
พาณิชย์มึนแผนระบายสต็อกข้าวฟัง"กอร์ปศักดิ์"ชี้ชัด-หวั่นช้าไทยอาจเสียโอกาส
พาณิชย์ระบุแผนระบายข้าวในสต็อกรัฐไม่ชัด หวั่นเสียโอกาสขายข้าวช่วงขาขึ้น โรงสีเบรกรัฐอย่าเพิ่งรีบขาย ควรปล่อยตามกลไกให้ชาวนาได้ประโยชน์ ส.ชาวนาขอเพิ่มราคาประกันรายได้ข้าวหอมปทุมธานี 1
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ยังสับสนเกี่ยวกับแผนระบายข้าวในสต็อกรัฐบาล ซึ่งคงต้องหารือกับนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีก่อนว่าจะขายแบบใด เพราะนายกรัฐมนตรีให้นโยบายในการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ว่าต้องการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) แต่นายกอร์ปศักดิ์ต้องการให้ขายทั้งแบบจีทูจี และขายให้เอกชนด้วย ดังนั้นต้องรอให้นายกอร์ปศักดิ์เห็นชอบก่อน แล้วค่อยเสนอให้ ครม.พิจารณา เพราะไม่ต้องการถูกเบรกอีก
"เราพร้อมขายอยู่แล้ว โดยเฉพาะในช่วงราคาขึ้น แต่คงจะต้องปล่อยออกมาทีละน้อย เพื่อไม่กระทบต่อราคาภายในประเทศ เพราะหากล่าช้าไทยอาจเสียโอกาสได้" นางพรทิวา กล่าว
นายชาญชัย รักษธนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า โรงสีในพื้นที่ต่างๆ ประเมินว่าผลผลิตข้าวปี 2552/2553 จะลดลงอย่างต่ำ 10% เหลือเพียง 20 ล้านตัน จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 23 ล้านตัน สวนทางกับผลสำรวจของสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ที่คาดผลผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 25 ล้านตัน ซึ่งผู้ส่งออกต้องการเร่งให้รัฐบาลระบายข้าวในสต็อก แต่ทางโรงสีเห็นว่ารัฐบาลควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด จะทำให้ชาวนาได้ประโยชน์สูงสุด โดยวงการค้าข้าวมองว่าราคาข้าวมีโอกาสปรับขึ้นอีก
ด้านนายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า สมาคมชาวนาเสนอให้ กขช.พิจารณาเพิ่มราคาประกันรายได้ข้าวหอมปทุมธานี 1 ในฤดูกาลนาปรังปี 2553 เป็น 1.2 หมื่นบาทต่อตัน จากราคาประกันข้าวนาปีฤดูกาลนี้กำหนดให้ 1 หมื่นบาทต่อตัน เนื่องจากเห็นว่าข้าวปทุมธานีเป็นข้าวคุณภาพของภาคกลาง ซึ่งควรจะมีระดับราคาสูงกว่าข้าวขาวทั่วไปที่รัฐบาลประกันรายได้ที่ 1 หมื่นบาทต่อตัน และยังขอให้ขยายปริมาณรับประกันต่อครัวเรือน เพิ่มจาก 25 ตัน เป็น 30 ตัน ซึ่งที่ประชุมของอนุกรรมการ กขช.เห็นพ้องให้นำเสนอคณะกรรมการ กขช.ชุดใหญ่พิจารณาต่อไป
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้สอบถามผู้จัดการสาขาต่างๆ ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พบว่า มีปัญหาเกี่ยวกับการประกันราคาข้าวเปลือก เนื่องจากขณะนี้ราคาตลาดอ้างอิงที่ประกาศระหว่างวันที่ 16 และ 30 ทุกเดือน มีส่วนต่างสูงมาก โดยขณะนี้สูงถึง 2,000 บาทต่อตัน ทำให้เกษตรกรมักรอทำสัญญาในช่วงวันที่ 30 เพื่อใช้สิทธิประกันราคารับส่วนต่างวันที่ 1 ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ จะนำเรื่องดังกล่าวหารือที่ประชุม ครม.เร็วๆ นี้ เพื่อกำหนดการใช้สิทธิประกันราคาให้ชัดเจน



