ข่าว

ชุมพลครวญไม่ได้รับหนังสือจากปปช.ให้แจงหนี้

ชุมพลครวญไม่ได้รับหนังสือจากปปช.ให้แจงหนี้

26 พ.ย. 2552

ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อลงโทษตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ตั้งทีมสอบโกงไทยเข้มแข็งของ สธ.

 (26พ.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.วันนี้ ( 26 พ.ย.) มีมติชี้มูลความผิดนายชุมพล กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ข้อหาจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและเอกสารประกอบข้อเท็จจริง และจงใจยื่นบัญชีเท็จ และปกปิดข้อเท็จจริงในบัญชีทรัพย์สิน

 เนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.ตรวจพบว่า นายชุมพลมีการปกปิดบัญชีทรัพย์สินในส่วนที่เป็นหนี้สินของตัวเอง จำนวน 13 ครั้ง ตั้งแต่เป็น ส.ส.สุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2540 โดยพบว่ามีการปกปิดหนี้สินของตัวเองในบริษัทแห่งหนึ่ง เป็นจำนวนหลายบัญชี มีมูลค่าหนี้ตั้งแต่ 76-191 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมการ ป.ป.ช.เคยมีหนังสือสอบถามไปยังนายชุมพล เพื่อให้ชี้แจงประเด็นดังกล่าวถึง 3 ครั้ง แต่นายชุมพลไม่มีการชี้แจงตอบกลับมา

 ดังนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติว่า นายชุมพลมีความผิดฐานจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน และปกปิดข้อเท็จจริงในบัญชีทรัพย์สิน โดยจะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อลงโทษตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ต่อไป ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะแถลงรายละเอียดข้อเท็จจริงให้ทราบอีกครั้งในวันที่ 27 พ.ย. นี้

"ชุมพล”ครวญไม่เคยได้รับหนังสือจากปปช.ให้แจงหนี้  

 นายชุมพลกล่าวถึงกรณีที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาต(ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด ข้อหาจงใจปกปิดข้อเท็จจริงในบัญชีทรัพย์สินปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ในส่วนที่เป็นหนี้สินจำนวน 13 ครั้ง ในบริษัทแห่งหนึ่งหลายบัญชี มีมูลค่าหนี้ตั้งแต่ 76-191 ล้านบาท ว่า ตนเพิ่งทราบข่าวผ่านเอสเอ็มเอสก็ยังงง ๆ อยู่ ไม่เคยระแคะระคายมาก่อนว่าจะโดนป.ป.ช.ชี้มูลเรื่องนี้ เพราะตนไม่เคยมีเจตนาที่จะปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินใด ๆ

 “ เรื่องนี้ผมก็ต้องไปต่อสู้คดีในชั้นศาลฎีกาศาลฎีกาแผนคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะ 100% แน่นอนผมไม่ได้ปกปิด และสามารถอธิบายได้ ที่ผ่านมาผมได้ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินไปครบถ้วน แต่ก็ยังมีหมายเหตุเอาไว้ในการแสดงทรัพย์สินฯว่า ถ้ามีส่วนใดบกพร่องหรือยังมีส่วนใดที่ชี้แจงไม่ครบถ้วน ก็ยินดีที่จะมาชี้แจงให้ครบ ซึ่งเขามีแบบฟอร์มอยู่แล้ว และเรื่องที่ป.ป.ช.บอกว่าได้แจ้งให้เรามาชี้แจงกรณีดังกล่าว ผมไม่เคยได้รับหนังสือเลย ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อเป็นหนังสือหรือทางโทรศัพท์ เพราะตอนแรกที่เราแสดงบัญชีทรัพย์สินใหม่ ๆ ก็มีการแจ้งเราให้ไปแจ้งเพิ่มเรื่องนั้นเรื่องนี้ แก้ไขตรงนั้นตรงนี้อยู่บ่อย ๆ เราก็ไปเพิ่มอยู่เรื่อย ๆ แต่ช่วงที่ว่าเรารู้ว่ามีหนังสือมาแล้วไม่ไปนั้นไม่มีเลย ยังยืนได้เลยว่าไม่มีการปกปิดในส่วนนี้แต่ประการใด ไม่รู้ว่าจะปกปิดไปทำไม” นายชุมพล กล่าว

 ประธานส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนยืนยันให้ตรวจสอบได้เลยว่า มีหนี้สินมากกว่าเงินจำนวนนี้อีก สามารถพิสูจน์ได้จากเอกสารหลักฐานของธนาคาร เพราะมีหนี้สินท่วมหัวอยู่ เป็นหนี้จากการทำธุรกิจ เพราะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมาปกปิดแต่ประการใด อาจจะเป็นด้วยเพราะระบบบัญชีที่ทำอาจจะไม่ครบถ้วนก็ต้องพิสูจน์กัน แต่เราพิสูจน์ได้

 เมื่อถามว่าป.ป.ช.ระบุว่ามีการปกปิดบัญชีหนี้สินในบัญชีต่าง ๆ ถึง 13 ครั้งตั้งแต่การยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินฯเมื่อปี 2540 นายชุมพล กล่าวว่า มันก็ไม่มีเงินอยู่ตรงไหนเลย

 “ เรื่องนี้จะไม่กระทบต่อสถานะการเป็นส.ส.ของผม เรื่องนี้คงไม่มีใครมาร้องให้สอบตน แต่คงเป็นระบบบัญชีของทางฝ่ายป.ป.ช. ถ้าได้มีโอกาสให้เรามาชี้แจงเพิ่มเติมก็คงไม่มีปัญหาเพราะไม่มีเจตนาที่จะปกปิดอะไรเพราะบอกแล้วว่าหนี้สินเราก็ยังมากกว่าตัวเลขตัวนี้อยู่แล้ว ซึ่งสามารถนำหลักฐานจากธนาคารต่าง ๆ มาได้เลยว่าเรามีหนี้ไปลงทุนอะไรบ้าง ถ้าได้รับหนังสือจากป.ป.ช.เราต้องไปแจ้งอยู่แล้ว แต่นี่ไม่เคยได้รับเลย ขอย้ำว่าไม่มีความจำเป็นต้องไปปกปิดหนี้สินอะไร เพราะเราเป็นหนี้สินแบงค์อยู่จะท่วมหัวอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามผมไม่เคร่งเครียดอะไร ถ้าศาลชี้มาอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น ตอนนี้ต้องรอกระบวนการยุติธรรม แต่ถ้าจะป.ป.ช.จะเปิดโอกาสให้เราแสดงความบิรสุทธิ์ก็จะดี เพราะเป็นเรื่องของเอกสารหลักฐาน สามารถแสดงได้ และถ้าเรื่องไปถึงศาลตนก็พร้อมแสดงความบริสุทธิ์เช่นกัน” นายชุมพล กล่าว

ป.ป.ช.ตั้งทีมสอบโกงไทยเข้มแข็งของ สธ.

 ขณะเดียวกันนายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.วันนี้ ( 26 พ.ย.) มีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนการทุจริตการจัดซื้อเครื่องมือ ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข ในโครงการไทยเข้มแข็ง โดยมีผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 3 คน ซึ่งเป็นกรณีเดียวกับที่กระทรวงสาธารณสุขกำลังตั้งคณะกรรมการสอบสวนอยู่ โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาจากข้อมูลผลการสอบสวนของกระทรวงสาธารณสุขแล้วเห็นว่า มีมูลความผิดความผิดในเบื้องต้น จึงให้มีมติให้ตนเป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนเรื่องดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะดำเนินการหาหลักฐานเพิ่มเติม หากสามารถขยายผลไปถึงผู้เกี่ยวข้องในระดับสูงคนอื่นๆได้ ก็จะดำเนินการต่อไป