ข่าว

ตั้ง"โค้ชหรั่ง"คุมแผนต้นกล้าบอลอาชีพ

ตั้ง"โค้ชหรั่ง"คุมแผนต้นกล้าบอลอาชีพ

28 พ.ย. 2552

รัฐบาลอัดงบฯ 99 ล้านบาท ผุดโครงการส่งเสริมและพัฒนากีฬาฟุตบอลสู่การอาชีพ หรือโครงการต้นกล้าอาชีพ ต้อนรับกระแสฟุตบอลฟีเวอร์ พร้อมตั้ง "โค้ชหรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน เป็นประธานโครงการ ฯ เริ่มลุยตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.นี้ เปิดตัวที่แรกที่ จ.อุบลราชธานี

ที่ห้องประชุมศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ เมี่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ได้มีการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการส่งเสริมและการพัฒนากีฬาฟุตบอลสู่การอาชีพ โดยมี นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการต้นกล้าอาชีพ เป็นประธานแถลงข่าว พร้อมด้วย นายสมบัติ คุรุพันธ์ ผอ.การสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ และ นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย รวมทั้งคนในวงการฟุตบอลมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง


 นายกอร์ปศักดิ์ เปิดเผยว่า จากกระแสความนิยมกีฬาฟุตบอลในปัจจุบัน ประกอบกับสมาคมฟุตบอล ฯ ได้วางนโยบายเชิงรุก เพื่อสร้างและส่งเสริมกีฬาฟุตบอลสู่การอาชีพ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมด้านอาชีพให้กับประชาชน เพื่อลดอัตราการว่างงาน ดังนั้นโครงการต้นกล้าอาชีพ จึงได้ร่วมมือกับสมาคมฟุตบอล ฯ และ สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ ดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนากีฬาฟุตบอลสู่การอาชีพ ซึ่งเป็นอบรมและส่งเสริมนักกีฬาฟุตบอลระดับรากหญ้าทั่วประเทศให้พัฒนาศักยภาพ สามารถขึ้นมาทดแทนนักกีฬารุ่นพี่ระดับ ลีกภูมิภาค,บอลดิวิชั่น 2 ,และสามารถก้าวขึ้นสู่ระดับดิวิชั่น 1 และ ไทยพรีเมียร์ลีกต่อไป


 “โครงการส่งเสริมและพัฒนากีฬาฟุตบอลสู่การอาชีพ  นับเป็นรากฐานครั้งสำคัญของฟุตบอลอาชีพของไทย นอกจากนี้ยังสามารถสร้างอาชีพอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น อาชีพผู้ตัดสิน,ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่สนาม ซึ่งอาชีพฟุตบอลถือเป็นหนึ่งในอาชีพที่โครงการต้นกล้าอาชีพให้ความสำคัญ และสนับสนุนอย่างจริงจัง โดยพิจารณาให้การสนับสนุนงบประมาณจำนวน 99 ล้านบาท” รองนายก ฯ กล่าว


 สำหรับโครงการส่งเสริมและพัฒนากีฬาฟุตบอลสู่การอาชีพ ได้แต่งตั้งให้ "โค้ชหรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน เป็นประธานโครงการ ฯ ที่จะดูแลรับผิดชอบทั้งหมด โดยมีการอบรมหลักสูตร 2 ขั้นตอน คือการฝึกอบรมขั้นพื้นฐานเพื่อปรับความรู้ด้านทฤษฎีและการฝึกอบรมด้านปฏิบัติภายใต้การกำกับดูแลของสโมสรฟุตบอลทั่วประเทศทั้ง 53 สโมสร ที่ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา โดยมีระยะในการฝึกอบรมจำนวน 60 วัน โดยจะแบ่งออกเป็น 5 ภาคดังนี้ ภาคใต้ จำนวน 8 ทีมๆ ละ 60 คน, ภาคเหนือมี 11 ทีมๆ ละ 70 คน, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 12 ทีมๆ ละ 80 คน, ภาคตะวันออกและภาคกลาง มี 12 ทีมๆ ละ 70 คน, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มี  10 ทีม ๆ ละ 70 คน รวมทั้งสิ้นจะมีผู้เข้าอบรมจำนวน 3,750 คน ซึ่งทุกคนจะได้รับเบี้ยเลี้ยง 190 บาท ต่อวันต่อคน โดยจะเริ่มที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุบลราชธานี วันที่ 15 ธันวาคม เป็นต้นไป


เปิดอบรมเอ ไลเซนต์ รับไทยลีก
 ด้านสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เตรียมเปิดอบรมโค้ช ระดับ เอ ไลเซนต์ เพื่อรองรับการพัฒนามาตรฐานผู้ฝึกสอนในลีกอาชีพ ตามนโยบายของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ระหว่างวันที่ 7 ธันวาคม-7 มกราคม ศกหน้า โดยจะมี 16 กุนซือจากไทยพรีเมียร์ลีก, โค้ชทีมฟุตบอลชาติไทย 1-2 คน ที่เหลือเป็นโค้ชจากทีมในลีกดิวิชั่น 1 รวมทั้งสิ้น 24 คน ซึ่งการอบรมครั้งนี้จะมีขึ้นที่ศูนย์พัฒนาฟุตบอลแห่งชาติ หนองจอก โดยวิทยากรจากเอเอฟซีทั้งหมด


 นอกจากนี้สมาคมลูกหนังไทย ยังจะมีการเปิดอบรมในหลักสูตรเดียวกันนี้อีกรอบหนึ่ง ในช่วงปลายเดือนมกราคม-กลางกุมภาพันธ์ ศกหน้า โดยจะเป็นโควตาของทีมในลีกดิวิชั่น 1 และโค้ชทีมชาติไทยในโควตาของสมาคมที่เหลือทั้งหมด


“จักรกริช”เป็นพลพรรคเจ้าท่าเต็มตัว
 ส่วน “เจเดย์” จักรกริช บุญคำ ที่ย้ายจาก “นายห้างขายยา” โอสถสภา ไปร่วมทีม “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือไทย ในฤดูกาลหน้า ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แชมป์เอฟเอ.คัพ ทีมล่าสุด ได้ส่งเงินเข้าบัญชีให้กับทางนายห้างขายยาเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยมูลค่าตามที่ตกลง 600,000 บาท และจะมีการเซ็นสัญญาเข้าสังกัดใหม่ในต้นสัปดาห์หน้า


“คูล”รุกตลาดลูกหนัง
 นายยุทธพงษ์ ดีเดช ผู้จัดการทีมฝ่ายการตลาดและผลิตภัณฑ์คูล (KOOL) เปิดเผยว่า นับแต่ที่มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ซึ่งถือเป็นชุดแข่งขันกีฬารูปแบบใหม่ ทอลายในตัวเนื้อผ้า ทำให้นักกีฬาสวมใส่สบาย จนเป็นที่นิยม ล่าสุดเราได้พันธมิตรที่จะสวมใส่ชุดกีฬาของคูล ลงสนามในฟุตบอลลีกอาชีพ ฤดูกาลใหม่ที่จะถึงนี้แล้วหลายแห่ง อาทิ ลีกภูมิภรค ดิวิชั่น 2 มี ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, สุรินทร์, เลย ซิตี้, สระบุรี และนครนายก ส่วนดิวิชั่น 1 มี ขอนแก่น และไทยพรีเมียร์ลีก เราตกลงกับ ศรีสะเกษ เอาไว้ ซึ่งในเร็ว ๆ นี้จะมีการเปิดตัวชุดแข่งขันของแต่ละสโมสรให้ได้ยลกัน