
อภิสิทธิ์เผยสื่อเทศยันรัฐบาลอยู่ครบเทอม2ปี
ปณิธานเผยนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์สำนักข่าว Al Jazeera ถึงปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของไทย ต้องตัดสินด้วยการเลือกตั้ง เผยรัฐบาลอาจอยู่ไม่ครบ 2 ปี ขณะที่ มาร์ค แก้ข่าวรัฐบาลอายุสั้นลั่นอยู่ครบเทอมอีก2ปี
(25พ.ย.) พรชัย คุณจักร ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทย ซึ่งติดตามภารกิจการเดินทางเยือนรัฐกาตาร์ ระหว่างวันที่ 24-26 พ.ย. ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รายงานว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว Al Jazeera ซึ่งนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงภาพรวมของการบริหารงานในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีที่คนไทยและทั่วโลกต่างกังวลต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ขณะนี้ฟื้นตัวกลับมาได้ระดับหนึ่ง
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศว่าต้องตัดสินด้วยการเลือกตั้ง เมื่อทุกฝ่ายมีความพร้อม แต่ขณะนี้ยังไม่มีความพร้อม เพราะยังมีปัญหาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และนายกรัฐมนตรีบอกด้วยว่า รัฐบาลคงอยู่ไม่ครบ 2 ปี แต่ทั้งนี้ต้องดูความเป็นจริงในพื้นที่
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงปัญหาการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยไม่รู้สึกกังวลกับการเคลื่อนไหวของอดีตนายกรัฐมนตรี และเห็นว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ต้องกลับมารับโทษทางกฎหมายก่อน แต่ถ้าถามว่าโอกาสที่จะมีการนิรโทษกรรมหรือไม่ ถือว่าเป็นไปได้ แต่ต้องกลับมารับโทษตามกระบวนการยุติธรรมก่อน
นายปณิธาน กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากความสัมพันธ์ส่วนตัวที่มีการไปแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษา ส่วนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น สามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย และขอยืนยันว่า การประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ไม่ใช่เพื่อควบคุมการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่เป็นการป้องกันหากเกิดเหตุรุนแรง และคนส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนว่าให้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ
“มาร์ค”แก้ข่าวรัฐบาลอายุสั้นลั่นอยู่ครบเทอมอีก2ปี
ต่อมาเมื่อเวลา 19.00น.นายอภิสิทธิ์ได้กล่าวผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากรัฐกาตาร์มายังศูนย์แถลงข่าว ตึกนารีสโมรสร ทำเนียบรัฐบาลถึง กรณีที่นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่านายกฯให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์อัลจาซีราว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่ครบ 2 ปีแล้วจะยุบสภา และจะมีการเลือกตั้งใหม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า
“ผมหมายถึงอยู่ 2 ปีครบเทอม ผมบอกว่าเทอมของผมเหลืออีก 2 ปี ผมได้บอกแต่ต้นแล้วว่า ผมไม่ได้ตั้งเป้าคาดคิด หรือแสดงเจตนารมณ์ว่าต้องอยู่ครบและเรื่องของการที่จะเลือกตั้งก่อนที่สภาจะหมดอายุ ผมพูดมาตลอดว่าเป็นสิ่งที่ผมจะพิจารณาเมื่อเห็นว่าจะเป็นประโยชน์มีความเหมาะสม ก็ยังยืนยันเงื่อนไขเดิม อยากเห็นเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างเข็งแกร่ง อยากเห็นว่ากติกาที่จะไปเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย และอยากเห็นทุกฝ่ายเลิกการขัดขวางการทำงานทางการเมืองของฝ่ายอื่นๆ ถ้า 3 เงื่อนไขนี้พร้อมเมื่อไหร่ ผมคิดว่าก็น่าเป็นเรื่องที่จะพิจารณา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ในการคอนเฟอเรนซ์ที่มีนายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกฯเป็นผู้ดำเนินรายการได้สอบถามถึงการให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอัลจาซีราของนายกฯ โดยนายกฯ กล่าวว่า ปกติแล้ว มีโอกาสให้สัมภาษณ์อัลจาซีราไปหลายครั้งถือเป็นสถานีที่ให้ความสนใจประเทศไทยพอสมควร ได้มีการสอบถามเกือบทุกเรื่อง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ประเทศเพื่อนบ้าน การเมืองภายในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นโอกาสดีได้ทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชมทั่วโลกที่มีการคาดการณ์ว่ามีผู้ชม 100กว่าล้านคนที่สามารถเข้าถึงสถานีของเขา
จากนั้นนายวัชระได้สอบถามนายกฯว่าอัลจาซีราเข้าใจหรือมองการเมืองไทยเหมือนที่คนไทยมองหรือไม่คือไม่มีอะไร นายอภิสิทธิ์กล่าวย้ำว่า คนไทยเองก็เข้าใจไม่ค่อยตรงกัน แต่เขาก็ติดตามข่าว สังเกตจากคำถาม สังเกตจากการรายงาน เขาติดตามอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามรองโฆษกฯได้สอบถามอีกว่า ทางอัลจาซีราได้สอบถามถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯที่อยู่ใกล้ ๆ หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถามบ้างเป็นธรรมดา
อย่างไรก็ตามก่อนหน้าที่นายกฯจะแถลงนั้น นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่รัฐกาตาร์การที่นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอัลจาซีรา ในโอกาสเยือนรัฐกาตาร์อย่างเป็นทางการว่า ทางสำนักข่าวอัลจาซีร่าห์ให้ความสนใจว่า ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ตลอดจนสถานการณ์การเมืองไทยเรื่องของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่า ผลงานตลอดปีที่ผ่านมายังไม่ค่อยน่าพอใจนัก อย่างไรก็ตาม ได้ช่วยแก้ไขปัญหาสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจให้คลี่คลายไปได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งการเมืองนั้น ต้องหาแนวทางแก้ไข โดยให้ทุกฝ่ายอยู่ภายใต้กฎหมาย และตัดสินข้อขัดแย้งทางการเมืองด้วยการเลือกตั้ง เมื่อทุกอย่างพร้อม
"ยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้จะไม่อยู่ครบ 2 ปี ซึ่งหากประเทศมีความพร้อมทุกด้าน ก็จะจัดให้มีการเลือกตั้ง เพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง "
ส่วนเรื่องของอดีตนายกรัฐมนตรีนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงต้องกลับมารับโทษตามกฎหมาย และเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ก่อนที่จะมีการพิจารณาว่า จะมีการนิรโทษกรรมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้สนใจในการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ มากนัก
พอใจเยือนการ์ตาเผยการ์ตาสนใจลงทุนในไทย
นายอภิสิทธิ์ ในโอกาสที่นำคณะเดินทางไปเยือนรัฐกาตาร์อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 24-26 พ.ย. ว่า ในภาพรวมการกับเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ นายกรัฐมนตรีกาตาร์และส่วนอื่นๆ ในเรื่องการตั้งเป้าเพิ่มพูนการค้าการลงทุนทั้งอาหารและภาคการเกษตร ซึ่งเจ้าผู้ครองรัฐการ์ตาต้องการเข้ามาช่วยดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ต่อไปจะมีการเสนอโครงการเลี้ยงสัตว์นำมาสู่อุตสาหกรรมอาหารที่จะส่งออกมายังการ์ตาและตลาดอื่น ๆ
ที่นีมีการแต่การก่อสร้าง ซึ่งอุตสาหกรรมก่อสร้างนั้นรัฐบาลต้องการสนับสนุนให้มาทำงานที่ต่างประเทศจึงเป็นอีกลู่ทางที่จะมาทำธุรกิจได้ รวมทั้งเรื่องของคนไทยที่มีหมื่นกว่าคนก็จะมีการขยายกรอบโดยให้บริษัทก่อสร้างนำคนงานเข้ามาเพื่อให้คนไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่วนเรื่องพลังงานนั้นมีการขายแก๊สและร่วมลงทุนกับปตท.และซีเมนต์ไทย สำหรับเรื่องการเงินที่นี่มีความพร้อมในเรื่องของการลงทุนค่อนข้างเยอะซึ่งเขาให้ความสนใจภูมิภาคเอเซียและประเทศไทย ส่วนในเรื่องของการบริการสุขภาพมีทั้งส่วนที่เป็นคนของการ์ตาไปรักษาพยาบาลที่ประเทศไทยและมีความต้องการให้โรงพยาบาลของไทยมาบริหารจัดการโรงพยาบาลที่นี่ด้วย
ส่วนการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กาตาร์มีบทบาทอยู่ในโอไอซีนั้น นายกฯ กล่าวว่า การ์ตามีส่วนสำคัญในการทำความเข้าใจทั้งในเวทีโอไอซีและในแง่ของประเทศในแถบนี้ก็ช่วยทำความเข้าใจให้ประเทศไทย ซึ่งเขามีความตั้งใจที่จะช่วยทำความเข้าใจและเข้าใจในแนวทางของรัฐบาลในการแก้ปัญหาในพื้นที่ สำหรับเรื่องของการตั้งเมืองการศึกษา(Education City) เป็นการดึงเอาสถาบันชั้นนำของโลกมาเปิดสอนที่นี่ โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกาที่มี 4-5 สถาบันที่เข้ามาเปิดหลักหลายสูตร ซึ่งมีการลงทุนมหาศาลและนำไปสู่การต่อยอดเรื่องของการวิจัยและการทำงานเพื่อชุมนุม โดยในส่วนของไทยนั้นในเรื่องของการวิจัยกระทรวงวิทยาศาสตร์จะมาทำโครงการความร่วมมือต่อไป อย่างไรก็ตามตนเสนอให้การ์ตาให้การสนับสนุนนำเด็กของประเทศไทยมาเรียนที่นี่ด้วย โดยเฉพาะเยาวชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เองตนคิดว่าถ้ามีโอกาสได้มาศึกษาก็น่าจะเป็นประโยชน์
“ผมพึงพอใจการเดินทางมาเยือนกาตาร์เพราะเป็นการยืนยันว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับประเทศนี้และประเทศการ์ต้าก็เป็นประเทศแรกที่ผมมาเยือน ซึ่งผมเป็นหัวหน้ารัฐบาลคนแรกที่มาเยือนนับตั้งแต่เปิดความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งการตอบรับก็เป็นไปด้วยดี ทั้งสองฝ่ายค่อนข้างที่จะพูดคุยกันง่าย เพราะว่าเห็นความสอดคล้องต้องการถึงความต้องการที่จะผลักดันกันต่อไป”นายอภิสิทธิ์ กล่าว



