
จี้รัฐลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจทีดีอาร์ไอมองต้นตอปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง
ทีดีอาร์ไอชี้แก้ปัญหาการเมืองต้องลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ แนะรัฐออกมาตรการช่วยเหลือคนจนให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ธปท.มองเลิกมาตรการลดภาระค่าครองชีพไม่กระทบประชาชนส่วนใหญ่
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานสภาสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในการสัมมนาวิชาการเสนอผลงานวิจัยประจำปี 2552 ของทีดีอาร์ไอ ว่า สิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคือ ต้องให้ภาคเอกชนเป็นตัวนำ และขณะนี้เศรษฐกิจเริ่มเข้าสู่ยุคฟื้นตัวและจะต่อเนื่องไปอีก 2 ไตรมาส ซึ่งกำลังจับตาอยู่ว่ารัฐบาลของประเทศต่างๆ จำเป็นต้องหยุดใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้เอกชนขับเคลื่อนด้วยตัวเองได้หรือไม่
นายนิพนธ์ พัวพงศกร ประธานทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ตราบใดที่ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของประชาชนกลุ่มต่างๆ ยังไม่ได้รับการแก้ไข ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรงต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะความไม่เสมอภาคทางเศรษฐกิจของประเทศอยู่ในระดับสูง โดยนโยบายของรัฐเปิดช่องให้มีการแสวงหาผลกำไรส่วนเกินในรูปแบบต่างๆ การผูกขาดการแสวงหาผลประโยชน์จากโครงการของรัฐ ซึ่งการปฏิรูปการเมืองที่เน้นเฉพาะการเปลี่ยนแปลงกฎกติกาการเลือกตั้งนั้น ช่วยไม่ได้
โครงการลงทุนไทยเข้มแข็งนั้น รัฐควรทบทวนโครงการลงทุน โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่มีผลตอบแทนสูง ไม่ใช่ให้ความสำคัญกับโครงการที่หน่วยงานราชการมีความพร้อม เพื่อเป็นการเสริมสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น หากทำแล้วไม่ได้ผล เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้าฟรี อาจช่วยเหลือไม่ตรงกับเป้าหมาย เพราะคนมีรายได้สูง บางส่วนใช้ไฟน้อย การช่วยเหลือดังกล่าวควรช่วยเหลือเฉพาะคนยากจน ดังนั้น หากจะมีมาตรการอะไรออกมาช่วยเหลือคนยากจนควรปรับปรุงระบบข้อมูล เพื่อให้มาตรการช่วยเหลือตรงตามกลุ่มเป้าหมาย
ด้านนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า หากรัฐบาลยกเลิกมาตรการลดภาระค่าครองชีพ จะไม่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน และไม่น่าจะกระทบต่อการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากการใช้มาตรการดังกล่าวในช่วงที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ
ส่วนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยนั้น ขณะนี้มาจากการส่งออกที่เริ่มดีขึ้นและความเชื่อมั่นของนักลงทุน และมองว่า เศรษฐกิจน่าจะฟื้นตัวขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ต้องระมัดระวังปัจจัยเสี่ยงจากภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะการติดตามการฟื้นตัวของประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งต้องจับตาการใช้จ่ายของประชาชนในประเทศ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญให้เศรษฐกิจฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวควรจะแก้ไขปัญหาการผูกขาด การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เพื่อให้เศรษฐกิจโดยรวมขับเคลื่อนไปได้



