ข่าว

จากการเดินทางนำสู่คอลเลกชั่นใหม่แบรนด์SIRIVANNARI

จากการเดินทางนำสู่คอลเลกชั่นใหม่แบรนด์SIRIVANNARI

28 พ.ย. 2552

เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ในแวดวงแฟชั่นเมืองไทยและต่างประเทศที่บรรดาเหล่าแฟชั่นนิสต้าตั้งตารอคอย ล่าสุด พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงเผยโฉมผลงานทรงออกแบบคอลเลกชั่นเสื้อผ้าสำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ

 ภายใต้แนวพระดำริ "เดอะ เวิลด์ อิส นอท อินาฟ" (The World Is Not Enough) พร้อมด้วยเครื่องประดับและเครื่องหนังประจำฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2010 ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI พร้อมทรงเปิด เอฟ เซน ดีไซน์ โชว์เคส (F ZEN Design Showcase) บริเวณชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าเซน

 ในการนี้ทรงพระกรุณาประทานสัมภาษณ์แก่คณะสื่อมวลชน ถึงแรงบันดาลพระทัยและการทรงงานในครั้งนี้ว่า จากการเสด็จไปเรียนการทำงานร่วมกับดีไซเนอร์ระดับโลกทำให้เกิดแรงบันดาลพระทัยในการทรงงานสำหรับคอลเลกชั่นนี้ อย่างเทคนิคการผสมผสานเนื้อผ้าที่มีความแตกต่างในชุดชุดหนึ่งก็ได้เรียนรู้และทรงนำมาประยุกต์เป็นชุดในคอลเลกชั่นนี้ โดยจะทรงนึกเสมอว่าอย่างชุดผู้หญิงทำอย่างไรให้ผู้หญิงดูสวย ให้ผู้ชายหันมาดู

 "อย่างลุงอาร์มานี่ก็สอนเรื่องของลายผ้าการผสมเนื้อผ้า หรืออย่าง โดเช่แอนด์กาบาน่า หญิงก็ไปเรียนรู้เทคนิคของเขามา โดยเฉพาะโดเช่หญิงยกย่องมาก เป็นคนที่ใจเย็นมากเช็กนางแบบตัวต่อตัว แม้โชว์จะเริ่มแล้วเขายังมาให้ความสำคัญกับการแต่งตัวให้นางแบบอยู่เลย นั่นเองเป็นสิ่งที่หญิงปรับมาใช้กับโชว์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้

 ส่วนที่ตั้งชื่อคอลเลกว่า เดอะ เวิลด์ อิส นอท อินาฟ มาจากการที่หญิงได้เดินทางไปเรียนรู้ในประเทศต่างๆ ซึ่งการได้มีโอกาสเดินทางนี้ยิ่งทำให้หญิงได้เรียนรู้ในสิ่งต่างๆ มากขึ้น ได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ หลายอย่าง เป็นการศึกษาโลกใหม่นั่นเอง"

 พร้อมมีรับสั่งด้วยว่า ทรงเริ่มต้นการทรงงานในคอลเลกชั่นตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งระหว่างนั้นทรงอยู่ระหว่างการเรียนรู้งานกับดีไซเนอร์ระดับโลก อย่างการออกแบบลายผ้าก็ทรงออกแบบใหม่ในแนวของพระองค์เอง อย่างลายขวางของผ้าสีน้ำเงินที่อาจจะคุ้นชินตากัน ทรงย้ำว่าไม่ได้ลอกเลียนแบบงานของใคร เพียงแต่ทรงนำสิ่งเหล่ามาออกแบบให้เป็นลายใหม่ส่วนพระองค์โดยเฉพาะ หรืออย่างเรื่องของเครื่องประดับก็ทรงพระดำเนินเลือกหาหินต่างๆ ด้วยพระองค์เองจากฝรั่งเศส แล้วก็ทรงออกแบบแล้วส่งแบบเหล่านั้นมาให้ทีมงานที่เมืองไทย เมื่อไม่ถูกต้องก็ทรงร้อยใหม่ด้วยพระองค์เอง

 พระองค์หญิงมีรับสั่งด้วยว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้านี้จะเสด็จไปทรงฝึกร่วมงานกับห้องเสื้อชื่อดังของฝรั่งเศสอย่างบาลแมงแล้ว ส่วนแบรนด์ของพระองค์ก็จะมีชาวต่างชาติเข้ามาดูแลแต่ก็ไม่ได้ทรงทิ้งไปเลย

  สำหรับคอลเลกชั่นนี้ แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของการเดินทางอย่างมีสไตล์เหนือท้องทะเลสีฟ้าแซฟไฟร์แห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตั้งแต่เกาะซานโตรินี่ของกรีซ เกาะคาปรีของอิตาลี เฟรนซ์ ริเวียร่าของฝรั่งเศส โดยทรงดึงรายละเอียดต่างๆ ของวัฒนธรรมเมดิเตอร์เรเนียนที่โดดเด่น แล้งทรงนำมาตีความและทรงถ่ายทอดออกมา อย่างเสื้อผ้าของสุภาพสตรีที่แสดงถึงเสื้อผ้าที่มีความเป็นเฟมมินีน ที่แฝงไว้ด้วยความเซ็กซี่อย่างมีระดับ โดยนำเทคนิคการตัดเย็บแบบเซมิกูตูร์มาผสมผสานกับเสื้อผ้าแบบลำลองให้ดูเก๋สมัยใหม่ อย่างโครงสร้างกางเกงสามส่วนตัวหลวม โครงสร้างชุดมูมู่และคัฟทานที่กรุยกราย โดยเพิ่มความโก้หรูและสง่างามไว้อย่างชัดเจนด้วยการใช้วัสดุและผ้าอันหรูหรา เช่น ผ้าไหมชีฟอง ผ้าไหมซาติน ผ้าทูล รวมไปถึงลูกปัดและดิ้นทอง

 ส่วนเครื่องประดับก็มีความหลากหลายตั้งแต่สร้อยคอสีฉูดฉาดที่ถักร้อยจากปะการัง เปลือกหอย หินสี แก้ว และลูกปัด แม้กระทั่งผ้าพันคอลายภาพวาดฝีพระหัตถ์อย่างลายหัวใจ ลายกะโหลกและลายนกเพนกวิน สำหรับเสื้อผ้าผู้ชายก็อยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์ของเมดิเตอร์เรเนียนเช่นกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสบาย รีแล็กซ์ ไม่ต้องการรายละเอียดเยอะ

 "การออกแบบเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นนี้หญิงดูจากเรื่องใกล้ตัวเป็นหลัก ว่าอย่างผู้หญิงสักคนไปเที่ยวทะเลจะใส่อะไรบ้าง แต่ตัวอย่างไหร่ ใส่หมวกหรือไม่ ผ้าพันคอมีไหม...ทั้งหมดนั่นจึงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของคอลเลกชั่นนี้" พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ รับสั่งปิดท้าย