
ปทีปเชื่อมั่นภ.5 ดูแลอภิสิทธิ์ลงพื้นที่ชม.ได้
อภิสิทธิ์พร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ-สังคม ยันไม่เสียสมาธิกับปัญหาการเมือง กรณ์ชี้ ไฟดับแล้ว แต่ตัวบ้านไม่มั่นคง พร้อมเดินหน้าแก้ไขศก.
(26พ.ย.) นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขานายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คืนนี้จะรู้คำตอบว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปร่วมประชุมหอการค้าที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 29 พ.ย.หรือไม่ เพราะต้องรอรายงานจากฝ่ายความมั่นคง ที่ต้องประเมินสถานการณ์ หลังจากตำรวจได้ค้นบ้านพักแกนนำคนเสื้อแดง จ.เชียงใหม่ พบระเบิดปิงปองจำนวนมาก
พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. กล่าวถึง กรณี ที่ตำรวจเชียงใหม่ตรวจค้นบ้านแกนนำกลุ่มเสื้อแดงพบระเบิดปิงปองจำนวนมาก ว่า ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ แต่เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะตั้งด่านตรวจค้นเพื่อเตรียมการดูแล ความปลอดภัยให้กับนายกรัฐมนตรีที่จะลงพื้นที่จ.เชียงใหม่อยู่แล้ว ซึ่งจากการพูดคุยกับ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 ก็เชื่อว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร มีการจัดกำลังดูแลเต็มที่อยู่แล้ว
ต่อข้อถามที่ว่าจะมีการเสนอให้นายกรัฐมนตรีเลื่อนการลงพื้นที่หรือไม่ พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ตนเองคงไม่สามารถที่จะเสนอนายกฯแบบนั้นได้ แต่จะเป็นการให้ข้อมูลกับนายกรัฐมนตรี ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจพบอะไรในพื้นที่ สถานการณ์ในพื้นที่เป็นอย่างไรเพื่อประกอบการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี แต่ถึงตอนนี้ผบช.ภ.5 ยืนยันว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
“อภิสิทธิ์”ยัน ไม่เสียสมาธิกับปัญหาการเมือง
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามสดเรื่อง ขอทราบมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่สองของรัฐบาล ถามนายกฯว่า 10 เดือนที่แล้ว นายกฯบอกว่าไฟกำลังไหม้บ้านแล้วบอกว่าต้องดับไฟในบ้านก่อน อยากถามว่าวันนี้ดับไฟได้หรือยัง และจะช่วยคนที่ไฟไหม้บ้านได้อย่างไร และจะใช้ระยะเวลาในการช่วยเหลือเท่าไหร่ นอกจากนี้ประชาชนต้องการความมั่นใจว่าการประกันรายได้ขั้นต่ำให้เกษตรกรยังต่อเนื่องหรือไม่ และจะมีมาตรการจัดการกับการทวงหนีโหดอย่างไร
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ชี้แจงว่า ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 12 เดือนที่แล้ว วันนั้นเราอยู่ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ ไตรมาสสุดท้ายปีนั้นเศรษฐกิจติดลบ 7.1 % ซึ่งรัฐบาลเพิ่งเข้ามารับภาระ จึงได้กำหนดนโยบายระยะสั้น เพื่อช่วยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน นโยบายชุดนั้นมีหลายมาตรการเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน ให้เงินในกระเป๋ามีมากขึ้น ซึ่งก็ช่วยดับไฟในชาติดับไฟให้กับพี่น้องประชาชนได้ ทำให้เงินหมุนเวียนการจัดเก็บภาษีดีขึ้น นอกจากนโยบายระยะสั้นแล้วก็ได้มีการดำเนินนโยบายอื่นๆ เพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาต่าง เพื่อให้ภาคประชาชนเข้มแข็ง เช่นมาตรการประกันรายได้เกษตรกร การยกระดับชลประทานทั่วประเทศ มาตรการลดต้นทุนผู้ประกอบการในระบบขนส่ง ดังนั้นเรียนว่าไฟดับแล้วแต่พื้นฐานตัวบ้านไม่มั่นคง รัฐบาลจึงต้องผลักดันหลายมาตรการเพื่อทำให้เข้มแข็งและมั่นคงมากขึ้น
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า รัฐบาลยังเน้นเรื่องการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้เป็นสิ่งที่ทำมาตั้งแต่ต้น แม้มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่สองจะเน้นเรื่องการลงทุน เน้นการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะที่หนึ่งก็ยังทำต่อไป ไม่ว่าเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ การเรียนฟรี ถือว่าเป็นนโยบายที่ถาวร ไม่ได้จะหยุดลง นอกจากนี้ก็ยังมีการแก้หนี้นอกระบบ โดยจะมีการลงทะเบียนกันในเดือน ธ.ค.นี้
ส่วนโครงการที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการ การสบทบเงิน เรื่องสวัสดิการชุมชน เชื่อว่าสมัยเปิดประชุมหน้าก็จะมีการเสนอเรื่องการลงทุนออม เพื่อเป็นหลักประกันในยามชรา เรื่องประกันรายได้เกษตรกรนั้น ปีหน้าจะเริ่มมาตรการที่เกษตกรใช้สิทธิ์ได้ไม่เกิน 2 ครั้งต่อไป ส่วนเรื่องการทวงหนี้โหด จะมีการประสานกับหน่วยงานราชการหลายฝ่าย ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย ดีเอสไอ คตง.ปปช.และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อมาดูเรื่องผู้มีอิทธิพล ส่วนปัญหาการเมืองเป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องแก้ไข แต่รัฐบาลนี้จะเดินหน้าแก้ไขเศรษฐกิจสังคมเป็นหลัก โดยไม่เสียสมาธิ กับปัญหาทางการเมือง



