ข่าว

ทฤษฎีสมคบคิดเรื่องโลกร้อน ?

ทฤษฎีสมคบคิดเรื่องโลกร้อน ?

26 พ.ย. 2552

ภัยจากภาวะโลกร้อนกลับมาอยู่ในความสนใจของคนทั่วไปอีกครั้งเพราะกระแสน้ำท่วมโลกในอีก 3 ปีข้างหน้าที่แพร่สะพัดตามสื่อต่างๆ แถมยังมีหนังฮอลลีวู้ดเรื่อง 2012 เป็นแรงส่งอีกทางหนึ่ง

แต่ข่าวอีเมลนับพันฉบับที่รั่วออกมาจากหน่วยงานวิจัยด้านสภาพอากาศของ มหาวิทยาลัยอีสต์ แอเลีย ในอังกฤษ ซึ่งเป็นสถาบันด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเชื่อถือเป็นอย่างมาก ทำให้หลายคนชักจะเกิดความแคลงใจกันแล้วว่าหรือ ภาวะโลกร้อนจะเป็นเรื่องแหกตาครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์อีกเรื่องหนึ่ง

 เพราะเนื้อความในอีเมลส่วนตัวร่วม 1,000 ฉบับ และเอกสารอีก 3,000 ฉบับที่แฮ็กเกอร์ไปล้วงมาได้แล้วนำมาโพสต์ลงอินเทอร์เน็ตแสดงให้เห็นว่า นักวิทยาศาสตร์ผู้ทรงอิทธิพลของอังกฤษ และสหรัฐกลุ่มหนึ่งได้แอบคุยกันเป็นการลับๆ มานานนับสิบปีแล้วว่า

 จะทำยังไงดีถึงจะนำเอาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ (ที่เป็นจริง) มาทำให้ดูเหมือนว่า ภัยคุกคามจากภาวะโลกร้อนนั้น "เลวร้ายกว่าความเป็นจริงมาก"

 ในอีเมลฉบับหนึ่งที่รั่วออกมานั้น ฟิล โจนส์ ผู้อำนวยการหน่วยงานวิจัยแห่งนี้ ได้อีเมลถึงเพื่อนร่วมงานเรื่องกราฟแสดงสถิติสภาพอากาศในช่วงสหัสวรรษที่ผ่านมา โดยพูดเป็นนัยๆ ให้นำเอาเทคนิคของเพื่อนนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งมาใช้ ซุกซ่อนข้อเท็จจริง ว่า จริงๆ แล้ว อุณหภูมิของโลกลดลง ไม่ได้สูงขึ้นเพราะโลกร้อนอย่างที่โหมประโคมกัน

 หลังเกิดเหตุ โจนส์รีบออกมาปฏิเสธทันทีว่าไม่ได้ เต้าข้อมูล การที่เขาบอกกับเพื่อนร่วมงานให้ใช้ "ทริก" ในการจัดทำสถิตินั้น เป็นการพูดแบบไม่เป็นทางการ ไม่ได้มีความหมายในทางหลอกลวงแต่อย่างใด

 ขณะที่มหาวิทยาลัยอีสต์ แองเกลียก็ออกมาโต้ว่า ข้อมูลที่ถูกนำออกมาเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตนั้น ถูกเลือกมาอย่างจงใจ เพื่อทำลายข้อเท็จจริงที่ว่า

 นักวิทยาศาสตร์มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่ากิจกรรมของมนุษย์ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศโลกในหนทางที่จะเป็นอันตรายอย่างมากจริง

 เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการประชุมว่าด้วยสภาพอากาศของยูเอ็นในกรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก ซึ่งผู้นำ 192 ประเทศจะมาคุยกันเพื่อบรรลุข้อตกลงในการคลอดสนธิสัญญาฉบับใหม่ขึ้นมาแทนพิธีสารเกียวโตที่หมดอายุลงไปแล้วให้ได้เสียที

 แม้ว่าเรื่องนี้จะทำให้หลายคนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่ (อาจจะ) ถูกหลอก แต่ดิฉันมองว่านักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้น่าจะมีเจตนาดี เพราะขนาดมีการโหมประโคมถึงอันตรายจากภาวะโลกร้อนกันแทบเป็นแทบตาย แต่คนที่ใส่ใจเรื่องนี้อย่างจริงจังกลับมีน้อยมาก

 แล้วถ้าพวกเขารู้ว่าภัยจากโลกร้อนไม่เลวร้ายอย่างที่คิดล่ะ
 มนุษย์เราไม่ยิ่งทำร้ายโลกใบนี้กันหนักข้อขึ้นไปอีกหรือ

ทัศนีย์ สาลีโภชน์