
"ขื่อแป"สะกดอย่างไร..ไม่รู้แล้ว
เมื่อนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตัดสินใจตามมติของสภาหอการค้าไทย ว่าไม่ไปร่วมงานที่เชียงใหม่วันอาทิตย์นี้
คำถามต่อมาก็คือว่า แล้วยังไงต่อไป แปลว่า ถ้าหากมีใครก็ตามแต่ ข่มขู่ คุกคาม นายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจุดไหนของประเทศ นายกรัฐมนตรีก็จะไม่ไปที่จังหวัดนั้น หรือ ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ซึ่งก็แปลต่อครับว่า ต่อไปนี้การกำหนด การกำหนดการทำงานของนายกรัฐมนตรีนั้นจะขึ้นอยู่กับคนบางกลุ่ม บางพวก อยู่ที่ว่าเขาเหล่านั้นต้องการให้นายกรัฐมนตรีไปหรือไม่ไปจุดนั้นกระนั้นหรือ
นี่คือคำถามที่คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คงจะต้องถามตัวเอง ตอนที่บอกกับคณะรัฐมนตรี วันอังคารว่า เป็นหัวหน้ารัฐบาลจะต้องพิสูจน์ว่าสามารถไปทุกจุดเพื่อทำงานได้
คำว่า "ขื่อแป" ของบ้านเมืองก็จะกลายเป็นประเด็นขึ้นมา เพราะว่าถ้าคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง สามารถรวมตัวกันแล้ว พูดจาข่มขู่จะทำร้ายคนระดับผู้นำประเทศได้ ก็แปลว่าคนกลุ่มไหนก็สามารถจะกำหนดทิศทางของการเมืองของประเทศชาตินี้ได้กระนั้นหรือ
เหตุผลที่นายกรัฐมนตรีตัดสินใจไม่ไปเชียงใหม่ เพื่อความปลอดภัย หรือเกิดความไม่ปลอดภัย
คำถามก็คือว่า เหตุร้ายนั้นอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายหรือไม่
คำถามต่อมาก็คือว่า ทำไมการประท้วงภายใต้กรอบประชาธิปไตยจึงไม่สามารถทำอย่างสันติ และมีเหตุมีผลได้ เพราะถ้าหากตราบใดที่เราอ้างว่า เรามีประชาธิปไตย แต่ไม่มีความรับผิดชอบร่วมกันในสังคมประชาธิปไตย นั่นไม่ใช่ประชาธิปไตยในความหมายที่แท้จริงแน่นอน
เพราะความปั่นป่วนวุ่นวาย การข่มขู่จะใช้ความรุนแรงนั้น เป็นลักษณะจำเพาะของ "รัฐกาลียุค" มิใช่ "รัฐทันสมัย" ที่เชื่อในระบอบประชาธิปไตย ที่เคารพสิทธิของความเห็นต่างกัน อย่างสันติ สงบ และด้วยเหตุด้วยผล
วันนี้เรามองไม่เห็นขื่อไม่เห็นแป ซึ่งแปลว่าบ้านหลังนี้จะล่มสลายเมื่อไหร่ก็ได้ เพียงเพราะความขัดแย้งเกี่ยวกับเรื่องของคนคนเดียวกระนั้นหรือ?



