
ข่าวย่อย-หวังทุนไทยโยกเงินซื้ออสังหาฯ
นายเชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) กล่าวว่า บสท.ตั้งเป้ายอดขายสินทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) ในปี 2552 กว่า 9,400 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มียอดขาย 10,548 ล้านบาท
และมียอดรับชำระเงินจากการปรับโครงสร้างหนี้รวม 17,375 ล้านบาท โดยมองว่าสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้การขายเอ็นพีเอเป็นไปได้ยากขึ้น อีกทั้งสถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อทำให้กระทบกำลังซื้อ แต่เชื่อว่ายังมีนักลงทุนในประเทศบางกลุ่ม ที่มีเงินและสนใจลงทุนระยะยาวในอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ จึงอาจมีการโยกเงินออมที่ได้รับดอกเบี้ยต่ำมาลงทุนมากขึ้น
ยกคำร้องไต่สวนปตท.คืนทรัพย์
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บมจ.ปตท. เปิดเผยว่า ตามที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้ยื่นหนังสือคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุดให้ทำการไต่สวนเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ ปตท. ต้องคืนกระทรวงการคลัง ฉบับลงวันที่ 3 มีนาคม 2552 นั้น ในวันนี้ (4 มี.ค.52) ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งยกคำร้องของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้ฟ้องคดีดังกล่าว โดยพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ศาลพิพากษาให้ยกคำขอของผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีจึงไม่ใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ไม่มีสิทธิบังคับคดีนี้ อีกทั้งผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ถึงที่ 4 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามคำพิพากษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ยกคำร้อง
ขยายมาตรการเก็บภาษีเอดีเหล็ก
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน มีมติให้ต่ออายุการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กกล้าไร้สนิมรีดเย็นชนิดม้วน และแผ่นแถบ ที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลี ยกเว้นยุโรปที่ไม่พบว่ามีการทุ่มตลาดอีก โดยคาดว่าจะออกประกาศและให้มีผลบังคับใช้ได้ราวกลางเดือนนี้ ซึ่งการขยายมาตรการเก็บภาษีเอดีออกไปอีก 5 ปี นั้นในช่วง 6 เดือนนี้ จะเรียกเก็บภาษี 0% ไปก่อนเนื่องจากมีการเรียกร้องจากผู้นำเข้าว่ามีความจำเป็นต้องใช้ในการผลิตเครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า ลิฟท์ และอุตสาหกรรมก่อสร้าง
เริ่มใช้เหรียญสตางค์รุ่นใหม่
นายเทวัญ วิชิตะกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้นำเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่ชนิดราคา 25 สตางค์ ออกใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. 2552 และชนิดราคา 50 สตางค์ ออกใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนทั้ง 2 ชนิดราคาดังกล่าวมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง และน้ำหนักเท่ากับเหรียญชุดเดิม แต่มีลักษณะเป็นสีทองแดง (ไส้เหล็กชุบทองแดง) แตกต่างจากเหรียญชุดเดิมที่เป็นสีทอง ส่วนลวดลายด้านหน้าและด้านหลังของเหรียญยังคงเหมือนเดิมแต่ปรับปรุงให้สวยงามมากยิ่งขึ้น เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนทั้ง 2 ชนิดราคาดังกล่าวจะผลิตออกใช้ในปี 2552 จำนวน 290 ล้านเหรียญ และ 250 ล้านเหรียญ ตามลำดับ



