
ตะลุยข่าว : อำพรางหรือฆ่าชิงทรัพย์ ปมโหด...ฆ่าเมียอธิบดีอัยการ
ทันทีที่เกิดเหตุฆาตกรรม "อุนิตา ลิ้มสินสมบูรณ์" ผู้พิพากษาสมทบศาลจังหวัดพิษณุโลก วัย 56 ปี และยังเป็นภรรยาของ "จรัญ ลิ้มสินสมบูรณ์" อธิบดีอัยการฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว ชุดสืบสวนภาค 6 ต่างก็ลงพื้นที่หาพยานหลักฐานและจำลองเหตุการณ์ เพื่อเข้าถึงตัวคนร้ายให้ไ
4 มีนาคม 2552 ภายในบ้านปูน 2 ชั้นรั้วรอบขอบชิดเลขที่ 228/2 ถนนแสนพลพ่าย เขตเทศบาลนครพิษณุโลก ภายในอาณาบริเวณราวๆ 1 ไร่ บริเวณหลังบ้านอยู่ระหว่างการก่อสร้างบ้านปูนชั้นเดียวเพิ่มอีกหลัง กำลังตีฝ้าเพดานและเดินสายไฟ ชุดสืบสวนลงมือจำลองเหตุการณ์ทันที
...สภาพศพที่พบตอนแรก อุนิตานอนตะแคงขวา สวมเสื้อลายดอก นุ่งกางเกงผ้ายืดขายาวสีน้ำเงิน ที่ศีรษะพบบาดแผลจนกะโหลกน่วม มีถุงพลาสติกหูหิ้วคลุมศีรษะ เท้าซ้ายมีเส้นลวดต่อจากปลั๊กสามตา รัดระหว่างนิ้วก้อยกับนิ้วนาง มีร่องรอยถูกไฟฟ้าช็อตบริเวณนิ้วก้อยจนเป็นรอยไหม้นิ้วเกือบขาด
การที่จะทำให้เหยื่ออยู่ในสภาพนี้ได้ ชุดสืบสวนลงความเห็นว่า คนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน เริ่มลงมือทำร้ายเหยื่อ อาจจะชกต่อยหรือทุบตีจนล้มลงกับพื้น จากนั้นจึงจับศีรษะกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรงหลายครั้ง...และนี่ส่งผลให้เกิดบาดแผลที่กะโหลก
จากนั้นจึงใช้สายไฟรัดเข้าที่นิ้วเท้าข้างซ้าย ปลายสายอีกข้างต่อเข้ากับปลั๊กสามตา เสียบแล้วก็ดึงออก ดึงออกแล้วก็เสียบเข้าไปใหม่ เพื่อให้เกิดความเจ็บปวดและหวาดกลัว หรือเพื่อให้บอกบางสิ่งบางอย่างที่คนร้ายต้องการจากเหยื่อ
ซึ่งการกระทำลักษณะนี้ชุดสืบสวนตั้งข้อสงสัยว่า คนร้ายต้องการอะไรจากเหยื่อกันแน่ ?
แต่ที่ทำให้ชุดสืบสวนมั่นใจอย่างหนึ่งก็คือ การที่คนร้ายใช้สายไฟรัดนิ้วเท้าเสียบกับปลั๊กไฟนั้น คนทำต้องมีความรู้ด้านช่าง จึงกล้าพอที่จะทำเช่นนั้นโดยที่ตนเองไม่ถูกไฟฟ้าช็อตตามไปด้วย ดังนั้น คนร้ายอาจจะเป็นหนึ่งในคนงานที่เข้ามารับจ้างทำงานอยู่ก็เป็นได้
อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนยังลงความเห็นต่อไปว่า ในท้ายที่สุดแล้วเมื่อได้บางสิ่งที่ต้องการ หรือเหยื่อหมดความสำคัญแล้ว คนร้ายเกรงว่าเหยื่อจะจดจำหน้าค่าตาได้จึงใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วที่สามารถหาได้จากสถานที่ก่อสร้างครอบศีรษะจนขาดอากาศหายใจ
การจำลองแผนประทุษกรรมของคนร้าย สอดคล้องกับการผ่าชันสูตรศพ โดยแพทย์นิติเวช รพ.พุทธชินราช ให้ความเห็นเกี่ยวกับสาเหตุการตายครั้งนี้ว่า เกิดจากการฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม โดยบาดแผลที่ศีรษะเกิดจากการถูกกระแทกด้วยของแข็งมีคมหลายครั้ง จนฐานกะโหลกศีรษะแตก ทำให้เลือดไหลเข้าปอด
"โดยสาเหตุการเสียชีวิตมีองค์ประกอบมาจากการขาดอากาศหายใจ หลังจากถูกทำร้ายบริเวณศีรษะอย่างรุนแรง เหยื่อไม่ได้เสียชีวิตในทันที เนื่องจากภายในปอดมีเลือดที่เกิดจากการสำลัก กรณีเช่นนี้เชื่อว่าคนร้ายน่าจะใช้ถุงคลุมศีรษะ เพื่อให้เหยื่อขาดอากาศหายใจ นอกจากนี้ ตามร่างกายทั้งด้านหน้าและหลังพบรอยฟกช้ำเป็นหย่อมๆ ส่วนบาดแผลบริเวณข้อเท้าซ้ายที่เกิดจากการถูกไฟฟ้าช็อตสันนิษฐานได้ว่า ไม่ใช่สาเหตุของการเสียชีวิต" แพทย์นิติเวชผู้ผ่าศพลงความเห็น
อุนิตา ลิ้มสินสมบูรณ์ นอกจากจะเป็นภรรยาอธิบดีอัยการฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว เป็นผู้พิพากษาสมทบศาลจังหวัดพิษณุโลกแล้ว ยังเคยเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ ร.ร.พิษณุโลกพิทยาคม เพิ่งเข้าโครงการเออร์ลี่ รีไทร์ออกมาอยู่บ้านได้ 2 ปี ด้วยเหตุนี้จึงมีอุปนิสัยออกไปทางเจ้าระเบียบ
ชุดสืบสวนเองก็ให้ความสำคัญตรงจุดนี้ โดยตั้งคำถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่สาเหตุการฆาตกรรมเกิดจากความเจ้าระเบียบกับคนงานก่อสร้าง หรือไปล่วงรู้ความลับ เช่น คนงานหยิบเงินไปแล้วผู้ตายรู้เห็นจึงต่อว่า จึงเกิดบันดาลโทสะฆ่าปิดปาก หรือเพียงเพื่อต้องการทรัพย์สินเท่านั้น ?
ซึ่งหากเป็นประเด็นหลังเหตุใดจึงต้องลงมือทารุณเหยื่อก่อนลงมือฆ่าอย่างโหดเหี้ยม !?!
ขณะนี้นอกจากชุดสืบสวนจะเก็บหลักฐานเป็นลอยนิ้วมือแฝงที่พบในที่เกิดเหตุ ภาพจากกล้องวงจรปิดอพาร์ตเมนต์ฝั่งตรงข้ามบ้านแล้ว ยังตระเวนปูพรมไปตามสถานที่ใกล้เคียง ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทุกรายมาสอบสวน และพิมพ์ลายนิ้วมือไว้เปรียบเทียบกับที่พบในที่เกิดเหตุ
ส่วนที่ว่าช่างไฟและช่างเชื่อม 2 คนที่ผู้ตายว่าจ้างมาทำงานที่บ้านนั้น ตำรวจพบเจอตัวแล้วทั้งคู่ให้การปฏิเสธว่าไม่รู้เห็นและเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้น
"ตอนนี้ตั้งแนวทางการสืบสวนไว้ 2 ประเด็น คือ ฆ่าชิงทรัพย์ กับฆ่าปิดปากแล้วอำพรางว่าเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ ขอเวลาทำงานสักระยะ เนื่องจากพยานหลักฐานยังไม่ชัดเจน" พ.ต.อ.ประเสริฐ กาฬรัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก บอกกับ "คม ชัด ลึก"



