ข่าว

ดีเอสไอยันมีหลักฐานมัดมือฆ่า'อัลลูไวรี่'

ดีเอสไอยันมีหลักฐานมัดมือฆ่า'อัลลูไวรี่'

26 พ.ย. 2552

อธิบดีดีเอสไอ ยัน มีหลักฐานเป็นพยานบุคคลและพยานวัตถุมัดกลุ่มผู้ต้องหา คดีฆ่าอัลลูไวรี่ ไม่ขัดข้องหากต้องเบิกตัว "ป๋าลอ" ออกมาเบิกความเป็นพยาน

(26พ.ย.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงการสอบสวนคดีฆ่านายโมฮัมหมัด อัลลูไวรี่ นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย ว่า พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 กับพวกรวม 5 คน เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาพร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอต่อสู้คดีในชั้นศาล ซึ่งตนยืนยันได้ว่าการสอบสวนคดีนี้ทำโดยถูกต้อง มีอัยการระดับผู้ใหญ่ร่วมสอบสวนถึง 2 คน จึงมั่นใจได้ว่าคดีมีพยานหลักฐานใหม่ที่สำคัญแก่คดี ทั้งพยานบุคคลและพยานวัตถุ โดยพยานบุคคลเป็นคนใกล้ชิดกับเหตุการณ์ เป็นพยานแวดล้อม ที่บ่งชี้ถึงกลุ่มผู้ร่วมกระทำความผิด แม้ว่าฝ่ายของ พล.ต.ท.สมคิด จะท้วงติง ถึงความไม่น่าเชื่อถือของพยาน ซึ่งเป็นจำเลยหนีโทษจำคุกในคดีฆ่าผู้อื่น แต่ไม่บทกฎหมายใดห้ามจำเลยในคดีอื่นมาเบิกความเป็นพยานในอีกคดีหนึ่ง เพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน ส่วนศาลจะรับฟังโดยให้น้ำหนักน่าเชื่อถืออย่างไรถือเป็นดุลพินิจของศาล อย่างไรก็ตาม การที่ดีเอสไอไม่จับกุมตัวพยานปากนี้ส่งให้ตำรวจตามหมายจับนั้น ถือเป็นคนละส่วนกัน เพราะดีเอสไอไม่มีอำนาจจับกุม คุมขัง คดีที่อยู่ในอำนาจสอบสวนของตำรวจ

 “พล.ต.ท.สมคิด มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่จะต่อสู้คดี และจะให้การใดๆก็ได้ รวมถึงการให้สัมภาษณ์พาดพิงการทำงานของดีเอสไอ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่สิ่งที่ยืนยันได้ คือ ดีเอสไอ ทำงานอย่างตรงไปตรงมา”

 ผู้สื่อข่าวถามว่าคดีนี้จำเป็นต้องเบิกตัว พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ จำเลยต้องโทษประหารชีวิตในคดีฆ่า 2 แม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ มาเบิกความหรือไม่ นายธาริต กล่าวว่า คดีฆ่านายอัลลูไวรี่ไม่ได้มีพยานแค่ปากเดียว แต่มีพยานสำคัญอีกหลายปาก แต่คงไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าในชั้นสอบสวนมีพยานอย่างไรบ้าง ส่วนกรณีของ พล.ต.ท.ชลอนั้น คงไม่แตกต่างจากผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอื่นๆ หากต้องการให้มาเป็นพยานในคดีก็ทำเรื่องขออำนาจศาลเบิกตัวออกมาได้ โดยไม่ใช่การช่วยเหลือให้หลบหนี หรือ ให้สิทธิประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งแก่พยาน

 นายธาริต ยังกล่าวถึงคดีติดตามเพชรซาอุฯเม็ดสำคัญที่ยังสูญหาย ว่า คดีนี้ทางการซาอุฯให้ความสำคัญมาก โดยอุปทูตซาอุฯประจำประเทศไทยได้ทำหนังสือลงวันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา ขอให้ดีเอสไอรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากการสอบสวนของดีเอสไอในคดีที่เกี่ยวข้องกับประเทศซาอุฯมีความคืบหน้าไปมาก จึงต้องการให้ช่วยติดตามเพชรที่ยังสูญหายอยู่ โดยคดีนี้ตนจะมอบหมายให้พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย รองอธิบดีดีเอสไอ ซึ่งรับผิดชอบคดีฆ่านายอัลลูไวรี่และฆ่านักการทูตซาอุฯ เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดชุดสืบสวนติดตามเพชรที่สูญหาย เพื่อส่งคืนพระราชวัง ไฟซาล