ข่าว

บีอาร์ทีสะดุด-สัญญาป่วน-ผู้รับเหมาพักงาน

บีอาร์ทีสะดุด-สัญญาป่วน-ผู้รับเหมาพักงาน

27 พ.ย. 2552

บีอาร์ที สะดุดอีก บ.ยูนิคฯ หยุดก่อสร้าง เหตุยังไม่ได้ต่อสัญญา ด้าน “ ธีระชน ” ยังมั่นใจเปิดให้บริการตามกำหนด 15 พ.ค.ปีหน้า

 (27พ.ย.)ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าการดำเนินโครงการรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) เส้นทางแรก ช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ ของ กทม.ว่า ตามที่ผู้บริหารกทม. ได้ลงพื้นที่และระบุว่าการดำเนินโครงการในส่วนของการก่อสร้างมีความคืบหน้าประมาณ 70-99 เปอร์เซ็นต์ แต่ปัจจุบันกลับพบว่าไม่มีผู้รับเหมาจากบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) ที่ กทม.ได้ลงนามว่าจ้างให้ดำเนินก่อสร้าง วงเงิน 661 ล้านบาท อยู่ในพื้นที่เลยมีเพียงพนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัท เอสคอร์น ที่บริษัท ยูนิคฯ ว่าจ้างมาทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานีที่ 2-11 สถานีละ 1 คนเท่านั้น อีกทั้งบางสถานียังได้เปิดให้เป็นสะพานลอยคนข้ามสำหรับประชาชนด้วย

 ขณะที่สถานีที่ 12 ซึ่งเป็นสถานีเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายรัชดา-ราชพฤกษ์ ได้มีลูกจ้างของบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ที่รับช่วงการก่อสร้างจากบริษัทยูนิคฯ เฝ้าอยู่พร้อมระบุว่า เข้ามาเฝ้าพื้นที่และอุปกรณ์ในสถานีที่ 12 นานกว่า 7 เดือนแล้ว โดยตั้งแต่เริ่มเข้ามาเฝ้าก็ไม่พบว่ามีผู้รับเหมารายใดเข้ามาก่อสร้าง สาเหตุเป็นเพราะบริษัท ยูนิคฯ ไม่ได้จ่ายค่าจ้างให้กับบริษัทรับเหมาที่รับช่วงต่อ เบื้องต้นทราบว่าบริษัท ยูนิคฯ ติดหนี้บริษัทรับเหมาที่รับช่วงต่อกว่า 8 ล้านบาท ทำให้บริษัทรับช่วงนำแรงงานไปทำงานก่อสร้างที่โครงการอื่น จนกว่าจะได้รับเงินถึงจะนำแรงงานกลับมาก่อสร้างในพื้นที่

 ด้านนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวตนเข้าใจว่างานสะดุดตั้งแต่คณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้ามาตรวจสอบเรื่องของการจัดซื้อรถบีอาร์ที ที่เข้าข่ายฮั้วประมูล และหลังจากที่ถูกตรวจสอบ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่านกทม. ได้อนุมัติให้มีการแก้ไขสัญญาโดยปรับลดเนื้องานและงบประมาณเหลือ 650 ล้านบาท จากเดิมที่กำหนดไว้ 661 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. 52 และขณะนี้อยู่ระหว่างแก้ไขสัญญา โดยเบื้องต้นตามกำหนดแผนงานการปรับแก้สัญญาจะต้องแล้วเสร็จและนำไปหารือกับผู้รับเหมาให้เข้ามาดำเนินการต่อในวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่จนถึงวันนี้ตนยังไม่เห็นร่างสัญญาที่ปรับแก้ดังกล่าว เข้าใจว่าเรื่องยังอยู่ที่ฝ่ายข้าราชการประจำ

 รองผู้ว่า กทม.กล่าวว่า เชื่อว่าโครงการรถบีอาร์ที จะสามารถเปิดให้บริการได้ตามกำหนดเดิม คือ 15 พ.ค. 53 นี้ ขณะเดียวกันก็รู้สึกเห็นใจทั้งฝ่ายผู้รับเหมาและข้าราชการประจำ เพราะหากดำเนินงานไม่รอบคอบอาจจะทำผิดกฎหมายได้ ซึ่งการพิจารณาเอกสารไม่แล้วเสร็จ ก็ไม่สามารถเบิกเงินเพื่อจ้างผู้รับเหมาได้ โดยขณะนี้ผู้รับเหมาเหลืองบประมาณที่ยังไม่สามารถเบิกจ่ายได้กว่า 400 ล้านบาท