
เอกชนวอนแดงอย่าแรงต้านมาร์คเปิดถกหอฯ
ผู้ประกอบการย่านไนท์บาซ่า วอนเสื้อแดงชุมนุมไล่ "มาร์ค" อย่ารุนแรง ทำบรรยากาศท่องเที่ยวซบเซา หนุนนายกรัฐมนตรัร่วมประชุมหอฯ ระบุเชียงใหม่ไม่ใช่รัฐอิสระ-ผู้นำสูงสุดต้องมาได้เพื่อสร้างความมั่นใจด้านเศรษฐกิจ-ประชาชน สมาคมโรงแรมไทยฯยันไม่ยกเลิกห้องพักม็อบแดง
(26พ.ย.) นายสิทธิชัย เตชะจงจินตนา กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าไนท์บาซ่าเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การประชุมหอการค้าทั่วประเทศที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาร่วมประชุมในวันที่ 29 พ.ย.นี้ที่โรงแรมเลอ เมอริเดียน ย่านไนท์บาซ่า อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในส่วนของผู้ประกอบการเองก็ยอมรับว่าเป็นกังวลกับสถานการณ์ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากการชุมนุมคัดค้านของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่นายกฯอยู่ที่โรงแรมดังกล่าว ประกอบกับการที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศการยุติชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพ จึงเชื่อว่าน่าจะระดมพลมาที่เชียงใหม่มากขึ้น ความรุนแรงก็อาจจะมากขึ้นด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้อาจส่งผลกระทบกับร้านค้าที่ยังไม่เปิดทำการในช่วงเวลานั้นบ้าง ในส่วนของความเสียหายด้านการค้าขายนั้นยังไม่ได้ประเมินอย่างเป็นทางการ แต่คงไม่มากนักเพราะเชื่อว่ากลุ่มเสื้อแดงจะยกเลิกการชุมนุมหลังจากที่นายกฯ เดินทางกลับ จึงเป็นการชุมนุมแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ประกอบกับเป็นช่วงเวลาที่ยังไม่มีการตั้งแผงขายสินค้าจึงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก และเชื่อว่าในช่วงเย็นบรรยากาศการซื้อขายจะกลับมาคึกคักเหมือนเดิม
"ผมอยากวอนขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมอย่าใช้ความรุนแรง อย่าปล่อยข่าว ปลุกระดม หรือมุ่งหมายปองร้ายนายกฯ การชุมนุมสามารถทำได้ตามขอบเขตที่รัฐธรรมนูญกำหนด ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี สามารถเดินทางไปได้ทั่วประเทศ และเชียงใหม่ยังไม่ได้แยกตัวเป็นรัฐอิสระ ดังนั้น ผู้นำสูงสุดฝ่ายบริหารจะเดินทางมานั้นก็เป็นเรื่องที่ทำได้ ผมยืนยันว่าอยากให้นายกฯ มา เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นเรื่องการประชุมและให้กับประชาชนในพื้นที่" นายสิทธิชัย กล่าว
สมาคมโรงแรมไทยฯยันไม่ยกเลิกห้องพักม็อบแดง
นายกนก สุวรรณวิสูตร์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคเหนือตอนบน) กล่าวว่า การที่สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจ.เชียงใหม่ ออกประกาศผ่านเวปไซต์เตือน ชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในจ.เชียงใหม่และที่จะเดินทางเข้ามาหลีกเลี่ยงพื้นที่การชุมนุมประท้วงในระหว่างที่นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นากยรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางเข้าร่วมประชุมหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 27 ที่โรงแรมเลอเมอริเดียน จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 29 พ.ย.นี้ จะไม่ส่งผลกระทบกับยอดการจองหรือเข้าพักของนักท่องเที่ยวในช่วงระยะเวลาดังกล่าว เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยกเลิกจองห้องพักแต่อย่างใด
ทั้งนี้การออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน ของสถานกงสุลใหญสหรัฐอเมริกา เป็นมาตราการดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่ชาวอเมริกันตามปกติซึ่งจะประกาศอยู่เป็นระยะหากประเมินแล้วว่าในพื้นที่ดังกล่าวไม่มีความปลอดภัย เพื่อดูแลชาวอเมริกันที่อยู่ในพื้นที่หรือกำลังจะเดินทางมา
ส่วนยอดการจองห้องพักโรงแรมในช่วงปลายเดือน พ.ย.นี้มีสัดส่วนประมาณ 65% เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเดียวกันปี 2551 มียอดการจองสูงถึง 85% ยอดจองลดลงราว 20% ปัจจัยหลักที่ส่งผลเกิดจากผลพวงของวิกฤตเศรษฐกิจโลก ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ ส่วนปัญหาการเมืองส่งผลกระทบต่อตลาดการท่องเที่ยวโดยรวมไม่มากนักเพียง 15%เท่านั้น
นายกนก กล่าวอีกว่า คาดว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองในพื้นที่จ.เชียงใหม่ปลายสัปดาห์นี้จะมีผลกระทบต่อจ.เชียงใหม่ในระยะสั้นๆเท่านั้น หลังจากนั้นในเดือน ธ.ค.สถานการณ์จะดีขึ้น โดยเฉพาะยอดการจองและเข้าพักในโรงแรมน่าจะมีสัดส่วนสูงขึ้นกว่าเดือน พ.ย.และสูงขึ้นกว่าช่วงเดือนกันในปี 2551 ซึ่งยอดการจองและเข้าพักในโรงแรมจ.เชียงใหม่หายไปแทบทั้งหมด จากเหตุการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ
อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวชี้ผลกระทบฉุดดิ่งเหว
นายอุดม ชิดนายี อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ กล่าว ถึงกรณีสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ ประกาศเตือน นักท่องเที่ยวและชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ระมัดระวังต่อ ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากการประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 29 พ.ย. นี้ โดยให้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามา และชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ให้เข้ามาลงทะเบียนกับทางกงสุลฯ นั้น ว่า คำเตือนที่มีขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยวของจังหวัด เชียงใหม่ โดยจะทำให้ขาดความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยทั้งชาวอเมริกัน และนักท่องเที่ยวชาติอื่น ๆ จนส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวหดหาย
ทั้งนี้ การท่องเที่ยวข้องปีนี้มีแนวโน้มกระเตื้องขึ้นร้อยละ 5 - 10 จากที่ต้องสะดุดไปในช่วงสองปีที่ผ่านมาจากปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง ปีนี้ผู้ประกอบการกำลังจะมีทางรอดจากเศรษฐกิจที่กระเตื้องขึ้น หลังจากมีผู้ ประกอบการต้องล้มหายตายจากไปจำนวนไม่น้อย และหากการประท้วงใน วันที่ 29 พ.ย. ผ่านไปด้วยความสงบเรียบร้อย คาดว่าจะภาคการท่องเที่ยวจะ สะดุดเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ และกลับมาฟื้นตัวได้ทันต้นเดือน ธ.ค. แต่หากเกิด ความรุนแรงในช่วงเวลานั้นหรือเกิดความเคลื่อนไหวที่รุนแรงต่อเนื่อง คาดว่า จะฉุดการท่องเที่ยวลงค่อนข้างมาก โดยคาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวจะ หายไปกว่าร้อยละ 30 เป็นอย่างน้อย ซึ่งหมายความว่ารายได้จากการท่อง เที่ยวจะน้อยกว่าปีที่ผ่านมา
นายอุดม กล่าวว่า ในมุมมองของผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวเห็นว่า หากนายกรัฐมนตรียกเลิกการเดินทางจะช่วยซื้อเวลาให้กับภาคการท่องเที่ยว ได้ระยะหนึ่ง แต่โดยส่วนตัวแล้วมองว่านายกรัฐมนตรีควรจะเดินทางมา เพราะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจของประเทศได้ ที่สำคัฐยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงอำนาจรัฐที่มั่นคงในทุกพื้นที่ของประเทศ



