
ห่วงนมสวมสิทธิ์ทะลักหลังอาฟตางัดมาตรการสอบเข้มป้องผลประโยชน์ผู้เลี้ยงวัวไทย
กระทรวงเกษตรฯ มองนมไทยสู้ศึกรับมืออาฟตาได้ เพิ่มช่องทางขยายตลาดสู่ประเทศอาเซียนมากขึ้น แต่ห่วงเรื่องการนำจากประเทศอื่นมาสวมสิทธิ์ผ่านเพื่อนบ้านเข้ามาขายราคาต่ำกว่าสินค้าไทย งัดมาตรการควบคุมไว้รองรับ
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในการบรรยายพิเศษเรื่อง ผลกระทบที่ได้รับจากการเปิดการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ในสินค้าประเภทนม ว่า ในภาพรวมของสินค้านมพร้อมดื่ม น้ำนมดิบ และนมผงขาดมันเนย ถือว่าไทยมีศักยภาพด้านการผลิตมากกว่าเมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียน ดังนั้นไทยอาจใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรีอาฟตาในการขยายตลาดไปสู่ประเทศในอาเซียนได้มากขึ้น เพราะประเทศอาเซียนอื่นก็เปิดตลาดนมเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลเรื่องการสวมสิทธิ์จากประเทศที่มีศักยภาพในการผลิตและการตลาดนมและผลิตภัณฑ์นม อย่างออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ผ่านจากประเทศเพื่อนบ้านมายังไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย เนื่องจากราคานมและผลิตภัณฑ์นมที่นำเข้าตามข้อตกลงอาฟตาจะมีราคาต่ำกว่านมในประเทศ
ดังนั้น เพื่อเตรียมรับมือปัญหาดังกล่าวกระทรวงเกษตรฯ ได้จัดทำมาตรการรองรับการเปิดเสรีในสินค้าประเภทนมขึ้น โดยในส่วนของน้ำนมดิบ นมพร้อมดื่ม กำหนดให้เป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตนำเข้า ต้องมีใบรับรองการกำหนดปริมาณสารพิษตกค้าง และหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า และตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้าอย่างเข้มงวด รวมถึงตรวจสอบแหล่งกำเนิดย้อนกลับด้วย รวมทั้งต้องรายงานการนำเข้า การใช้สต็อกคงเหลือภายใน 1 เดือน และมีบทลงโทษกำหนดไว้หากไม่ดำเนินการ
"มาตรการเหล่านี้จะช่วยรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ผู้ประกอบการไทยจากการเปิดเสรีสินค้าเกษตรภายใต้อาฟตาได้ แต่ในระยะยาวทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันพัฒนาศักยภาพการผลิตและการบริหารจัดการนมทั้งระบบ ตั้งแต่การลดต้นทุนการผลิต การขนส่ง และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ในระยะยาว" นายยุคลกล่าว
นายอำนาจ ธีระวนิช ประธานกรรมการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้บริโภคหันมานิยมดื่มนมโคมากขึ้น ทำให้ อ.ส.ค.มีรายได้เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นรายได้จากตลาดนมพาณิชย์ทั่วไป 85% ตลาดนมโรงเรียน 10% และผลิตภัณฑ์อื่นๆ 5% ซึ่งในส่วนของตลาดนมโรงเรียนนั้น อ.ส.ค.ไม่สามารถเข้าไปแข่งขันได้ เพราะยังใช้วิธีประมูลซื้อราคาต่ำ ทำให้การขยายตลาดส่วนนี้ทำได้ยาก
อย่างไรก็ตาม การทำตลาดของนม อ.ส.ค.ยังมีจุดอ่อนอยู่บ้างในตลาดภาคเหนือ และภาคใต้ ซึ่งในปี 2553 จะเพิ่มการประชาสัมพันธ์มากขึ้น ส่วนการขยายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นในขณะนี้ อ.ส.ค.ยังไม่พร้อม แม้จะมีการผลิตโยเกิร์ตออกมาวางตลาดบางแล้ว แต่ก็วางตลาดได้เป็นบางจุด เพราะติดปัญหาการจัดเก็บที่ต้องรักษาความเย็นและอยู่บางชั้นได้ไม่นาน



