ทักษิณ ออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาฝ่ายเสรษฐกิจของกัมพูชา ซึ่งสิ่งที่เราควรจะทำได้ทำไปแล้ว และทุกอย่างได้ดำเนินการไปอย่างโปร่งใสไม่ปิดบัง