
ตั้งค่าหัวมือถล่มทีมคริกเก็ตศรีลังกา
ละฮอร์-ปากีสถานตั้งรางวัลนำจับมือปืนที่ยิงถล่มนักคริกเก็ตศรีลังกา 4.3 ล้านบาท
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธ (4 มี.ค.) ถึงความคืบหน้ากรณีกลุ่มชายฉกรรจ์ติดอาวุธหนักบุกเข้าโจมตีนักคริกเก็ตทีมชาติศรีลังกา ขณะเดินทางไปแข่งขันกับทีมชาติปากีสถาน ที่เมืองละฮอร์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 คน ว่า ทางการปากีสถานได้ตั้งรางวัลนำจับเอาไว้สูงถึง 10 ล้านรูปี (ราว 4.3 ล้านบาท) ขณะที่ทีมนักคริกเก็ตได้เดินทางกลับถึงบ้านเกิดเรียบร้อยแล้ว
รัฐบาลรัฐปัญจาบลงโฆษณาตามหน้าสื่อต่างๆ ในประเทศว่า จะมอบเงินสด 10 ล้านรูปี แก่ผู้ที่ให้เบาะแสนำจับผู้ก่อเหตุอุกอาจครั้งนี้ โดยลงรูปผู้ก่อการร้าย 2 คน ที่กล้องโทรทัศน์สามารถจับภาพเอาไว้ได้ พร้อมข้อความว่า "เกียรติภูมิของประเทศชาติต้องเสื่อมเสีย" จากการยิงเข้าใส่นักกีฬาทีมชาติศรีลังกา พร้อมยืนยันว่าจะเก็บข้อมูลของผู้ที่ให้เบาะแสไว้เป็นความลับ
ด้านเจ้าหน้าที่ได้ออกตามล่าหาตัวมือปืนทั้ง 12 คน ที่สามารถลอยนวลไปได้หลังก่อเหตุอย่างสุดความสามารถ โดยตำรวจเปิดเผยว่า ได้สอบปากคำไปแล้ว 5 คน แต่ไม่มีการแถลงผลการสอบสวนออกมาแต่อย่างใด อีกทั้งตำรวจยังไม่ยอมคาดการณ์ด้วยว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า วิธีการจู่โจมนักคริกเก็ตครั้งนี้ คล้ายคลึงกับการถล่มนครมุมไบของอินเดียเมื่อปลายปีที่แล้วมาก โดยผู้ก่อการร้ายจะทำงานกันเป็นคู่ ทุกคนถือวอล์กกี้ทอล์กกี้เอาไว้ในมือ แล้วสะพายเป้หลังที่บรรจุน้ำดื่ม ผลไม้แห้ง และอาหารให้พลังงานสูงเอาไว้เหมือนกันทุกคน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากลุ่มมือปืนเตรียมการพร้อมมาสำหรับการบุกยึดสถานที่ และจับตัวประกันยืดเยื้อ
ขณะเดียวกัน นายโรเบิร์ต มูเอลเลอร์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอของสหรัฐ ได้เดินทางถึงกรุงอิสลามาบัด และได้พบปะกับเจ้าหน้าที่ปากีสถาน ตามแผนการเดินทางที่กำหนดเอาไว้ตั้งแต่ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุร้ายครั้งนี้ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของการพูดคุย รวมถึงเรื่องที่ว่าเอฟบีไอจะเข้ามาช่วยสืบเรื่องนี้หรือไม่
นายมเหลา ไชยะวาร์ดีน กัปตันทีมคริกเก็ตของศรีลังกา ที่เดินทางถึงประเทศแล้ว ให้สัมภาษณ์ว่า การที่พวกเขาอาศัยและทำงานอยู่ในประเทศที่มีสงครามกลางเมืองได้ช่วยให้ทีมของเขาสามารถรอดชีวิตมาได้ขณะถูกกลุ่มมือปืนกราดยิงเข้าใส่ โดยปฏิกิริยาแรกที่ลูกทีมของเขาทำในทันทีที่เสียงปืนดังขึ้นคือ ซุกตัวหลบอยู่ใต้ที่นั่งกันโดยสัญชาตญาณ
ทั้งนี้ ถึงแม้ว่ารถบัสคันที่ทีมนักคริกเก็ตศรีลังกานั่งจะพรุนไปด้วยรอยถูกกระสุนถึง 25 นัด แต่ไม่มีใครเสียชีวิตเลย มีนักกีฬาได้รับบาดเจ็บ 6 คน และผู้ช่วยโค้ช 1 คนเท่านั้น และมีอาการไม่อันตรายถึงชีวิต



