ข่าว

ผ่าขุมทรัพย์"เกาะกง" ริมถนนสาย48ไทย-เทศแห่ฮุบที่ดิน...ราคาพุ่งทะลุฟ้า!

ผ่าขุมทรัพย์"เกาะกง" ริมถนนสาย48ไทย-เทศแห่ฮุบที่ดิน...ราคาพุ่งทะลุฟ้า!

28 พ.ย. 2552

ย่างก้าวที่น่าจับตามอง เพราะมีแต่อนาคตที่สดใสกำลังรออยู่ของ จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ไม่เพียงแต่จะเป็นยอดปรารถนาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษารัฐบาลกัมพูชา และเพื่อนรักของ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเท่านั้น

 แต่นักลงทุนน้อยใหญ่ทั้งไทยและทุนนานาชาติก็กำลังจ้องชิ้นปลามันชิ้นนี้อย่างไม่วางตาเช่นกัน!!

 ความเนื้อหอมของเกาะกงในวันนี้ล้วนมาจากโครงการ "ถนนสาย 48" สายเกาะกง-สะแออัมเปิล ซึ่งเป็นโครงการสมัยรัฐบาลทักษิณ ที่สร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2551 ซึ่งจะทำให้เกาะกงมีความพร้อมสู่เมืองเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยวมากขึ้น

 ถนนสาย 48 ได้ดึงดูดนักลงทุนจากหลายชาติให้เข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ โดยมีกลุ่มทุนเกาหลีใต้เข้ามาลงทุนสร้าง "เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ" ใน อ.ทะมอบัง จ.เกาะกง ติดกับ จ.กัมโปงโสม มูลค่ากว่า 5,000 ล้านดอลลาร์

 ทั้งยังจะมีโครงการลงทุนทำ "สนามกอล์ฟมาตรฐานโลก" ริมทะเลเกาะกงอีกด้วย

 ขณะที่กลุ่มทุนจีนก็ขยับจะเข้ามาลงทุนในธุรกิจ "กาสิโนขนาดใหญ่" ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นการลงทุนร่วมกับกลุ่มทุนมาเลเซีย และ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยวงเงินลงทุนที่คาดว่าจะสูงถึง 3,000 ล้านดอลลาร์

 โดยกลุ่มทุนของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเช่าพื้นที่ 99 ปี สร้างโรงแรม กาสิโน สนามกอล์ฟ สถานบันเทิง และเมืองปลอดภาษี ซึ่งสอดคล้องกับข่าวที่มีออกมาเป็นระยะ

 นอกจากนี้ทุนจีนยังเข้ามารับสัมปทานสร้างถนนหลายสายในเขตกัมพูชาตะวันออก โดยจะตัดถนนจากเมืองปากเซ ใน ส.ป.ป.ลาว มุ่งสู่กรุงสีหนุวิลล์ เข้าสู่ จ.กัมโปงโสม และเชื่อมกับ จ.เกาะกง โดยจะลงทุนสร้างท่าเรือด้วย

 ขณะที่ทุนไทยก็ไม่เบา เช่น กลุ่มทุนของ นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ซึ่งได้ลงทุนร่วมกับ นายพัด สุภาภา สร้างโรงงานน้ำตาลทราย และเช่าพื้นที่กว่า 1 หมื่นไร่ เพื่อปลูกอ้อย ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาท

 เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจ "บางกอกแอร์เวย์ส" ของ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ซึ่งเข้าไปขอเช่าสนามบินเกาะกง โดยจะก่อสร้างสนามบิน และปรับปรุงรันเวย์ให้ทันสมัยเพื่อพัฒนาเป็นสนามบินพาณิชย์เชื่อมต่อจากสนามบินเสียมราฐและพนมเปญ

 ฟากธุรกิจยักษ์พลังงานของไทยอย่าง ปตท. ก็จับมือกับ บุน ตุน ประธานหอการค้าจังหวัดเกาะกง ทำธุรกิจนำเข้าก๊าซแอลพีจีจากไทย

 ส่วนนักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยก็อาศัยเพาเวอร์ของ พล.ร.ท.เตีย วินห์ ผู้บัญชาการทหารเรือกัมพูชา และน้องชายของ พล.อ.เตีย บัน รมว.กลาโหมกัมพูชา ทำธุรกิจค้าที่ดินใน อ.เสาธง อ.นาเกลือ อ.ตะเปียงรุ้ง ที่อยู่ติดริมทะเล และแนวถนนสาย 48

 ว่ากันว่า กลุ่มทุนนี้ถือครองที่ดินริมทะเลผืนงามไว้นับหมื่นไร่

 อีกกลุ่มธุรกิจที่น่าจับตามองคือ กลุ่มของ "สามีนักการเมืองหญิง" ในรัฐบาลไทยรักไทยที่ได้รับทั้งสัมปทานสร้างถนนสาย 48 และยังเข้าไปกว้านซื้อที่ดินรอไว้ด้วย

 กลุ่มทุนการเมืองกลุ่มนี้เข้าไปกว้านซื้อที่ดินริมถนนสาย 48 และที่ดินชายทะเลใน อ.เกาะกะปิ อ.ตะเปียงรุ้ง อ.เกาะยอ ซึ่งเชื่อว่าเป็นการกว้านซื้อให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นสำคัญ

 การจับจองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์บนเกาะกงจึงคึกคักอย่างยิ่ง โดยราคาที่ดินได้พุ่งสูงขึ้นถึงกว่า 10 เท่า โดยมีนักลงทุนไทยและมาเลเซียเข้าไปกว้านซื้อเป็นว่าเล่น

 ผลจากการตัดถนนสาย 48 และโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษทำให้ราคาที่ดินพุ่งขึ้นจากเดิมไร่ละ 3-5 หมื่นบาท เป็นไร่ละ 1-2 ล้านบาทเลยทีเดียว !!!

 ทำเลทองบนเกาะกงที่มีการกว้านซื้อที่ดินกันมากคือ บริเวณ อ.เสาธง (อ.เมือง) บ้านหัวเขา อ.มณฑลเสมา ในเขตตัวเมืองเกาะกง และพื้นที่ชายทะเลตั้งแต่ อ.เสาธง-อ.สะแออัมเปิล

 โดยเฉพาะหัวเกาะกงด้านใต้ ตรงข้ามกับอ่าวยายแสง ใกล้กับ อ.บางกระสอบ และ อ.เกาะจ้าว ซึ่ง นายพัด สุภาภา ได้เตรียมที่ดินผืนงามเพื่อรอนักลงทุนซื้อไปพัฒนาเป็นโรงแรม หรือเกสต์เฮ้าส์

 นอกจากนี้ยังมีสัมปทานเรือประมงไทยที่ตกปีละกว่า 100 ล้านบาท และเชื่อว่าปีหน้าค่าสัมปทานอาจจะพุ่งถึง 2 เท่า หลังจากเปลี่ยนตัวผู้ว่าฯ เกาะกงคนใหม่ที่จะโขกค่าตั๋วเรือจากเดิมลำละ 6 หมื่นบาท

 แต่ราคาตั๋วใหม่จะปรับเป็น 8 หมื่นบาท ซึ่งยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องจ่ายให้แก่หน่วยงานอื่นบนเกาะกงที่คาดว่าน่าจะสูงเกิน 1 แสนต่อลำ

 จากโครงข่ายธุรกิจบนเกาะกงจะเห็นได้ว่า มีกลุ่มทุนไทยเข้าไปผูกโยงยุ่บยั่บไปหมด ไม่นับในบ่อนกาสิโน โรงแรม หรือร้านอาหารส่วนใหญ่ที่ล้วนมีคนไทยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลัก

 ฉะนั้นการที่กัมพูชาจะขยับทำอะไรกับนักลงทุนไทยที่เกาะกงก็เหมือนกับ "หยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ" เพราะมองไปทางไหนก็ล้วนแต่เป็น "คนกันเอง" ทั้งสิ้น

ทีมข่าวความมั่นคง