ข่าว

ระนองปิดถนนล้างแก๊งค้าประเวณีชาวพม่า

ระนองปิดถนนล้างแก๊งค้าประเวณีชาวพม่า

27 พ.ย. 2552

ระนองงัดกฎอัยการศึกปิด 5 ซอยกลางเมืองล้างแก๊งค้าประเวณีชาวพม่า หลังพบเบาะแสเข้ายึดค้ากามพบหญิงสาวพม่าครึ่งร้อย ตม.ระนองงัดกฎหมายใหม่เล่นงานด้วยการขึ้นบัญชีเป็นบุคคลต้องห้ามเข้าประเทศ ด้าน ผวจ.ระนองเต้นหลังพบ เอ็ม 16 ของตำรวจ นปพ.โผล่กลางซ่อง เตรียมสั่งสอบ

(27พ.ย.) พ.ต.ท.ธรา สรณารักษ์ สารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนอง เปิดเผยว่าทาง ตม.ระนองได้ สนธิกำลังกับ ร.อ.สุรศักดิ์ พึ่งแย้ม ผบ.ร้อย ร.2521 ฉก.ร.25 ใช้กฏอัยการศึกนำกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ ซอยระนองพัฒนา 1-5 คืนวันที่ 26 พ.ย.2552 ที่ผ่านมา เนื่องจากได้เบาะแสว่ามีหญิงสาวชาวพม่าเข้ามาเช่าบ้านแฝงตัวค้าประเวณีหลายร้อยคน จึงได้สนธิกำลังกว่า 50 นายเข้าปิดล้อมเขตพื้นที่ดังกล่าว

 “จากการตรวจค้นบริเวณดี.ดี.เกสต์เฮ้าต์ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นแหล่งค้าประเวณีใหญ่ที่สุดในจังหวัดระนอง โดยเปิดเป็นที่พักราคาถูกบังหน้า และร้านคาราโอเกะ รวมทั้งในบ้านเช่าในบริเวณใกล้เคียงพบหญิงสาวชาวพม่าหน้าตาดีอายุ 15-25 ปีจำนวน 43 คน และชายชาวพม่าอีก 2 คน ซึ่งเป็นผู้ที่เข้ามาใช้บริการ”

 พ.ต.ท.ธรากล่าวต่อว่าจากนั้นทาง จนท.ได้นำผู้ต้องหาทั้งหมดไปที่ด่าน ตม.ระนองเพื่อทำการบันทึกการจับกุมก่อนที่จะต่อไปยัง สภ.เมืองระนอง ซึ่งจากการสอบสวนในเบื้องต้นพบว่าเป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองดดยผิดกฎหมายจำนวน 26 คน แยกเป็นหญิง 24 คน ชาย 2 คน โดยในส่วนของผู้ชายทาง จนท.แจ้งข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ส่วนผู้หญิงทาง จนท.แจ้ง 2 ข้อหาคือหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และติดต่อค้าประเวณี นอกจากนี้ที่เหลือ 9 คน มีเอกสารเดินทางถูกต้อง ทางจนท.จึงแจ้งข้อกล่าวหาติดต่อค้าประเวณี ส่วนอีก 10 คน พบมีบัตรขึ้นทะเบียนแรงงาน ซึ่งทาง จนท.แจ้งข้อหาว่าเข้ามาเพื่อติดต่อค้าประเวณี

 “ในอดีตหญิงสาวที่ถูก จนท.จับกุมจะมีโทษปรับ 500 บาทแล้วปล่อยตัว ซึ่งทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาการลักลอบเข้ามาค้าประเวณีของหญิงสาวชาวพม่าได้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีนโยบายใหม่ว่าเมื่อจับกุมหญิงสาวต่างด้าวที่เข้ามาค้าประเวณีได้ และทาง จนท.ตำรวจได้ดำเนินคดีเสร็จสิ้นแล้ว ให้ทาง จนท.ตำรวจส่งบุคคลเหล่านั้นให้กับทาง จนท.ด่าน ตม.เพื่อทำการเก็บข้อมูลทั้งชื่อ ภาพถ่าย และลายนิ้วมือเพื่อเป็นฐานข้อมูลในบัญชีต้องห้ามเข้าประเทศ และหากทาง จนท.ด่าน ตม.ตรวจพบครั้งต่อไปว่ากลุ่มคนดังกล่าวมาการย้อนกลับเดินทางเข้ามายังประเทศไทยอีก ก็ให้ปฏิเสธเข้าประเทศทันทีเพื่อปิดช่องไม่ให้เข้ามากระทำความผิดซ้ำได้อีก ซึ่งขณะนี้ทาง ตม.ระนองได้จัดทำระบบดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหญิงสาวกลุ่มดังกล่าวนี้จะเป็นกลุ่มแรกที่ถูกบันทึกข้อมูล และเป็นบุคคลต้องห้ามเข้าประเทศไทย มีช่องทางเดียวที่กลุ่มคนเหล่านี้จะหวนกลับมาอีกก็คือการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ก็จะมีโทษที่รุนแรงในปัจจุบันคือจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนหญิงสาวชาวพม่าที่พบมีบัตรขึ้นทะเบียนแรงงาน แต่มาลักลอบค้าประเวณีทาง จนท.จะทำบันทึกถึง จนท.ฝ่ายปกครองเพื่อขอให้มีการเพิกถอนรหัส 13 หลักต่อไป”

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างที่ จนท.เข้าไปปิดล้อมตรวจค้นที่ ดี.ดี.เกสต์เฮ้าต์ พบปืนชนิดเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก ซึ่งต่อมามี จนท.ตำรวจสังกัด นปพ.ระนอง อ้างเป็นเจ้าของและแจ้ง จนท.ชุดจับกุมว่าได้เบิกมาใช้ในราชการและนำมาเก็บในบริเวณดังกล่าวเนื่องจากเป็นที่พัก

 ด้านนายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า ตนได้รับข้อมูลในเรื่องดังกล่าวแล้ว รวมถึงการพบอาวุธปืนชนิดเอ็ม 16 บริเวณซ่องกลางเมืองระนองว่ากำลังดูข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร และกำลังรอดูรายงานเรื่องนี้อยู่ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่คนใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินไปตามกฎหมาย นอกจากนี้ตนยังได้สั่งให้ เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในโรงแรมดังในจ.ระนองด้วย เนื่องจากได้รับรายงานว่าพบกลุ่มแรงงานต่างด้าวชาวพม่าซึ่งเป็นหญิงสาวหน้าตาดีที่เคยเข้ามาหลบซ่อนค้าประเวณีตามตรอก ซอก ซอยต่างๆ ปัจจุบันได้เปลี่ยนรูปแบบเป็นการเข้ามาแฝงตัวถึงในโรงแรมดังเกือบทุกแห่งในจังหวัดระนอง โดยการช่วยเหลือของคนไทย เจ้าหน้าที่โรงแรม หรือเจ้าของโรงแรม เนื่องจากเป็นที่ต้องการของแขกที่เข้ามาพัก โดยราคาซื้อขายเมื่อกลุ่มหญิงสาวเหล่านี้มาค้าประเวณีบนโรงแรมราคาจะอยู่ที่ 1,500 บาท โดยแบ่งให้เจ้าของโรงแรม 500 บาท ส่วนการค้าประเวณีในห้องเช่าในตรอก ซอกซอย ต่างๆ ราคาจะอยู่ที่ 300-500 บาท ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดจะมีกลุ่มคนไทย หรือคนสองน้ำ (สองสัญชาติ) คอยให้การช่วยเหลือ เนื่องจากจะมีผลประโยชน์ที่เกี่ยวเนื่องกัน ขณะนี้ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ และฝ่ายปกครองออกตรวจสอบในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนแล้ว เพราะหากปล่อยไว้อาจจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และการพัฒนาของจังหวัดระนองที่กำลังวางยุทธศาสตร์ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

 “ถึงเวลาแล้วที่จ.ระนองจะต้องกวาดบ้านครั้งใหญ่ หลังจากที่ปัญหาแรงงานต่างด้าว/คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง เป็นปัญหาที่สะสมเรื้อรังมานานจนส่งผลให้เกิดผลกระทบในเขตพื้นที่จ.ระนองตามมามากมายทั้งด้านปัญหาสังคม ด้านสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ปัญหาอาชญากรรมฯ ส่วนตัวเลขที่แน่ชัดของจำนวนแรงงานต่างด้าวที่แท้จริงนั้นยังไม่มีหน่วยงานใดที่มีตัวเลขที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ”