
ขอนแก่น ลุ้นเลือกตั้งใหม่ หลัง นวัธ ติดคุก
ลุ้นเลือกตั้งใหม่ เขต 7 ขอนแก่น ภายใน 45 วัน หลัง "นวัธ" วืดประกันตัว ด้าน "กกต."รอ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งนครปฐม
24 ก.ย.62-รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เปิดเผยถึงกรณีศาลจังหวัดขอนแก่น ตัดสินประหารชีวิต นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ในคดีจ้างวานฆ่านายสุชาติ โคตรทุม อดีตปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น และศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวเพื่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ ว่า การที่นายนวัธถูกนำตัวไปคุมขังในเรือนจำตามคำสั่งศาล
ทำให้นายนวัธสิ้นสภาพการเป็น ส.ส. จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 102 ประกอบมาตรา 105(1) ดังนั้นหากนับจากวันที่นายนวัธถูกคำสั่งขังโดยหมายของศาล ออกไป 45 วันจะครบในวันที่ 8 พ.ย.นี้ แต่กฎหมายกำหนดให้เลือกตั้งวันอาทิตย์ ซึ่งวันอาทิตย์สุดท้ายของกรอบเวลา 45 วัน คือวันที่ 3 พ.ย.นี้
นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่าสำนักงาน กกต. กำลังรอพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ 5 แทนตำแหน่งที่ว่าง ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีการทูลเกล้าฯไปก่อนหน้านี้
สำหรับ ผลการเลือกตั้งใน เขต 7 ขอนแก่น เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น นายนวัธ ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนน 29,710 คะแนน รองลงมาคือ ผู้สมัครจากพลังประชารัฐ 26,553 คะแนน ผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่ 12,414 คะแนน ผู้สมัครจากพรรคประชาชาติ 9,350 คะแนน ผู้สมัครจากพรรคเพื่อชาติ 1,767 คะแนน ผู้สมัครจากพรรคเสรีรวมไทย 1,062 คะแนน ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ 889 คะแนน เป็นต้น
"ศาลจังหวัดขอนแก่น" พิพากษาประหาร "นวัธ" ส.ส.ขอนแก่น เพื่อไทย จ้างวานฆ่าปลัด อบจ.ขอนแก่น แค้นถูกตีท้ายครัว
ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น วันที่ 24 ก.ย.62 ศาลอ่านคำพิพากษาคดีจ้างวานฆ่าผู้อื่น หมายเลขดำ 929/2561 ที่พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น เป็นโจทก์ และนางลำดวน โคตรทุม เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง "นายนวัธ เตาะเจริญสุข" อายุ 52 ปี ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นจำเลยในความผิดฐานจ้าง วานใช้ ให้ฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ประกอบมาตรา 84
โดยฟ้องโจทก์ ระบุพฤติการณ์สรุปว่า จำเลย ใช้จ้างวาน ยุยงส่งเสริม ด.ต.วีระศักดิ์ ชำนาญพล และ พ.ต.ท.สมจิต แก้วพรม กับพวก ให้ฆ่านายสุชาติ โคตรทุม ผู้ตาย อดีตปลัด อบจ.ขอนแก่น ต่อมาเมื่อวันที่ 3 พ.ค.56 ด.ต.วีระศักดิ์ และพ.ต.ท.สมจิต กับพวก ร่วมกันใช้อาวุธปืนพก ยิงผู้ตายหลายนัด เป็นเหตุให้นายสุชาติถึงแก่ความตาย โดยจำเลยให้การปฏิเสธ
ขณะที่ "ศาลจังหวัดขอนแก่น" พิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานที่โจทก์-จำเลย นำสืบหักล้างกันแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าก่อนวันเกิดเหตุ ด.ต.วีระศักดิ์ และพ.ต.ท.สมจิต กับพวก ร่วมกันวางแผนฆ่านายสุชาติ ผู้ตาย จนกระทั่งวันที่ 3 พ.ค.56 เวลาประมาณ 07.00 น. พ.ต.ท.สมจิต กับพวก ร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงนายสุชาติ จนถึงแก่ความตายสมเจตนา ต่อมาศาลฎีกามีคำพิพากษาว่า ด.ต.วีระศักดิ์ และ พ.ต.ท.สมจิต กับพวก มีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ด.ต.วีระศักดิ์ กับพวก และให้ประหารชีวิต พ.ต.ท.สมจิต
โดยคดีนี้ ตามพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วม รับฟังได้ว่า มูลเหตุในการฆ่าผู้ตายมาจากเรื่องชู้สาว ที่ผู้ตายมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับภรรยาของจำเลย
ส่วนปัญหาว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ "ศาลจังหวัดขอนแก่น" เห็นว่า ในความผิดฐานใช้จ้างวาน ยุยง ส่งเสริม ให้บุคคลอื่นกระทำความผิดนั้น ผู้ที่จะใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ไม่ได้ลงมือเองและก่อนการทำความผิดจะต้องวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อให้ตนเองห่างจากผู้ลงมือเพื่อปกปิดการกระทำความผิดไว้ และไม่ให้บุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ผู้ร่วมกระทำความผิดล่วงรู้ เพราะเกรงภัยจะมาสู่ตนได้โดยง่าย ดังนั้นจึงยากที่จะหาประจักษ์พยานที่จะรู้เห็นได้
การจะวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดหรือไม่ จึงต้องพิจารณาจากพยานแวดล้อม พยานบุคคลที่เป็นพยานบอกเล่า และวัตถุพยาน ซึ่งในคดีนี้โจทก์และโจทก์ร่วมมีบันทึกคำให้การในชั้นสอบสวนของ ด.ต.วีระศักดิ์ยืนยันว่าก่อนวันเกิดเหตุ ด.ต.วีระศักดิ์ ขับรถยนต์พา พ.ต.ท.สมจิตไปพบนายประพันธ์ แล้วเดินทางไปบ้านจำเลย พ.ต.ท.สมจิตและนายประพันธ์เข้าไปในบ้านจำเลยเป็นเวลานาน หลังจากนั้น ด.ต.วีระศักดิ์ ขับรถพา พ.ต.ท.สมจิต และนายประพันธ์ ผ่านหน้าบ้านผู้ตาย แล้วขับกลับมาส่งนายประพันธ์ที่หน้าบ้านจำเลย โดยในวันเกิดเหตุ ด.ต.วีระศักดิ์ ขับรถยนต์ไปเฝ้าดูความเคลื่อนไหวบริเวณหน้าบ้านผู้ตาย ส่วน พ.ต.ท.สมจิต , นายประพันธ์ และนายบุญช่วย อยู่ที่รถยนต์อีกคันหนึ่ง ซุ่มดูเหตุการณ์บริเวณปากซอยทางเข้าบ้าน จนถึงเวลาเกิดเหตุเมื่อผู้ตายถอยรถยนต์ออกจากบ้าน ด.ต.วีระศักดิ์ โทรศัพท์แจ้งพ.ต.ท.สมจิต , นายบุญช่วย ขับรถยนต์ขวางหน้ารถผู้ตาย เมื่อผู้ตายลงมาจากรถ พ.ต.ท.สมจิต และนายประพันธ์ ลงจากรถยนต์แล้วใช้อาวุธปืนยิงหลายนัดจนผู้ตายถึงแก่ความตายทันทีในที่เกิดเหตุ ซึ่งรายละเอียดดังกล่าวนั้นอยู่ในความรับรู้ของด.ต.วีระศักดิ์ ยากที่พนักงานสอบสวนจะปั้นแต่งเพื่อเอาผิดจำเลยได้ และเป็นการให้การหลังเกิดเหตุไม่นาน ด.ต.วีระศักดิ์ย่อมไม่มีเวลาที่จะคิดไตร่ตรองเพื่อปรักปรำหรือช่วยเหลือฝ่ายใด ชี้ให้เห็นว่า ด.ต.วีระศักดิ์ให้การด้วยความสมัครใจคำให้การในชั้นสอบสวนจึงน่าเชื่อถือ
นอกจากนี้ยังปรากฏว่าในช่วงก่อนวันเกิดเหตุ และในวันเกิดเหตุทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.สมจิตและจำเลยได้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ติดต่อกันจริง พยานพฤติเหตุแวดล้อมของโจทก์และโจทก์ร่วมสอดคล้องเชื่อมโยงกัน ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยเป็นผู้ใช้ผู้อื่นฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจริง
"ศาลจังหวัดขอนแก่น" จึงมีคำพิพากษาว่า นายนวัธจำเลย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ประกอบมาตรา 84 ลงโทษประหารชีวิต และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่นางลำดวน โจทก์ร่วมด้วยจำนวน 300,00 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 พ.ค.56 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
ภายหลัง ทนายความของ "นายนวัธ" จำเลย ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี ซึ่งศาลจังหวัดขอนแก่นได้พิจารณาแล้วเห็นควรส่งให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 เป็นผู้สั่งประกัน ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้พิจารณาพฤติการณ์แห่งคดี และความหนัก-เบาของข้อหา ประกอบกับโทษของจำเลยแล้วมีคำสั่งไม่ให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย ให้ยกคำร้อง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เตรียมควบคุมตัว "นายนวัธ" จำเลย ไปคุมขังที่เรือนจำระหว่างรออุทธรณ์คดีต่อไป



