
จนท.ระดับสูงทีโอทีเข้าไต่สวนยึดทรัพย์ทักษิณ
อัยการขนเจ้าหน้าที่ระดับสูงทีโอทีไต่สวนยึดทรัพย์ ทักษิณ 7.6 หมื่นล้าน ระบุ AIS แก้สัญญาลดส่วนแบ่งรายได้บริการโทรศัพท์ Prepaid ปี 44 จนทีโอทีขาดรายได้ ขณะที่ บรรเจิด สัก กล้าณรงค์ จารุวรรณ อดีต คตส. รอไต่สวน 1 ธ.ค.นี้ ส่วน นาม ปธ.คตส. "สุรเกีย
ที่ศาลฎีกาแผนคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง วันที่ 26 พ.ย. 52 เวลา 09.30 น. นายสมศักดิ์ เนตรมัย ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เจ้าของสำนวนยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมองค์คณะ รวม 9 คน ไต่สวนพยานคดีหมายเลขดำที่ อม.14/2551 ที่อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัวรวมทั้งผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์ รวม 22 ราย จำนวน 7.6 หมื่นล้านบาทเศษ พร้อมดอกผลให้ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ โดยใช้อำนาจหน้าที่ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เอื้อประโยชน์ธุรกิจส่วนตัว
โดยวันนี้ อัยการนำพยานไต่สวนรวม 4 ปาก ประกอบด้วย นายสายัณ ถิ่นสำราญ อดีต ผอ.ฝ่ายการเงินและงบประมาณ บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) , นางปรียา ด่านชัยวิจิตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บ.ทีโอทีฯ , นายพิพัฒน์ ปทุมวงษ์ ผอ.กองบริหารผลประโยชน์ บ.ทีโอที ฯ และ นางพจนี ไทยจินดา ผู้จัดการส่วนบริหารใบแจ้งหนี้ บ.ทีโอที ฯ ซึ่งเบิกความประเด็นการพิจารณาเสนออัตราการจัดเก็บรายได้จากค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบบัตรเติมเงิน หรือ Prepaid ของบริษัท AIS ในช่วงปี 2544 โดยยืนยันว่า ฝ่ายปฏิบัติการได้นำเสนอแผนการจัดเก็บรายได้จาก บ.AIS ในหลายรูปแบบ โดยคำนวณจากข้อมูลที่ปรึกษาทางการเงินจากหลายบริษัท และได้เสนอรายงานให้กับคณะกรรมการ ( บอร์ด ) ทีโอที พิจารณาให้เก็บรายได้จากบริการระบบ Prepaid อัตราร้อยละ 22 ซึ่งขณะนั้นปี 2544 ยังไม่มีสัญญาการเก็บรายได้จากระบบ Prepaid จึงเทียบเคียงอัตรากับการเก็บระบบค่าบริการแบบจ่ายรายเดือน หรือ PostPaid ในขณะนั้นที่จัดเก็บในอัตราก้าวหน้าร้อยละ 25 แต่ บ.AIS เสนอขอลดเหลืออัตราร้อยละ 20 ซึ่งภายหลังมีการอนุมัติให้เรียกเก็บอัตราร้อยละ 20 ได้ตามที่ขอแก้ไขสัญญาเรื่องลดส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการในระบบ Prepaid ทำให้ บ. AIS ได้รับผลประโยชน์ แต่ บ.ทีโอที ต้องขาดรายได้
ภายหลังไต่สวนพยานทั้ง 4 ปาก เสร็จสิ้นแล้ว ศาลนัดไต่สวนพยานอัยการที่เหลือ ประกอบด้วย นายบรรเจิด สิงคเนติ อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ( คตส.) เบิกความประเด็นการออกนโยบายยุครัฐบาลทักษิณ ที่เอื้อประโยชน์ธุรกิจและพวกพ้อง , นายสัก กอแสงเรือง อดีต คตส. ประเด็นการปล่อยกู้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า ( เอ็กซิมแบงค์) ดอกเบี้ยต่ำ มูลค่า 4,000 ล้านบาทให้รัฐบาลพม่า , นายกล้าณรงค์ จันทิก คณะกรรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) และ อดีต คตส. เบิกความประเด็นการซุกหุ้น ,คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อดีต คตส. ประเด็นการอายัดทรัพย์ และนายนาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส. เบิกความสรุปปิดท้ายภาพรวม ในวันที่ 1 และ 3 ธ.ค.นี้ เวลา 09.30 น.
ส่วนการไต่สวนพยานอัยการนัดสุดท้าย วันที่ 8 ธ.ค.นี้ ศาลมีคำสั่งยกเลิกนัด เนื่องจากผู้พิพากษาองค์คณะ ติดภารกิจราชการต่างประเทศ ศาลจึงกำหนดไต่สวนนัดสุดท้ายเป็นวันที่ 15 ธ.ค.นี้ เวลา 09.30 น. ซึ่งอัยการเตรียมนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี เบิกความปิดท้าย ประเด็นการปล่อยกู้ของเอ็กซิมแบงค์



