
มวยตั้งมูลนิธิ ดูแลนักชกไทย ตั้งเป้า 10 ล้าน
โอลิมปิกไทย ยัน ทุกฝ่ายต้องช่วยกันดูแลเรื่องสวัสดิการนักกีฬา ทั้งขณะเล่นทีมชาติและเลิกเล่นแล้ว โดยเฉพาะสมาคมกีฬาต้นสังกัดโดยตรง
"เสธ.วีป" พล.อ.ทวีป จันทรโรจน์ นายกสมาคมมวยสากลสมัครเล่นไทย ตั้งมูลนิธิดูแลนักชก ตั้งเป้าหลังลงเก้าอี้นายกสมาคมหาได้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
"บิ๊กอ๊อด" พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานในงานเสวนาสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยและสื่อมวลชน เรื่อง "อนาคตของนักกีฬาทีมชาติไทย...ใครรับผิดชอบ" ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยมีบุคคลในวงการกีฬา, ผู้แทนสมาคมกีฬา, นักกีฬา-อดีตนักกีฬาทีมชาติไทย และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานคับคั่ง ประเด็นสำคัญ คือ การสนับสนุนนักกีฬาไทยทั้งในขณะเป็นทีมชาติและหลังจากการเป็นนักกีฬาแล้ว
พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า นักกีฬาต้องรู้จักตัวเองตั้งแต่เริ่มที่จะเล่นกีฬา เพราะต้องเล่นชนิดกีฬาที่ตนเองชอบและถนัดที่สุด จึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ จากนั้นระหว่างเล่นกีฬายังจะต้องบริหารจัดการเรื่องของการเรียนหนังสือด้วย ขณะที่หน่วยงานของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องต้องมีแนวทางในการให้การสนับสนุนนักกีฬาที่สอดคล้องกัน ที่สำคัญเรื่องเงินรางวัลที่หามาได้ในระหว่างการเป็นนักกีฬาก็ต้องรู้จักใช้ อย่าประมาท เพราะมีตัวอย่างให้เห็นมาหลายคนแล้ว โดยโอลิมปิกไทยได้สนับสนุนเงินยังชีพให้แก่นักกีฬาที่ได้เหรียญรางวัลโอลิมปิกเกมส์ เป็นเวลา 20 ปี แต่ในส่วนขององค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และสมาคมกีฬา ยังไม่มีกฎ ระเบียบที่ชัดเจนในการให้ความช่วยเหลือนักกีฬา
"บิ๊กจา" พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการโอลิมปิกไทย กล่าวว่า โอลิมปิกไทย และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) พยายามผลักดันมาตลอด ทั้งเรื่องเงินรางวัลของนักกีฬา นอกจากนี้ สมาคมกีฬาควรจัดหาสวัสดิการทางหนึ่งเพื่อช่วยนักกีฬาด้วย โดยเฉพาะนักกีฬาในระดับโอลิมปิกเกมส์ที่กว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคเข้าไปคว้าเหรียญรางวัลนั้นถือว่ายากลำบากมาก ดังนั้นสวัสดิการต่างๆ ก็ต้องคุ้มค่าด้วย
"เสธ.วีป" พล.อ.ทวีป จันทรโรจน์ นายกสมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือนักกีฬานั้น จะผลักภาระไปให้รัฐบาลรับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียวคงไม่ได้ แต่ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาร่วมมือกัน โดยเฉพาะสมาคมกีฬา ที่ต้องเข้ามารับผิดชอบอย่างเต็มตัว ซึ่งกรณีของสมาคมมวยสากลฯ ได้วางแบบแผนการบริหารงานในเชิงธุรกิจ นักชกที่ได้เหรียญรางวัลนอกจากจะได้รับเงินอัดฉีดแล้ว หลังเลิกเป็นนักกีฬาทีมชาติก็สามารถต่อยอดไปเป็นนักมวยอาชีพหรืออาจจะไปรับราชการ รวมทั้งการเป็นผู้ฝึกสอน ทั้งนี้ ยังได้ตั้งมูลนิธิสงเคราะห์นักกีฬามวยสากลสมัครเล่นเอาไว้ด้วย ซึ่งก่อนที่ตนจะวางมือเชื่อว่ามูลนิธิจะมีเงินไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
"บิ๊กหนุ่ม" กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานด้านกีฬาของรัฐบาล กกท.ได้แบ่งการสนับสนุนออกเป็น 3 ด้าน คือ 1.กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ด้วยการสนับสนุนเงินรางวัลและสวัสดิการขั้นพื้นฐาน 2.กองทุนการศึกษาของนักกีฬา และ 3.ด้านอื่นๆ เช่น การเสนอขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือของคณะกรรมการพิจารณาการตอบแทนนักกีฬา/บุคลากรกีฬาที่ประกอบคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ ในการแข่งขันระดับนานาชาติ ทั้งค่าตอบแทน, ทุนการศึกษา, การจัดหาสถานศึกษาและเลื่อนขั้นเงินเดือนและยศ ฯลฯ
ส่วนความคืบหน้ากรณีทีมคาราเต้-โดไทย ชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ซึ่งมีปัญหาถูกตัดโควตาโดยคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ จากนักกีฬา 20 คน (ชาย 10 คน หญิง 10 คน) เหลือเพียง 13 คน (ชาย 6 คน หญิง 7คน) จนนักกีฬาเสียขวัญและกำลังใจนั้น ล่าสุด โอลิมปิกไทย และสมาคมคาราเต้-โดแห่งประเทศไทย ได้หารือกัน ก่อนจะมีมติให้ส่งนักกีฬาไปแข่งขันทั้ง 20 คน ตามเดิม



