ข่าว

"ระวังตายหมู่”

"ระวังตายหมู่”

26 พ.ย. 2552

รัฐนาวาภายใต้การนำของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ในเพลานี้ แม้จะบริหารงานมาเกือบจะ 1 ปี แต่ยังไม่สามารถทะลุฝ่ามรสุมสถานการณ์ที่บีบเร้าทั้งภายนอก-ภายใน ไปได้แบบราบรื่น

 ยิ่งในช่วงใกล้ครบรอบขวบปีการบริหารงานของรัฐบาล ยิ่งเจอเกมแรงจากศัตรูหมายเลข 1 อย่าง "ทักษิณ ชินวัตร" ที่เร่งเกมเร็วเพื่อโค่นรัฐบาลให้เร็วที่สุด หวังกลับมามีอำนาจอีกครั้ง

 แถมยังเจอสารพัดปัญหาภายในที่ต้องแก้ไขกันแบบไม่จบไม่สิ้นอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะปัญหาการเมือง

 ขณะที่ภายนอกโดนเล่นงานอ่วม กับยุทธศาสตร์ “ป่าล้อมเมือง” ของ “ทักษิณ” ใช้เกมดึงต่างชาติล้อมไทย อาศัยความสัมพันธ์ด้านธุรกิจ-ส่วนตัว เล่นการเมือง

 แต่สุดท้ายถูกกระแสรักชาติ สวิงกลับ ทำเอา “ทักษิณ” อ่วมอรทัย กลับกลายเป็นผลดีกับรัฐนาวานี้ไปโดยปริยาย

 แต่ความวัวไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรกทันที แก้ปมหนึ่ง-อีกปมโผล่มาทันที

 แม้การเมืองภายนอกยังพอแก้แบบถูๆ ไถๆ ไปได้ แต่การเมืองภายในทำเอารัฐนาวานี้แทบอับปาง

 โดยเฉพาะกระแสกดดันอย่างต่อเนื่อง ของ เจ้าของพรรคร่วมรัฐบาลตัวจริง ที่เดิมทีเดียวกระมิดกระเมี้ยน ย่องๆๆ เชิญ “อภิสิทธิ์-สุเทพ” แบบเงียบๆ

 หารือ-กดดัน ทวงสัญญาลูกผู้ชายที่เคยให้ไว้ก่อนเข้าร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นแก้รัฐธรรมนูญ หวังปลดล็อก "นิรโทษกรรม" นักโทษทางการเมืองทั้งยวง

 เพราะที่ผ่านมาแม้ปากของเหล่าบรรดาแกนนำพรรคประชาธิปัตย์จะเรียงหน้าออกมาป่าวร้องว่า จริงใจในสัญญาลูกชายที่ให้ไว้แก่พรรคร่วมรัฐบาลในเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 แต่ลับหลัง กลับยอมรับว่า เป็นเพียงกระบวนการที่ทำให้พรรคร่วมเห็นว่า รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ความจริง ไม่เคยคิดจะแก้ไขรัฐธรรมนูญสักเปอร์เซ็นต์เดียว พร้อมเชื่อว่ามีกระบวนการหลายอย่างที่จะสกัดไม่ให้มีการแก้ไขอย่างแน่นอน

 เมื่อปากว่าตาขยิบ-สัญญาถูกฉีก เพราะไม่มีการรับลูก

 ซ้ำยังปล่อยให้รอแล้วรอเล่า ดึงเกม หวังจะให้แก้รัฐธรรมนูญ 6 ประเด็นในสมัยนิติบัญญัตินี้ จนถึงสัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุมสภา มีเพียงแค่ลมปากที่ “อภิสิทธิ์ -สุเทพ” ให้ไว้เท่านั้น

 สุดท้ายทำเอา แกนนำพรรคพรรคร่วมตัวจริง ถึงกับอดรนทนอยู่ด้านหลังไม่ไหว ถึงกับนัดเปิดอกคุยกัน ที่พลาซ่า แอทธินี

 โดยมีหัวขบวน แบบบิ๊กๆ ร่วมกันสุมหัว ทั้ง บรรหาร ศิลปอาชา -สุวิทย์ คุณกิตติ -สุวัจน์ ลิปตพัลลภ -เนวิน ชิดชอบ -อนุทิน ชาญวีรกูล -สมศักดิ์ เทพสุทิน -สรอรรถ กลิ่นประทุม -ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี -ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ

 พร้อมเห็นตรงกันว่า ต้องทวงสัจจะ-สัญญา เรื่องแก้รัฐธรรมนูญที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ไว้

 งานนี้ทำเอา “บรรหาร” ทนไม่ไว้ ประกาศเดินเกมประสานเอง ซ้ำหลุดปาก ตัดพ้อ ว่าขณะนี้ “หมดช่วงโปรโมชั่นเลิฟ” ระหว่าง “พรรคร่วมและ ปชป.” แล้ว

 การประกาศของบรรดาผู้เฒ่าตัวจริง-เสียงจริงทางการเมืองเช่นนี้ ทำเอาบรรดาแกนนำพรรคประชาธิปัตย์หนาวๆ ร้อนๆ เกรงจะอยู่ไม่รอด เพราะสะดุดขากันเองในพรรคร่วมรัฐบาล

 ศึกภายนอกรุมเร้า ศึกภายในไม่นิ่ง งานนี้ทำเอารัฐนาวา ของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” สั่นคลอนเลยทีเดียว

 ขณะที่ฝ่ายพรรคร่วมเอง นอกจากตีปี๊บ-เดินหน้ากดดันรัฐนาวามาร์ค ก็ต้องคิดให้หนักถึงกระแสสังคม เพราะอย่าลืมว่าขณะนี้กระแสความนิยมของรัฐบาลนี้กำลังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 เพราะนอกจากเรียกเรตติ้งจากกระแสรักชาติได้แล้ว จนทำให้กลยุทธ์แม้วต้องถอยกรูด จากที่เสื้อแดงตั้งเป้าจะชุมนุมโค่นรัฐบาลในวันที่ 28 พฤศจิกายน -2 ธันวาคม ยังต้องเจอ "โรคเลื่อน" เพราะเกรงจะเสียคะแนนนิยมซ้ำแล้วซ้ำอีก

 ล่าสุด "สภาพัฒน์" ยังตีปี๊บ ออกมาแถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 3/2552 ปรับตัวดีขึ้นจาก 2 ไตรมาสแรกของปี ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกระเตื้องขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 แต่งานนี้ให้พึงระวังไว้เหมือนกันว่า หากพรรคร่วมไม่คิดหน้าคิดหลัง นึกแต่ประโยชน์ตัวเองเพียงเพื่อให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมที่ตัวเองเคยสร้างเอาไว้ มีหวังทำให้คะแนนพลิกกลับ จนส่งผลสะเทือนต่อเสถียรภาพของรัฐบาลจนล้มไม่เป็นท่า

 ดีไม่ดี แทนที่จะเรียกคะแนนสงสาร อาจกลับกลายเป็นสะดุดขาตัวเองล้ม
 "ตายหมู่" ไปซะงั้น !!!

 เณริศา เนยเขียว