ข่าว

เฒ่าวัย71ปีนอนเฝ้านาข้าวเจอหนาวแข็งตาย

เฒ่าวัย71ปีนอนเฝ้านาข้าวเจอหนาวแข็งตาย

25 พ.ย. 2552

เฒ่าวัย 71 ปี กลัวโจรขโมยข้าวในนา ออกไปนอนเฝ้า แต่อากาศหนาวเย็นร่างกายรับไม่ไหว นอนแข็งตายในกระท่อม หวั่นลมหนาวคร่าชีวิตสัตว์ไนท์ซาฟารีสั่งเพิ่มมาตรการเพิ่มความอบอุ่น ปอเต็กตึ้งนำสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวเชียงราย

 เมื่อเวลา08.10 น.วันที่ 25 พ.ย.52 พ.ต.ท.ปราโมทย์ วิชัยวงษ์ สารวัตรเวร สภ.ย่อยศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีคนตายไม่ทราบสาเหตุอยู่ที่กระท่อมนาทางด้านทิศตะวันออกห่างจากหมู่บ้านดอนยาง ม.11 ต.ศิลา อ.เมือง  จ.ขอนแก่น ประมาณ 2 กิโลเมตร   จึงรุดไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์นิติเวชชันสูตรศพโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ม.ขอนแก่น และเจ้าหน้าที่มูลนิธิขอนแก่นสามัคคีอุทิศ

 ที่เกิดเหตุ ภายในกระท่อมนาพบศพชายไทยทราบชื่อภายหลังคือ นายหนูเข็ญ ศรีโนนชัย อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86/1 หมู่ 11 บ้านดอนยาง ต.ศิลา นอนหงายเสียชีวิต  มีผ้าห่มกันหนาว 1 ผืนคลุมอยู่ คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8-10 ชั่วโมง

 สอบสวนญาติผู้ตาย ทราบว่า หลังจากข้าวในนาของผู้ตายเริ่มสุกงอมใกล้เก็บเกี่ยว อีกทั้งช่วงนี้ข้าวในนาของชาวบ้านถูกขโมยหลายพื้นที่ ผู้ตายจึงได้ออกจากบ้านไปนอนค้างคืนเฝ้านาข้าวของตนเอง ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยได้นำอาหารไปทำกินด้วย

 แต่ในช่วงนี้สภาพอากาศค่อนข้างหนาวเย็นลงมาก และก่อนหน้านี้ผู้ตายได้บ่นกับญาติๆว่า ปีนี้อากาศหนาวฉับพลัน จึงทำให้สภาพร่างกายรับไม่ไหว เมื่อญาติได้นำอาหารออกไปให้ผู้ตายที่กระท่อม ก็พบว่า นายหนูเข็ญ นอนหนาวตาย

 พ.ต.ท.ปราโมทย์ กล่าวว่า จากการสอบสวนชันสูตรพลิกศพของแพทย์นิติเวช  โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ทราบว่า ผู้ตายมีร่างกายที่ซูบผอมอีกทั้งน่าจะมีโรคประจำตัวด้วย  จึงทำให้เกิดอาการช็อคและแข็งตายในที่สุด ส่วนการตรวจหาร่องรอยการฆาตกรรมนั้นไม่มี จึงได้มอบศพให้ญาติพี่น้องนำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

หวั่นลมหนาวคร่าชีวิตสัตว์ไนท์ซาฟารี

 นายณรงค์ ตนานุวัฒน์ ผู้จัดการพื้นที่พิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี  เปิดเผยว่า สภาพอากาศที่หนาวเย็นในช่วงฤดูหนาวของจังหวัดเชียงใหม่ ทำให้สัตว์บางชนิดต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ โดยทีมสัตวแพทย์และผู้ดูแล สัตว์ได้สร้างความอบอุ่นให้แก่สมาชิกสัตว์ ทั้ง เพิ่มแสงไฟและเพิ่มปริมาณ ฟางสร้างความอบอุ่น เพิ่มอุปกรณ์บังลมหนาว และการใช้แปรงในการทำความสะอาดเส้นขน ให้กับสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบทวีผที่มีอุณหภูมิค่อน ข้างสูง 

 สำหรับสัตว์ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ นอกจากสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบแถบทวีปเอเชีย แอฟริกา และประเทศแถบทะเลทราย แล้ว ยังต้องดูแลสมาชิกลูกสัตว์ที่ยังไม่แข็งแรง เช่น   กระจง  กวางฟอลโล่ เฟนเน็กฟ๊อกซ์  สุนัขจิ้งจอกหูค้างคาว ลิงกระรอก สมเสร็จบราซิล  ฯลฯ  เพื่อสร้างความอบอุ่นและการช่วยปรับอุณหภูมิในร่างกายของสัตว์แต่ละชนิดให้เป็นปกติ ทั้งนี้เพื่อให้สัตว์มีสุขภาพดีป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้

ปอเต็กตึ้งนำสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวเชียงราย

 ที่โรงเรียนบ้านเจริญเมือง อ.พาน จ.เชียงราย นายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้รับมอบเครื่องนุ่งห่มกันหนาว ข้าวสาร อาหารแห้งจากมูลนิธิปอเต็กตึ้ง จำนวน 5,000 ชุด พร้อมได้ทำการแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความกดอากาศต่ำ จากประเทศจีนตอนล่างได้แพร่ปกคลุมมายังภาคเหนือ ทำให้ในหลายพื้นที่ได้ประสบภัยหนาว ประชาชนที่มีฐานะยากจนยังคงขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาว

 นายสุเมธ กล่าวว่า จากอากาศที่หนาวเย็นในขณะนี้ได้ทำการประกาศให้ 18 อำเภอ ของจังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่ประสบภัยหนาว โดยได้มีการสำรวจพบว่าได้มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน และขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาวกว่า 140,000 คน และคาดว่าจะมีเพิ่มมากขึ้นในช่วงปลายปี ซึ่งงบประมาณที่ส่วนกลางจัดสรรมาให้ไม่เพียงพอกับความต้องการ จึงประสานไปยังทุกภาคส่วน ช่วยบริจาคเครื่องกันหนาว เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยหนาว

 ขณะนี้ได้มีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้มาให้ความช่วยเหลือ โดยพบว่ามูลนิธิปอเต็กตึ้ง ได้นำเครื่องนุ่งห่มกันหนาว และสิ่งของเครื่องใช้ ข้าวสาร อาหารแห้ง จำนวน 5,000 ชุด มาทำการบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวในเขตพื้นที่ อำเภอพาน

 “ผู้ประสบภัยหนาว ยังคงมีอีกจำนวนมาก ซึ่งหากหน่วยงานไหนต้องการที่จะช่วยเหลือ หรือทำการบริจาค สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงรายหรือ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภับจังหวัด เพื่อทำการกระจายความช่วยเหลือสิ่งของถึงผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง ” นายสุเมธ กล่าวและว่าการช่วยเหลือไม่ใช้แค่เพียงบริจาคเครื่องนุ่งห่มกันหนาว แต่การช่วยเหลือในด้านยารักษาโรค ก็จะทำให้ผู้ที่ประสบภัยหนาวที่เกิดอาการเจ็บป่วยและมีฐานะยากจน ได้มีสุขภาพที่แข็งแรงต่อไป

ลำปางประกาศ13อำเภอเป็นพื้นที่ภัยพิบัติหนาว 

 นายศุภกิจ บุญญฤทธิพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้ลงนามประกาศให้พื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ของจังหวัดลำปาง เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากประสบภัยหนาวแล้ว เนื่องจากในพื้นที่ของจังหวัดลำปาง มีอุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส ติดต่อกันนานเกิน 3 วัน ซึ่งตามระเบียบของทางราชการ สามารถประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเนื่องจากภัยหนาว

 ทั้งนี้ หลังจากออกประกาศไปแล้ว ทางจังหวัดลำปาง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ อบจ. เทศบาลและอบต.ทุกแห่ง ในพื้นที่ก็สามารถนำของแต่ละแห่งออกมาช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ของตนเองได้ให้คลอบคลุมทุกตำบล เพื่อบรรเทาภัยหนาวที่เกิดขึ้น ได้

 โดยเฉพาะของจังหวัดลำปาง ที่จะสามารถนำงบประมาณทดลองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด วงเงิน 50 ล้านบาท ออกมาใช้ได้ ซึ่งคาดว่าในปีนี้ภัยหนาวจะเกิดความรุนแรง ขยายเป็นวงกว้าง และ สร้างความเดือดร้อนแก่ราษฎรในพื้นที่มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งทางจังหวัด ให้ความช่วยเหลือราษฎรใรนพื้นที่ที่ประสบภัยอย่างรวดเร็ว จากการสำรวจราษฎรที่ประสบภัยหนาว 222,239 คน ของจังหวัดลำปาง มีความต้องการเครื่องนุ่งห่มกันหนาวทั้งสิ้น 111360 ชิ้น โดยแบ่งเป็นผ้านวม 79,746 ผืน ผ้าห่มไหมพรม 14,315 ผืน และเสื้อกันหนาว 17,299 ตัว ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจะเป็นผู้ที่มีฐานะยากจน ผู้พิการ และผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก