ข่าว

คดียึดทรัพย์7.6หมื่นล้านฤๅดับฝัน"ทักษิณ"

คดียึดทรัพย์7.6หมื่นล้านฤๅดับฝัน"ทักษิณ"

27 พ.ย. 2552

หลังจาก..ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี 2 ปี ในคดีซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษก เมื่อปีที่แล้ว

 มาวันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ และ "ครอบครัวชินวัตร" ต้องระทึก ลุ้นฟังผล "คดียึดทรัพย์" อีกครั้ง ที่อัยการสูงสุด ร้องขอให้เงินที่ได้มาจากการขายหุ้นชินคอร์ปจำนวน 1,419,490,150 หุ้น ให้แก่กลุ่มเทมาเส็กของประเทศสิงคโปร์ จำนวน 76,621.60 ล้านบาท พร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน เมื่อการไต่สวนพยานนัดสุดท้ายของฝ่ายอัยการ กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 ธันวาคมนี้

 โดยผลแห่งคดีที่กำลังรอพิพากษานี้ แม้จะไม่มีโทษจำคุกทางอาญา แต่การยึดทรัพย์ทางแพ่งสามารถส่งผลให้ความหวัง พ.ต.ท.ทักษิณ ที่วางแผนดึงตัวเองกลับมาประเทศไทย ด้วยการปลุกกระแสคนเสื้อแดงรวมตัวชุมนุมใหญ่ช่วงปลายปีนี้และอนาคตสั่นคลอนได้

 เพราะสุดท้ายถ้าผลแห่งคดีนำไปสู่การสั่งให้เงินในบัญชีธนาคารของคนในครอบครัวและหุ้น รวม 7.6 หมื่นล้านตกเป็นของแผ่นดินแล้ว แม้จำนวนเงินที่ถูกอายัดไว้ในคดี เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอาณาจักร "ทักษิณ" ที่ คตส.และอัยการ กักไว้ได้

  แต่หากเงิน 7.6 หมื่นล้านไม่ถูกยึด ก็จะกลายเป็น "ท่อน้ำเลี้ยงใหญ่" ที่แจกจ่ายบริวารสร้างกิจกรรมยืดอายุความหวังของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้อยู่ได้นานขึ้น

 และเพื่อให้ตัวเองและ "ครอบครัวชินวัตร" หลุดพ้นข้อกล่าวหาในคดี พ.ต.ท.ทักษิณ ได้จัดทีมทนายความนับร้อยชีวิตวางแผนสู้คดีในศาลอย่างรัดกุมเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ 

 ขณะที่ทีมทนายความ เปิดประเด็นด้วยการเบิกความซัด “คตส.” ว่า ปิดโอกาสพิสูจน์กรรมสิทธิ์ทรัพย์ "ดับเบิลสแตนดาร์ด" ต่างกับคดีอื่นที่ คตส.ทำ ซึ่งไม่มี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นจำเลย

 ตามด้วยการส่ง “กาญจนภา หงษ์เหิน" เลขาฯ ส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ แจงข้อมูลธุรกิจชินคอร์ป และการถือหุ้นบริษัทแอมเพิลริช อินเวสเมนท์ จำกัด ว่า พ.ต.ท.ทักษิณโอนหุ้นให้แก่พานทองแท้-พินทองทา ลูกชายลูกสาวไปแล้ว และทรัพย์สิน พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัว ที่ถูกร้องในคดี ได้มาก่อน พ.ต.ท.ทักษิณรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

 ส่วนคุณหญิงอ้อ ลูกชายและลูกสาว ย้ำว่า การซื้อขายหุ้นชินคอร์ป ชำระเงินจริงไม่มีอำพราง ไม่เป็นนอมินีถือหุ้นแทนพ่อ-แม่

 ขณะที่ "คุณหญิงอ้อ" ยัน อดีตสามีไม่มีทรัพย์สินในต่างประเทศอีก เหมือนที่เป็นข่าวว่ามีแสนล้านซุกในอังกฤษ จะมีก็แค่บ้านในอังกฤษของ "หญิงอ้อ" เองที่ซื้อไว้ 200 ล้าน

 แถมระหว่างที่มีการพิจารณาคดี ก็ยังสร้างประเด็นแยกทาง พ.ต.ท.ทักษิณ โดยจดทะเบียนหย่ากันที่ฮ่องกง ซึ่งลึกๆ รู้กันอยู่ว่าการหย่าที่เกิดขึ้นเพื่อหวังผลทางกฎหมาย จัดการแยกทรัพย์สิน และถอนการถูกยึดอายัด โดย "คุณหญิงอ้อ" แจงศาลว่า มีการทำข้อตกลงกันว่าทรัพย์สินที่มีชื่อใครก็ให้บุคคลนั้นไป

 นอกจากการยืนยันที่มาทรัพย์สินและการโต้แย้งประเด็น "นอมินี" ถือหุ้นแทน พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว สมาชิกใน "ครอบครัวชินวัตร" ทั้งลูกสาว และ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" น้องสาว ยังตีบทโศกหลั่งน้ำตากลางศาล ระบายความคับข้องใจที่ครอบครัวถูกดำเนินคดีเพราะกระแสการเมืองด้วย 

 แม้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะวางหมากสืบพยานทุกชั้นเชิง แต่อัยการก็มีพยานปากเอก ทั้ง “แก้วสรร อติโพธิ"  อดีต คตส. รับผิดชอบทำสำนวนคดี - “สุนัย มโนมัยอุดม” อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สรุปสำนวนปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้น บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ "ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต." ชี้ถึงการสร้างบริษัทอื่นเป็น "นอมินี" ถือหุ้นแทน พ.ต.ท.ทักษิณ

 โดยการตรวจสอบซื้อขายหุ้น บริษัท วินมาร์ค ลิมิเต็ด จำกัด ซึ่งจดทะเบียนที่เกาะบริติช เวอร์จิ้น และ บมจ.เอสซีฯ พบเงินในบัญชี พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ที่ประเทศสิงคโปร์ จำนวน 300 ล้านบาท ถูกจ่ายซื้อหุ้น ขณะที่เงินซื้อหุ้นกลับโอนเข้าบัญชี พ.ต.ท.ทักษิณ อีก จึงตั้งข้อสงสัยว่า บริษัท วินมาร์ค มี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเจ้าของ

 อีกทั้งยังมีรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และอดีตผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ "แทค" ที่เบิกความย้ำอีก ถึงความเหลื่อมล้ำของการทำสัญญาสัมปทานกับรัฐในการให้บริการกิจการโทรคมนาคม จนไม่สามารถแข่งขันกับเอไอเอส ที่เป็นธุรกิจเครือชินคอร์ป ได้อย่างเป็นธรรม

  นับว่าพยานที่มีอยู่ของอัยการ ถือเป็นการปล่อยเป็น "หมัดเด็ด" ได้ไม่น้อย ที่หวัง "ชนะน็อก" ในชั้นศาล

 แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังมีเวลาจนถึงนาทีสุดท้ายก่อนที่จะนัดฟังคำพิพากษา ร่างคำแถลงปิดคดี สรุปที่มา-ที่ไปของทรัพย์สิน และชี้พยานหลักฐานสำคัญให้ศาลเห็นเพื่อนำไปพิจารณา

 "ส่วนหมาก" ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ วางไว้ในการสืบพยาน จะส่งผลให้ครอบครัวไม่ถูกยึดทรัพย์ และ "สร้างพลัง" เดินหน้าการเมืองต่อให้ "ทักษิณ" ได้หรือไม่ คงจะได้รู้คำตอบเร็วๆ นี้ ไม่เกินเดือนมกราคม 2553 หลังจากที่อัยการไต่สวนพยานเสร็จ 15 ธันวาคมนี้

 **เกศินี แตงเขียว**