ข่าว

รวบแก๊งเก็บดอกเบี้ยเงินกู้โหดได้หลายราย

รวบแก๊งเก็บดอกเบี้ยเงินกู้โหดได้หลายราย

27 พ.ย. 2552

จากที่รัฐบาลได้มีนโยบายให้เรื่องของการล้างกลุ่มนายทุนที่ออกเงินกู้นอกระบบและเก็บดอกเบี้ยมหาโหดนั้น ก็ได้มีผู้เสียหายจำนวน 8 รายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.สมเดช ฐิตวัฒนะสกุล ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ว่า

 ได้ไปกู้เงินนอกระบบมาโดยจ่ายคืนเป็นรายวันพร้อมกับดอกเบี้ย ถ้าวันไหนไม่มีจ่ายให้ก็จะถูกกลุ่มคนที่มาเก็บรายวันข่มขู่ บางรายก็ถูกยึดข้าวของไปแทน ทำให้ได้รับความเดือดร้อนและกลัวว่าจะถูกทำร้ายหรือถูกอุ้มไปฆ่าเพื่อล้างหนี้

 หลังรับแจ้งในวันนี้(27 พ.ย.52) เวลา 13.00 น. พ.ต.อ.สมเดช ฐิตวัฒนะสกุล ผกก.สภ.บ้านโป่ง จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ต.วัชรินทร์ พลายทองดี สารวัตรสืบสวนสอบสวนสภ.บ้านโป่ง นำกำลังไปซุ่มดักรอจับกุมแก๊งเก็บดอกเบี้ยโหดที่บริเวณบ้านบ่อเจ๊ก หมู่ 6 ต.หนองปลาหมอ อ.บ้านโป่ง ซึ่งในเวลาดังกล่าวได้มีรถยนต์ปิกอัพยี่ห้อ วีโก้ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ชพ-6507 กรุงเทพฯ มาจอดที่บริเวรดังกล่าว ซึ่งชาวบ้านในระแวกนั้นระบุว่าเป็นกลุ่มแก๊งที่มาเก็บดอกเบี้ยเงินกู้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปจะขอตรวจค้นแต่ คนขับรถยนต์คันดังกล่าวได้พยามขับหลบหนีไป และได้เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ที่ขับสวนทางมาได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่พยายามที่จะติดตามไล่ล่าไปเพื่อให้จอดรถ สุดท้ายก็สามารถจับกุมได้ พบนายไชยพร ขุนเที่ยงธรรม อายุ 44 ปี และนางสายไหม ขุนเที่ยงธรรม อายุ 40 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 5 ต.ศรีษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม โดยทั้งสองคนรับสารภาพว่าได้ออกเงินกู้กับชาวบ้านจริง โดยเก็บรายวันพร้อมกับบวกดอกเบี้ยร้อยละ 40 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ถูกเฉี่ยวชนล้มนั้นมีชายวัยรุ่นทราบชื่อคือนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี เป็นผู้ขับขี่มาและเมื่อรถจักรยานยนต์ถูกชนล้มยาบ้าที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อของนายเอได้หล่นลงมากว่า 10 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

 นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นั่งดักรอกลุ่มแก๊งที่มาเก็บดอกเบี้ยเงินกู้และสามารถจับกุมได้อีก 6 คน พร้อมกับบัญชีรายชื่อลูกค้าที่มาเก็บเงินซึ่งมีมากกว่า 300 ราย เงินสดอีกกว่า 50,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง รถจักรยานยนต์ 5 คัน เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดไว้ทั้งหมดพร้อมกับนำตัวไปสอบสวนที่สภ.บ้านโป่ง โดยทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างมาจากนายทุนจากจ.สมุทรสงคราม จ.กาญจนบุรี และจ.นครปฐม โดยได้ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าน้ำมัน และถ้าเก็บเงินได้ครบตามยอดที่มีก็จะได้แบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ ซึ่งตกวันละ 600-1,000 บาท

 ทางด้านนางสม(นามสมมุติ) อายุ 57 ปี แม่ค้าขายอาหารตามสั่ง และเป็นหนึ่งในลูกค้าของแก๊งเงินกู้มหาโหดก็บอกว่า ได้ไปกู้เงินกับแก๊งเหล่านี้จำนวน 10,000 บาท เพื่อนำมาลงทุนค้าขาย โดยจ่ายให้วันละ 250 บาท เป็นเวลา 53 วัน รวมเป็นเงิน 13,250 บาท โดยเป็นดอกเบี้ย 3,250 บาท ซึ่งก็ต้องยอมจ่ายให้เพราะต้องการเงินไปลงทุน แต่การค้าขายไม่ค่อยดี ทำให้หาเงินมาจ่ายไม่ทัน ก็ถูกกลุ่มแก๊งเหล่านี้ข่มขู่จะทำร้ายจะมาอุ้มไปฆ่าบ้าง ทำให้กลัวมากจึงได้ไปกู้เงินจากอีกแก๊งหนึ่งมาใช้หนี้ให้กับแก๊งแรกที่กู้มา แต่เสียดอกเบี้ยมากกว่าก็ต้องยอมเพราะกลัวจะถูกอุ้มไปฆ่า แต่ทุกวันนี้ทำมาได้เท่าไหร่ก็ต้องนำไปจ่ายให้แก๊งเก็บดอกเบี้ยมหาโหดเหล่านี้ โดยทุกวันจะมีกลุ่มแก๊งเหล่านี้มาเก็บเงินรายวันวันละกว่า 10 ราย จนทนไม่ไหวจึงได้รวมกันกับเพื่อนบ้านที่เป็นหนี้เหมือนกันไปแจ้งความที่สภ.บ้านโป่ง เพื่อขอให้ตำรวจช่วยดำเนินการจับกุมดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนกลุ่มแก๊งเก็บดอกเบี้ยมหาโหดเพื่อขยายผลไปถึงนายทุนใหญ่ เพื่อดำเนินคดีต่อไป ซึ่งผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมหลายคน ก็บอกว่า ได้จ่ายเงินเป็นรายเดือนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ยังมาถูกจับอีก