ข่าว

DSIตามล่าเพชรระย้าทับทรวงเชื่อยังอยู่ในไทย

DSIตามล่าเพชรระย้าทับทรวงเชื่อยังอยู่ในไทย

27 พ.ย. 2552

ดีเอสไอวางแนวทางติดตามเพชรซาอุฯ เชื่อเพชรเม็ดสำคัญยังถูกเก็บในไทย กำหนดเป้าหมาย 3-4 กลุ่ม รวมถึงสร้อยระย้าทับทรวง

 (27พ.ย.)นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยถึงการกำหนดแนวทางการสอบสวนและการติดตามเครื่องเพชรที่ถูกโจรกรรมมาจากพระราชวังไฟซาล ประเทศซาอุดิอาระเบีย ว่า ตนได้มอบหมายให้พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย รองอธิบดีดีเอสไอ เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีเพชรซาอุฯ ซึ่งคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เพิ่งมีมติรับโอนเป็นคดีพิเศษตามความประสงค์ของทางการซาอุฯ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องส่งสำนวนการสอบสวนทั้งหมดเกี่ยวกับคดีเพชรซาอุฯมาให้ดีเอสไอภายใน 30 วัน

 "ทั้งนี้ในส่วนของดีเอสไอกำลังเร่งสืบสวนเชิงลึกถึงเป้าหมายที่ยังเก็บรักษาเพชรของกลางเม็ดสำคัญอยู่ประมาณ 3-4 กลุ่ม ซึ่งหากการตรวจค้นจับกุมพบหลักฐานผู้ที่ครอบครองเพชรจะมีความผิดฐานรับของโจร ต้องโทษจำคุก 7 ปี ส่วนความผิดทางอาญาอื่นนั้นคงไม่สามารถดำเนินการได้เพราะคดีขาดอายุความไปหมดแล้ว" นายธาริตกล่าว

 ด้านพ.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า คดีโจรกรรมเพชรซาอุฯ ทางการไทยได้ตั้งข้อหาดำเนินคดีกับนายเกรียงไกร เตชะโม่ง จนศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไปแล้ว แต่ของกลางซึ่งเป็นเครื่องเพชรบางรายการยังไม่ได้กลับคืนมา ดีเอสไอมีหน้าที่ติดตามเพชรของกลางส่งคืนให้กับทางการซาอุฯ ดังนั้นผู้ครอบครองเพชรซาอุคือผู้ที่รับของโจร ซึ่งคดีไม่มีอายุความ ตราบใดที่ยังครอบครองเพชรก็ถือว่ารับของโจรอยู่ทุกวัน ซึ่งหลังจากนี้ดีเอสไอจะขอข้อมูลจากหลายส่วนเพื่อกำหนดแนวทางการสืบสวนและติดตามเพชรซาอุฯ

 รายงานข่าวเปิดเผยว่า หนึ่งในเป้าหมายของการติดตามเพชรซาอุฯที่ดีเอสไอกำหนดไว้ คือ เครื่องเพชรสร้อยระย้าทับทรวง ซึ่งภรรยาของอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เคยสวมใส่ออกงานสังคม จนตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเชื่อว่าขณะนี้เครื่องเพชรรายการนี้ยังถูกเก็บรักษาอยู่ในประเทศไทย