
DSIแจ้งข้อหา"สมคิด"-เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อหา
ดีเอสไอแจ้งข้อกล่าวหาหนัก"พล.ต.ท.สมคิด"กับพวกรวม 5 คน ระบุ มีหลักฐานน่าเชื่อว่าร่วมกันฆ่านักธุรกิจซาอุฯ ยันไม่คดีปาหี่ มั่นใจในพยานหลักฐานใหม่ ด้านเจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อหา
(25พ.ย.) พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 พ.ต.อ. สรรักษ์ หรือสมชาย จูสนิท ผกก.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล ผกก.สภ. น้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี และจ.ส.ต.ประสงค์ ทอรั้ง ตำรวจนอกราชการ เข้าพบพ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีการหายตัวของนายโมฮัมหมัด อัลลูไวรี่ นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย พระญาติกษัตริย์ไฟซาล ซึ่งหายตัวไปนานกว่า 19 ปี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีฆ่านายอัลลูไวรี่ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 ไปพิมพ์ลายนิ้วมือ และแยกสอบสวนนานกว่า 2 ชั่วโมง
พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า ตามแนวทางการสอบสวนของดีเอสไอซึ่งตนเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน เชื่อว่านายอัลลูไวรี่ได้เสียชีวิตแล้ว โดยการสอบสวนยังพบพยานหลักฐานเพียงพอให้เชื่อว่าพล.ต.ท.สมคิดกับพวก เมื่อครั้งปฏิบัติหน้าที่ในสังกัดกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด พนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายเรียกบุคคลทั้ง 5 ให้มาพบเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาหน่วงเหนี่ยวกักขังนายอัลลูไวรี่ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และซ่อนเร้นทำลายศพ โดยเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 5 ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยจะให้การต่อสู้คดีในชั้นศาล
ผู้สื่อข่าวถามว่าคดีนี้ถูกวิจารณ์ว่าเป็นปาหี่สร้างข่าว พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า ดีเอสไอทำงานในรูปแบบคณะกรรมการ มีอัยการมาร่วมสอบสวนตั้งแต่เริ่มต้นคดี คดีนี้ไม่สามารถสร้างหลักฐานหลอกลวงได้ เพราะเป็นเรื่องระดับประเทศ ดีเอสไอขอยืนยันว่าไม่มีการสร้างกระแสหรือสร้างละคร แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่า อัยการจะเห็นด้วยกับสำนวนการสอบสวนของดีเอสไอ รวมทั้งเมื่อคดีไปถึงศาลจะมีการพิจารณาลงโทษตามแนวทางการสอบสวนหรือไม่ ในส่วนของดีเอสไอทำได้เพียงเร่งสรุปสำนวนคดีสั่งฟ้องภายในกลางเดือนธันวาคมนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะประสานให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งพักราชการผู้ต้องหาที่เป็นนายตำรวจระดับสูงไว้ระหว่างการพิจารณาคดีนี้หรือไม่ รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวจะต้องหารือร่วมกับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอก่อน เพราะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เป็นตำรวจมากว่าค่อนชีวิต ที่สำคัญดีเอสไอไม่มีหน้าที่สั่งพักราชการตำรวจ หากดำเนินการอย่างใดลงไปอาจส่งผลกระทบกลับมายังดีเอสไอได้ สำหรับผู้ต้องหาที่เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนในครั้งนี้ ดีเอสไอจะไม่ควบคุมตัวหลังรับทราบข้อกล่าวหาจะปล่อยตัวกลับทันที
“ ผมยืนยันว่าคดีนี้มีพยานหลักฐานใหม่ เป็นคำให้การของพยานบุคคลที่อยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศ หากคดีนี้มีความคืบหน้าเชื่อว่าทางการไทยและซาอุฯจะสามารถฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตได้อีกครั้งหนึ่ง แรงงานไทยก็จะได้เดินทางไปทำงานในซาอุฯซึ่งเป็นตลาดแรงงานใหญ่ได้”พ.ต.อ.สุชาติกล่าว



